ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย teareborn
 - 21 พฤษภาคม 2017, 09:11:43

ถิ่นกำเนิดของว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ (aloe) แผงมาจากภาษายิว Allal  แปลว่า  ฝาดหรือขม  เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดในแพบประเทศแอฟริกา  ภายหลังได้แพร่ เพาะปลูกไปสู่เอเชียและยุโรป จนทุกวันนี้ว่านหางจระเข้ก็เป็นที่ นิยมของทั่วโลกไปแล้ว โดยว่านหางจระเข้จะมีมากมายกว่า 300 สายพันธุ์ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดเล็กกว่า 10 ซม.ไปจนถึงสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ ชนิดพิเศษของว่านหางจระเข้ก็คือ มีใบแหลมคล้ายเข็ม มีเนื้อหาและในเนื้อมีน้ำเมือกเหนียว
ลักษณะทั่วไปของว่านหางจระเข้ 
             ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นสั้น ใบเรียงซ้อนเป็นกอ ข้อและปล้องสั้น โดยสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ต้นแก่จะมีหน่อเล็กๆของต้นอ่อนแตกออกมา และใบเดี่ยว เรียงเวียนถี่รอบต้น กว้าง 5-12 ซม.  ยาว 30-80 เซนติเมตร  ใบรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้าง สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ด้านหน้าแบน ด้านหลังโค้งนูน ใบอ่อนมีประสีขาว เเละขอบใบมีหนามแหลมเล็กขึ้นห่างๆกัน ผิวใบหนา เนื้อใบหนาอวบน้ำมาก เเละภายในเนื้อใบมีวุ้นใสเป็นเมือก เมื่อกรีดลงไปบริเวณโคนใบจะมีน้ำยางใสสีเหลืองไหลออกมา ดอกออกเป็นช่อตั้งยาว 60-90 ซม. แทงช่อออกจากกลางต้น ก้านชูช่อดอกยาว ดอกย่อยเป็นหลอดห้อยลง รูปแตร กลีบดอกโคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ดอกสีส้มไม้ล้มลุกอ่อน บานจากล่างขึ้นบน แต่ละดอก กว้าง 7 มิลลิเมตรยาว 2-3 เซนติเมตร ผล เป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกระสวย ว่านหางจระเข้เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา แต่มีการนำมา เพาะในประเทศเขตร้อนทั่วไป
การขยายพันธุ์ว่านหางจระเข้
การ ปลูกว่านหางจระเข้  ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในร่วนซุย ทั้งดินร่วน ดินร่วนปนทรายที่มีหน้าดินลึก และระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำท่วมขัง และชอบพื้นที่ที่แสงส่องทั่วถึง

  • การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีที่ นิยม จำพวกหนึ่งสำหรับการ ปลูกในแปลงขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ที่ต้องใช้ต้นกล้า จำนวนมาก ซึ่งวิธีนี้จะมีในบางเฉพาะพื้นที่ และต้องรู้จักหน่วยงานที่มีการเพาะเนื้อเยื่อจำหน่าย
  • การแยกหน่อ ถือเป็นวิธีที่ ชอบวิธีหนึ่งสำหรับการ ขยายพันธุ์ว่านหางจระเข้ ทั้งการ เพาะปลูกในแปลงขนาดใหญ่ และการ เพาะในครัวเรือนด้วยการขุดหน่อที่แตกออกจากต้นแม่มาเพาะปลูกเพื่อให้เป็นต้นใหม่
  • การปักชำ เป็นวิธีที่ไม่ค่อย ชอบ ใช้สำหรับการ ขยายพันธุ์แบบทั่วไปที่มีการตัดยอดหรือต้นออก ซึ่งส่วนยอดหรือต้นนั้น สามารถนำมาปักชำหรือ เพาะปลูกลงแปลงหรือในพื้นที่ได้เลย วิธีนี้จะได้ต้นเดิมที่มีการแตกยอดใหม่เท่านั้น ทำให้ได้ใบว่านหางที่ใหญ่งามเหมือนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือการแยกหน่อ

    วิธีการปลูก    ทำการขุดหลุม เพาะปลูกลึกประมาณ 20 เซนติเมตร  ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว สำหรับแถวคู่ 60×60 เซนติเมตร เว้นขอบแปลง 20-30 ซม. ก่อนนำต้นกล้าลงหลุมอาจใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1-2 กำมือ หากไม่ต้องการใส่ในช่วงการเตรียมแปลง ซึ่งจะทำให้ประหยัดปุ๋ยได้ หลังจากนั้น นำต้นกล้าลงหลุม ขยายพันธุ์กลบดินให้แน่นพอประมาณ พร้อมรดน้ำให้ชุ่ม
    การเก็บผลผลิต  ว่านหางจระเข้
    สามารถเก็บใบได้เมื่อ ปลูกในช่วง 8-12 เดือน ซึ่งหากมีการดูแลที่ สามารถเก็บใบที่มีน้ำหนักมากกว่า 0.8 กิโลกรัม ได้ โดยหนึ่งต้นจะมีใบประมาณ 15-20 ใบ หรือมากกว่า หากได้รับน้ำเพียงพอ สำหรับการเก็บจะใช้มีดที่คมกรีดตัดใบบริเวณชิดโคนต้น และตัดจากใบด้านล่างจนถึงใบด้านบน โดยให้มีใบเหลือประมาณ 5-7 ใบ


    Tags : ถั่งเช่า,ว่านชักมดลูก,ส้มแขก