ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย don
 - 28 พฤษภาคม 2026, 12:22:16
Series 10/15 — เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย
ตอนที่ 1/4 — อ้างอิงสไตล์: Reply 1988 + Twenty-Five Twenty-One

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

กรุงเทพฯ, อโศก – บริษัทสตาร์ทอัพ 'Veridian Innovations'

เสียงแป้นพิมพ์รัวเร็วดังประสานกับจังหวะชีวิตของชาวออฟฟิศสตาร์ทอัพย่านอโศกที่กำลังเร่งรีบราวกับเครื่องจักรที่ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ปวีณ์ภัทร หรือน้องเป้ ในวัย 25 ปี หญิงสาวร่างเพรียวระหงดุจนางแบบที่ถูกสลักเสลามาอย่างประณีต ผิวขาวผ่องราวกลีบดอกไม้แรกแย้มที่เพิ่งจะคลี่กลีบรับแสงอรุณ กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด 27 นิ้วเบื้องหน้า แม้จะสวมเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีงาช้างกับกางเกงสแล็คเอวสูงสีดำที่เรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจบดบังเรือนร่างที่กระชับได้รูปทุกสัดส่วนได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเธอขยับตัว แสงไฟอ่อนๆ จากหน้าจอจะตกกระทบเส้นผมสีดำขลับยาวสลวยที่ถูกรวบเป็นหางม้าต่ำ ปล่อยปอยผมบางส่วนให้เคลียกรอบหน้าผากและข้างแก้มอย่างอ่อนโยน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายฉายแววความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูอ่อนหวานเมื่อเธอแก้ไขโค้ดดีไซน์ที่ซับซ้อนสำเร็จ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกส้มจากเรือนกายของเธอผสมผสานกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นในยามเช้า สร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์และปลุกเร้าแรงบันดาลใจในมุมเล็กๆ ของแผนกออกแบบที่ดูวุ่นวาย

"เป้! มาเร็ว! ประชุมด่วน!" เสียงตื่นเต้นปนความกระซิบกระซาบของเมย์ เพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันที่มักจะนำข่าวสารมาให้เธอก่อนใครเสมอ ดังขึ้นจากด้านหลัง

เป้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย วันนี้ไม่มีวาระการประชุมใดๆ ในตารางงานที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ เธอจึงหยิบสมุดโน้ตปกหนังสีน้ำตาลอ่อนที่ประทับตราโลโก้บริษัท และปากกาจากกระเป๋าผ้าไหมสีเขียวเข้มคู่ใจขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าออกไปจากโต๊ะทำงานด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่ว ทว่าสง่างาม เหมือนนักบัลเลต์ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างอิสระบนเวที แสงยามเช้าที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศส่องกระทบเครื่องประดับเล็กๆ ที่หูของเธอ ต่างหูเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เป็นของขวัญวันเกิดจากคุณย่า ระยิบระยับสะท้อนแสงเป็นประกายวูบไหวเมื่อเธอหันหน้าไปทางประตูห้องประชุม

ห้องประชุมใหญ่บนชั้นสูงสุดของอาคารที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพนักงานกว่าห้าสิบชีวิตที่ส่งเสียงพูดคุยกันอย่างกระซิบกระซาบถึงข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบริษัท เป้ยืนอยู่มุมห้องข้างเมย์ ในใจก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะได้ยินมาว่า CEO คนใหม่เป็นคนไทยที่จบจากสถาบัน MIT อันทรงเกียรติ และมีดีกรีเป็นที่หนึ่งของรุ่น แถมยังมีประสบการณ์จากบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ในซิลิคอนวัลเลย์อีกด้วย

และแล้ว ประตูบานใหญ่ที่ทำจากไม้โอ๊กสีเข้มก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงและสง่างาม ร่างกายของเขาดูราวกับรูปปั้นเทพบุตรที่ถูกปั้นแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ ผิวขาวสะอาดตัดกับสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มที่ขับเน้นให้เห็นสรีระที่สมบูรณ์แบบของเขาได้อย่างชัดเจน ไหล่กว้าง หลังตรง หน้าอกผายผึ่ง ร่างกายที่เคยอวบอ้วนตุ้ยนุ้ยในความทรงจำของเป้เมื่อสิบกว่าปีก่อน ได้ถูกแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อที่กระชับและแข็งแกร่ง ใบหน้าคมสันรับกับโครงสร้างกระดูกที่เด่นชัด ดวงตาเรียวยาวภายใต้คิ้วเข้มที่พาดผ่านดุจงานศิลปะจับจ้องมองมายังพนักงานในห้องอย่างสำรวจ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลี่เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชา ทว่าทรงเสน่ห์ ขากรรไกรคมกริบของเขาเผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเด็ดขาด มือใหญ่ที่วางอยู่บนโพเดียมสะอาดสะอ้าน ข้อนิ้วยาวเรียวดูแข็งแรงดุจประติมากรรม ไม่ใช่พลพล เพื่อนซี้เด็กอ้วนที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันที่ขอนแก่นอีกแล้ว...นี่คือใคร?

