ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย แบดบอย
 - 09 ธันวาคม 2015, 12:41:40
Dr. Hiroyuki Gatanaga และคณะทำการตรวจตัวอย่างเลือด 1,434 ตัวอย่าง จากผู้ ที่ติดเชื้อเอชไอวี และไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ผลการตรวจพบว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสสูตรที่มี tenofovir disoproxilfumarate (TDF) หรือ lamivudine ตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม Nucleoside reverse transcriptase inhibitors (NRTIs) มีอุบัติการณ์การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับยาต้านไวรัสสูตรที่ไม่มี TDF หรือ lamivudine และกลุ่มที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสเลย (0.669, 6.726 และ 5.263 ต่อ 100 คนต่อปี ตามลำดับ) Dr. Hiroyuki Gatanaga ยังเสริมว่าการใช้ยาต้านไวรัสสูตรที่มี TDF หรือ lamivudine เสมือนเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ก่อนจะได้รับเชื้อ

อย่างไรก็ตามพบว่าการดื้อยาต้านไวรัสสูตรที่มี lamivudine ส่งผลกระทบต่อการป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี อย่างมาก โดยมีความชุกของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ถึงร้อยละ 50 ต่างจากการใช้ยาต้านไวรัสสูตรอื่นหรือไม่ใช้เลยซึ่งมีความชุกเพียง ร้อยละ 7.1 ดังนั้น Dr. Hiroyuki Gatanaga ได้แนะนำการหลีกเลี่ยงการดื้อยาดังกล่าว โดยแนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสสูตรที่มี TDF แทน lamivudine

Dr. Gatanagaกล่าวว่า แพทย์บางกลุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการให้ยาต้านไวรัสสูตรที่มี NRTIs เพื่อเลี่ยงการเกิดพิษจากการใช้ยา แต่การเลี่ยงดังกล่าวไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ได้

ที่มา : mahidol.ac.th

Report : www.livcapsule.com