ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย etatae333
 - 28 สิงหาคม 2024, 13:39:46
อัสไร (Asrai) ภูตน้ำในตำนานของประเทศอังกฤษ



"อัสไร" (Asrai) เป็นภูตในตำนานของเชสเชียร์และชร็อพเชียร์ ประเทศอังกฤษ มันถูกอธิบาย
เอาไว้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติประเภทภูตที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีรูปร่างสูงโปร่ง คล่องแคล่วว่องไว
ส่วนบนร่างกายคล้ายมนุษย์เพศหญิง ส่วนล่างเป็นปลาเหมือนกับนางเงือกทั่วไป แต่ในตำนาน
บางเรื่องก็บอกว่าส่วนล่างของมันเป็นเท้าที่มีพังผืดที่เหมาะกับการว่ายน้ำ หรือบางครั้งก็มีปีก
ที่ดูเหมือนกับของนางฟ้า ในกรณีทีมีปีกดูเหมือนว่าพวกมันจะบินได้อีกด้วย


แต่.. สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากนางเงือกทั่วไปก็คือความสามารถเหนือธรรมชาติแปลงร่างเป็นน้ำ
ทำให้ผสมพรางตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอาจมีพลังในการ
ควบคุมน้ำ ควบคุมสภาพอากาศ ว่ายน้ำด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อและผิวหนังเปียกชื้นเย็นจัด
ของมันสามารถเผาไหมผิวหนังของมนุษย์ได้



การปรากฏตัวและพฤติกรรมของอัสไร



ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะอาศัยอยู่ในทะเลสาบน้ำจืด แม่น้ำและบ่อน้ำ เนื่องจากมันมีช่วงชีวิตอันยาวนาน
หลายศตวรรษทำให้นาน ๆ ครั้งมันถึงจะโผล่ขึ้นมาจากแหล่งน้ำเพื่ออาบแสงจันทร์


อัสไร เป็นวิญญาณที่รักในธรรมชาติและมีความสุขกับการอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เนื่องจากมันมีนิสัยที่
ค่อนข้างซุกซนบางครั้งจึงทำให้มนุษย์ผู้ชายจมน้ำตาย ด้วยการใช้ทรัพย์สมบัติอัญมณีล้ำค่ามาล่อให้
เข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของทะเลสาบ



การป้องกันตัวเองจากอัสไร

พวกมันหวาดกลัวในสิ่งที่ฟังดูประหลาด ด้วยอุปนิสัยที่ขี้อายทำให้ไม่สามารถทนต่อคำ "หยาบคาย" ได้
และพวกมันเกลียดชังแสงอาทิตย์มาก ถ้าหากอยู่ใต้แสงอาทิตย์เป็นระยะเวลานานมากจนเกินไป
พวกมันก็จะตายกลายเป็นแอ่งน้ำขัง



ตำนานที่น่าสนใจของอัสไร



มีนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง เนื้อหาเกี่ยวกับชาวประมงที่สามารถจับปลาประหลาดตัวหนึ่งได้เขาเลยมัด
มันเอาไว้กับดาดฟ้าของเรือ ปลาตัวนั้นพูดด้วยภาษาที่แปลกประหลาดไม่สามารถแปลความหมายได้
แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันขอร้องอยากที่จะเป็นอิสระจากพันธนาการ


อย่างไรก็ตาม ชาวประมงเมินเฉยกับการร้องขอ มันเลยใช้มือที่เปียกเย็นแตะตัวชาวประมง แต่การแตะนั้น
กลับแผดเผาผิวหนังของเขา เมื่อเรือแล่นกลับใกล้ถึงฝั่งปรากฏว่าปลาตัวนั้นก็ตายและละลายกลายเป็น
แอ่งน้ำเพราะไม่สามารถทนต่อแสงแดดเป็นระยะเวลานานได้ ทำให้ชาวประมงไม่มีหลักฐานในการ
เผชิญหน้าในครั้งนี้ ยกเว้นร่องรอยไหม้บนแขนของเขาที่เป็นรูปฝ่ามือเท่านั้น...