ลมหายใจของเป้สะดุดกึก โลกทั้งใบของเธอหยุดนิ่งราวกับถูกสาป สายตาของเธอปะทะเข้ากับดวงตาของเขา...ดวงตาคู่เดิมที่เธอเคยจ้องมองยามนั่งแกะมะม่วงดิบกินด้วยกันใต้ต้นมะม่วงใหญ่ในทุ่งกว้างหลังบ้านที่ขอนแก่น แต่วันนี้มันเปล่งประกายด้วยความเฉียบคมและทรงอำนาจเกินกว่าที่เธอจะจดจำได้ กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่หรูหราและซับซ้อนอย่างน่าประหลาด กลิ่นของไม้จันทน์ที่ผสมผสานกับความสดชื่นของซิตรัส ลอยอบอวลไปทั่วห้องประชุม คล้ายจะโอบล้อมเธอไว้ในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำที่พร่าเลือน กลิ่นที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน

"สวัสดีครับทุกท่าน ผมพลกฤต โชติกุล CEO คนใหม่ของ Veridian Innovations" เสียงทุ้มต่ำ กังวานดุจเสียงไวโอลินที่บรรเลงในคอนเสิร์ตฮอลล์ระดับโลกดังขึ้น สะกดทุกสายตาให้จับจ้องไปที่เขา แต่มันกลับเป็นเสียงที่เป้คุ้นเคยเสียจนน่าตกใจ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ

พลกฤต...พลกฤต! นามสกุล... ใช่! มันคือพลกฤต!
ใจของเป้เต้นระรัวราวกับกลองรบ ร่างกายของเธอชาไปทั้งตัว ความทรงจำในวัยเด็กฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งราวกับภาพยนตร์ขาวดำฉายซ้ำฉากแล้วฉากเล่า ภาพของเด็กชายตัวอ้วนที่ใบหน้าเปื้อนโคลนยิ้มกว้างให้เธอ ภาพของเพื่อนรักที่เคยสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป ภาพของเพื่อนที่เคยแอบสารภาพรักด้วยเสียงกระซิบเบาๆ ใต้แสงจันทร์ในคืนลอยกระทงที่ริมบึงแก่นนคร เพื่อนที่จากไปอย่างกะทันหันอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีการบอกลา ไม่มีการติดต่อกลับ...วันนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ในฐานะ 'เจ้านาย' ที่ดูห่างเหินราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

"เป้! แกโอเคไหม หน้าซีดเลยนะ" เมย์สะกิดแขนเบาๆ ซ้ำอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

เป้พยักหน้ารับอย่างเลื่อนลอย เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา แต่สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่พลกฤต เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน อธิบายถึงวิสัยทัศน์ใหม่ แผนการที่จะเปลี่ยนบริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ให้ก้าวไกลไปสู่ระดับโลก ทุกคำพูดของเขาเฉียบคม ชัดเจน และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในขณะที่เขาพูด สายตาคมกริบคู่นั้นก็กวาดมองไปทั่วห้องประชุม และหยุดลงที่เธออีกครั้งหนึ่ง เพียงชั่ววินาที แต่มันนานพอที่จะทำให้หัวใจของเป้บีบรัดอย่างแรง เธอรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจนทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าเขาไม่ได้มองแค่เธอ แต่กำลังมองลึกลงไปในส่วนที่ซ่อนเร้นที่สุดของจิตใจของเธอ ความรู้สึกร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วผิวขาวผ่องของเธอ

"และสุดท้าย ผมต้องการให้แผนกออกแบบของเรา สร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างและโดดเด่นยิ่งขึ้น ผมจะขอประชุมกับหัวหน้าทีมดีไซน์และดีไซเนอร์อาวุโสทุกคนเป็นการส่วนตัวในบ่ายวันนี้" พลกฤตประกาศ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง หรือถามคำถามใดๆ

เป้รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตไปทั้งร่าง เธอเป็นดีไซเนอร์อาวุโส นั่นหมายความว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับเขา...ตัวต่อตัว...ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในใจ ทั้งความตื่นเต้น ความกังวล และความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ และทำไมถึงกลับมาปรากฏตัวในชีวิตเธออีกครั้งในสถานะที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้

