ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย etatae333
 - 24 เมษายน 2025, 10:36:09
Cetus Aethiopicus งูแห่งท้องทะเลยุคดึกดำบรรพ์




"ซีตุส เอธิโอปิคุส" (Cetus Aethiopicus) เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานเทพเจ้ากรีก
สำหรับคำอธิบายว่ารูปร่างหน้าตาของมันเป็นอย่างไรนั้นค่อนข้างหาได้ยาก ส่วนใหญ่แล้ว
รูปภาพของมันมักจะมาจากบนเครื่องเซรามิก บางครั้งมันถูกพรรณนาเอาไว้ว่าเป็นงูทะเล
บางครั้งก็เป็นงูทะเลที่มีเท้า ซึ่งในสมัยโบราณคำว่าซีตุสยังถูกนำมาใช้ในการตั้งชื่อให้กับวาฬ
ฉลามและปลาขนาดใหญ่ที่มักสร้างปัญหาในการทำลายแนวชายฝั่ง

 

ต้นกำเนิดของซีตุส เอธิโอปิคุส

ซีตุส เอธิโอปิคุส เป็นลูกหลานของเทพแห่งท้องทะเลจากยุคดึกดำบรรพ์อย่าง "โพตีส" (Phocys)
และ "ซีโต" (Ceto) อีกทั้งยังเป็นพี่น้องที่มีความใกล้ชิดกับ "โทรจัน ซีตัส" (Trojan Cetus)
สัตว์ประหลาดทะเลที่วีรบุรุษเฮอร์คอลิสได้พบในระหว่างการเดินทาง



 

ตำนานที่น่าสนใจของซีตุส เอธิโอปิคุส


เทพเจ้าแห่งท้องทะเลโพไซดอนส่งมาเพื่อทำลายดินแดนแห่งเอธิโอเปียอันเป็นการลงทัณฑ์
ความอวดดีของราชินีแคสสิโอเปีย (Kassiopeia) ว่า "แอนโดเมด้า" (Andromeda)
บุตรสาวของตนมีรูปโฉมงดงามกว่า "เนไรเดส" (Nereides) ธิดานางไม้ของเนเรอุส (Nereus)
เมื่อคลื่นยักษ์จากเทพเจ้าเข้าท่วมชายฝั่ง สัตว์ประหลาดที่แสนน่ากลัวก็บุกเข้าไปสังหาร
ผู้คนมากมายอย่างไม่ทันรู้ตัว




เพื่อคลายความโกรธเกรี้ยวของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล แอนโดเมด้าจึงได้ถูกนำตัวมาล่าม
เอาไว้ด้วยโซ่กับก้อนหินเพื่อทำการบวงสรวงให้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่
เพเซอุส (Perseus) ได้เดินทางกลับมาด้วยการขี่ม้าบินเพกาซัสพร้อมกับนำหัวของ
สัตว์ประหลาดเมดูซ่ามาด้วย (บางตำนานเล่าว่าเขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยรองเท้า
ติดปีกของเฮอร์มีส)



วีรบุรุษได้สั่งม้าบินโฉบลงมา สังหารสัตว์ประหลาดด้วยการแทงดาอดาแมนไทน์ที่กลางหลัง
และอุ้มหญิงสาวไปกลับเป็นเจ้าสาว ในบางตำนานกล่าวว่าเขาได้เปลี่ยนสัตว์ประหลาดให้
กลายเป็นหิน ซึ่งก็คือก้อนหินใกล้กับเมืองจอบปา (Joppa) ของเลบานอนที่ได้กลายมาเป็น
สถานที่ท่องเที่ยวสมัยโบราณที่มีนักท่องเที่ยวมากมายแวะเวียนมาเยือนกันอยู่บ่อย ๆ