ตลอดช่วงบ่าย เป้แทบจะไม่มีสมาธิทำงาน เธอพยายามทำงานบนจอคอมพิวเตอร์อย่างหนัก แต่ความคิดก็ยังคงวนเวียนอยู่กับชายหนุ่มที่เพิ่งปรากฏตัว เป้สวมเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีงาช้างตัวเดิม แต่คราวนี้เธอปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องไหปลาร้าที่สวยงามและผิวเนียนละเอียด ดวงตาของเธอยังคงเป็นประกาย แต่แฝงไปด้วยความกังวลและความลึกลับ เธอพยายามรวบรวมข้อมูลและไอเดียสำหรับงานประชุมที่กำลังจะมาถึง แต่ภาพของพลกฤตในวัยเด็กกับภาพของ CEO หนุ่มรูปงามในวันนี้ยังคงสลับกันไปมาในหัวอย่างไม่มีวันหยุดพัก

เมื่อถึงเวลาประชุม เป้เดินไปที่ห้องประชุมเล็กด้วยใจที่เต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก มือเรียวสวยของเธอจับลูกบิดประตูโลหะสีเงินอย่างลังเล ก่อนจะผลักเข้าไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพที่อยู่ด้านใน

ห้องประชุมเล็กถูกจัดให้เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา โต๊ะประชุมไม้สีเข้มขัดเงาเป็นมันวาวสะท้อนแสงไฟที่สลัวลงเล็กน้อย เผยให้เห็นบรรยากาศที่ดูจริงจังและเป็นส่วนตัวราวกับห้องทำงานส่วนตัวของบุคคลสำคัญ พลกฤตนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะแล้ว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวที่ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี ราวกับผ่านการดูแลมาอย่างดี เขายังคงปลดกระดุมออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอระหงและส่วนอกที่แข็งแรงและได้รูป แสงเงาที่ตกกระทบบนใบหน้าทำให้กรอบหน้าและสันกรามของเขาดูคมเข้มยิ่งขึ้น ชวนให้ผู้พบเห็นต้องมนต์สะกด พลกฤตก้มลงพลิกดูแฟ้มเอกสารบางอย่างอย่างตั้งใจ มือใหญ่ของเขาที่ปรากฏให้เห็นในวันนี้มีเส้นเลือดจางๆ พาดผ่าน ดูแข็งแรงและทรงอำนาจอย่างที่มือของพลพลในวัยเด็กไม่เคยมีมาก่อน

หัวหน้าทีมดีไซน์และดีไซเนอร์อาวุโสอีกสองคนนั่งอยู่แล้ว เหลือเพียงที่นั่งว่างข้างพลกฤตเท่านั้น เป้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างนั้นอย่างเงียบเชียบ พยายามไม่ให้เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอดังเกินไป กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายคนนั้นเข้มข้นขึ้นเมื่อเธออยู่ใกล้ กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างไม้จันทน์และส้มโออ่อนๆ มันเป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างในตัวเธออย่างประหลาด กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มในคราวเดียวกัน

พลกฤตเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ดวงตาคมกริบคู่นั้นหันมาสบกับเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีแววของการสำรวจ แต่กลับเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและไม่สามารถอธิบายได้ มันเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลผ่านปลายนิ้วของเธอเมื่อมือของเขาขยับเล็กน้อยบนโต๊ะ เสียงสะท้อนของความเงียบในห้องดูเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนเป้ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นดังอยู่ในอก

"สวัสดีครับน้องเป้" เขาทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลกว่าตอนที่อยู่ในห้องประชุมใหญ่ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา คราวนี้มันดูจริงใจกว่าเดิม แต่ก็ยังคงความลึกลับเอาไว้ในแววตา

ชื่อเล่นในวัยเด็กที่เขาใช้เรียกเธอ...มันทำให้ร่างกายของเป้ชาวาบไปทั้งตัว ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
เธอไม่ตอบกลับ เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เหมือนมีเลือดสูบฉีดอย่างรุนแรง

"เอาล่ะครับ ผมขอเริ่มการประชุมเลยนะครับ" พลกฤตกล่าว น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นทางการอีกครั้ง แต่แววตาที่จับจ้องเธอนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าจะถอดรหัสได้

เป้พยายามจดจ่อกับการประชุม พลกฤตนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแพลตฟอร์มใหม่ของบริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก และต้องเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย-เกาหลี เธอรับฟังทุกคำพูดอย่างตั้งใจ แต่ในทุกจังหวะที่เขาขยับตัว หรือทุกครั้งที่มือใหญ่ของเขากวาดผ่านเอกสาร สายตาของเธอก็อดที่จะจดจ้องไปที่เขาไม่ได้ เขาดูแข็งแกร่ง ทรงพลัง และน่าเกรงขาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดอย่างประหลาดและไม่อาจต้านทานได้

เมื่อการประชุมดำเนินมาถึงช่วงท้าย พลกฤตหันมาทางเป้โดยตรง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเธอราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างในส่วนลึกของจิตวิญญาณ
"คุณปวีณ์ภัทร ผมได้รับรายงานมาว่าคุณมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบกราฟิกและ UI/UX เป็นอย่างดี ผมอยากให้คุณรับผิดชอบโปรเจกต์พิเศษนี้ โปรเจกต์ 'Twin Souls' ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตลาดของเราไปสู่เกาหลี"

โปรเจกต์ 'Twin Souls' ชื่อโปรเจกต์ที่ทำให้เป้รู้สึกขนลุกซู่ มันช่างพ้องกับความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาในวัยเด็กเหลือเกิน ราวกับว่าพวกเขาคือสองวิญญาณที่ถูกลิขิตให้มาอยู่คู่กัน และกำลังจะกลับมาเกี่ยวพันกันอีกครั้งในฐานะที่แตกต่างออกไป

"ผมอยากให้คุณเริ่มศึกษาข้อมูล และพรุ่งนี้เช้า ผมจะขอพบคุณเป็นการส่วนตัว เพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ห้องทำงานของผม" พลกฤตกล่าว น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และแววตาที่เปล่งประกายท้าทาย

เป้พยักหน้ารับอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอีกครั้ง การพบกันส่วนตัว...พรุ่งนี้เช้า...ในห้องทำงานของเขา...
เธอเงยหน้าขึ้นมองพลกฤต เขายังคงมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่เป้รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ส่งผ่านดวงตาคู่นั้นมาถึงเธอ ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในตัวเขาและกำลังจะเผาไหม้เธอให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน

หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง เป้รีบเดินออกมาจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกราวกับว่าออกซิเจนในห้องนั้นเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก มือของเธอเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ เธอรีบเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน คว้ากระเป๋าถือผ้าไหมสีเขียวเข้มที่วางอยู่ แล้วรีบก้าวออกจากออฟฟิศไป ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สาดส่องลงมาจากตึกระฟ้าในยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในความฝันที่ไม่เป็นจริง หรือเป็นฝันร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในชีวิตของเธอ

ขณะที่เธอกำลังรอลิฟต์ลงไปที่ชั้นล่าง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นพลกฤตเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของเขา ประตูห้องทำงานของเขามีป้ายชื่อสลักอย่างสวยงามด้วยตัวอักษรสีทอง 'พลกฤต โชติกุล – CEO' ส่องประกายเด่นชัด
เขาดูสูงสง่าภายใต้แสงไฟสลัวของโถงทางเดิน เขากำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นก็ยังคงจับจ้องมาที่เธออีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา และคราวนี้มันดูมีเลศนัยอย่างประหลาด ราวกับเขากำลังเล่นเกมบางอย่างที่เธอไม่มีทางเข้าใจ

พลกฤตไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกมือขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะบอกว่า 'เจอกันพรุ่งนี้' หรืออาจจะมีความหมายอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น

เป้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เธอรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันที ปล่อยให้บานประตูโลหะปิดลง บดบังภาพของอดีตเพื่อนรักที่กลายมาเป็นเจ้านายคนใหม่
แต่แววตาของเขา รอยยิ้มของเขา และชื่อเล่นในวัยเด็กที่เขาเรียกเธอ...ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของเธอ ไม่ยอมเลือนหายไปไหน
พรุ่งนี้เช้า...การเผชิญหน้ากันอีกครั้งจะเป็นอย่างไร? และโปรเจกต์ 'Twin Souls' นี้ จะนำพาพวกเขากลับไปสู่ความสัมพันธ์แบบเดิมที่เคยขาดหายไป หรือจะสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมกันแน่? ความลับในอดีตที่ถูกฝังไว้จะถูกเปิดเผยในไม่ช้าหรือไม่?

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ตอนต่อไป: การกลับมาของเพื่อนเก่าในคราบซีอีโอหนุ่มสุดฮอต ทำให้โลกของเป้ต้องสั่นคลอน เมื่อเขาเรียกพบส่วนตัวในวันรุ่งขึ้น พร้อมโปรเจกต์ 'Twin Souls' ที่ดูเหมือนจะสื่อความหมายมากกว่าแค่เรื่องงาน อดีตที่ถูกฝังไว้กำลังจะถูกรื้อฟื้น...หรือเปล่า?

ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ

#cnxseed #KdramaRomance #เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย