ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย don
 - 28 พฤษภาคม 2026, 12:30:32
Series 10/15 — เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย
ตอนที่ 3/4 — อ้างอิงสไตล์: Reply 1988 + Twenty-Five Twenty-One

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

subject: เพื่อนสมัยเด็ก ผู้กลับมาเป็นเจ้านาย...แต่กำลังจะจากไปในสายฝน? ปมหมั้นหมายซ่อนเร้น
body:
แสงอรุณรุ่งเรืองรองลอดผ่านม่านผ้าไหมสีครีมที่พลิ้วไหวในคอนโดหรูย่านทองหล่อ คลอเคลียผืนผิวเนียนละเอียดของปวีณ์ภัทร หรือน้องเป้ที่ซุกกายอยู่ใต้ผ้านวมซาตินสีงาช้าง เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ สัมผัสแรกที่รับรู้คือไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของพลกฤตผสมผสานกับกลิ่นกายที่คุ้นเคยในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเป้เต้นระรัวอย่างประหลาด ความทรงจำของค่ำคืนอันเร่าร้อนยังคงอบอวลอยู่ในทุกอณูสัมผัส ราวกับประกายไฟที่เพิ่งมอดลง แต่ยังทิ้งความร้อนระอุไว้
"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงนุ่มทุ้มที่เคยเป็นคำสั่งในห้องประชุม บัดนี้กลับกระซิบอยู่ข้างหูเธออย่างแผ่วเบา เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
เป้พลิกตัวหันไปเผชิญหน้ากับพลกฤต ใบหน้าคมคายของเขาปราศจากความเคร่งเครียดแบบ CEO ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยแผนการธุรกิจ ตอนนี้ฉายแววรักใคร่ลึกซึ้งและอบอุ่น เธอมองเห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ใบหน้าของเธอที่ปราศจากเครื่องสำอางยังคงดูสดใส ผิวขาวอมชมพูเรืองรอง เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยกระจายบนหมอนราวกับเส้นไหมชั้นดี
"อือ" เป้ตอบเสียงแผ่ว สัมผัสความอุ่นร้อนจากแผงอกของเขาที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจ
พลกฤตเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ จุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ราวกับจุมพิตของแสงตะวันแรกยามเช้าที่ปลุกโลกให้ตื่นขึ้น ผิวเนียนละเอียดของเป้ใต้ผ้านวมสีขาวบริสุทธิ์ดูสว่างกระจ่างตาภายใต้แสงที่สาดส่องเข้ามา
"พร้อมจะกลับบ้านไหม" พลกฤตถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"บ้าน?" เป้เลิกคิ้วเล็กน้อย
"บ้านเราไง ขอนแก่น" เขาหัวเราะเบาๆ มือแกร่งลูบไล้แขนเรียวของเธออย่างแผ่วเบา
คำว่า "บ้านเรา" ทำให้หัวใจของเป้เต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม ความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาทันที เป้นึกถึงภาพบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจี กลิ่นดินและหญ้าหลังฝนตกใหม่ๆ เสียงจักจั่นและเสียงหัวเราะของเธอกับพลกฤตที่วิ่งเล่นซนไปทั่ว
"พร้อมเสมอ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใส ดวงตาเป็นประกาย
เป้ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ท่วงท่าของเธอยังคงสง่างามแม้เพิ่งตื่นนอน สะโพกผายกับเอวคอดกิ่วปรากฏขึ้นเพียงชั่วขณะภายใต้ชุดนอนผ้าไหมลื่นไหลสีเปลือกไข่ที่บางเบา เธอก้าวเท้าเรียวยาวลงจากเตียง เดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวนอกหน้าต่างคอนโดทองหล่อที่พลุกพล่าน เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วเรียวสวยลูบไล้สร้อยคอจี้เพชรเม็ดเล็กที่เขาเคยมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
"วันนี้จะใส่ชุดไหนดีนะ" เป้พึมพำกับตัวเอง เธอเลือกเดรสผ้าฝ้ายลินินสีครีมที่ดูสบายตาแต่ยังคงความเรียบหรู คล้องทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งบางเบา เสริมด้วยต่างหูมุกเม็ดเล็กๆ ที่ขับให้ใบหน้าของเธอดูกระจ่างใสและโดดเด่นยิ่งขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอเลือกใช้ในวันนี้เป็นกลิ่นดอกมะลิที่บริสุทธิ์และสดชื่น ราวกับจะพาเธอย้อนกลับไปในวัยเด็ก

รถยนต์คันหรูสีดำเงาวับของพลกฤตพุ่งทะยานออกไปตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในรถ อบอุ่นและสบายอย่างน่าประหลาด เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
"คิดไม่ถึงเลยว่านายจะกลับมา...แล้วก็กลับมาในสถานะแบบนี้" เป้เอ่ยขึ้น เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับจะพึมพำกับตัวเอง เธอหันไปมองใบหน้าของเขาที่ยังคงจับจ้องถนน ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเธอพูดถึง "สถานะแบบนี้"
"ฉันก็คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะได้นั่งรถกลับบ้านกับเธอแบบนี้...หลังจากที่เราไม่ได้กลับพร้อมกันนานแค่ไหนแล้วนะ" พลกฤตตอบ พวงมาลัยในมือแกร่งของเขายังคงนิ่งและมั่นคง สอดรับกับไหล่กว้างและแผงอกที่ดูกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เขาเลือกใส่ในวันนี้
เป้มองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกระฟ้าและป้ายโฆษณาเป็นทุ่งนาเขียวขจีที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ริมถนนและกระท่อมกลางนาที่คุ้นตา ความรู้สึกผ่อนคลาย คิดถึง และความทรงจำในวัยเด็กเข้าครอบงำหัวใจอย่างรวดเร็ว
"จำได้ไหม ตอนเด็กๆ เราชอบวิ่งเล่นในทุ่งนาหลังบ้าน ใครแพ้ต้องไปจับกบ" เป้ยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงเรื่องขบขันนั้น
"จำได้สิ เธอชอบแกล้งฉันให้กลัวกบ แล้วก็หัวเราะเยาะเสียงดัง" พลกฤตหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาทำให้เป้รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอแอบมองรอยยิ้มมุมปากของเขา กรามคมสันที่เคยดูเคร่งขรึม ตอนนี้ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"นายตัวอ้วนกลมวิ่งไม่ทันฉันเลยนี่นา" เป้แหย่
พลกฤตหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือแกร่งมาวางทับมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนตัก สัมผัสอุ่นร้อนทำให้หัวใจเป้เต้นผิดจังหวะ แววตาคมกริบของเขาเหลือบมาสบตาเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับไปจับจ้องถนน แต่ประกายในดวงตาของเขาก็บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา

เมื่อรถวิ่งเข้ามาในเขตชนบทที่คุ้นเคย หัวใจของเป้เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและคิดถึง บ้านไม้หลังเก่าที่เคยเป็นที่วิ่งเล่นของพวกเขายังคงตั้งตระหง่านอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ ตัวบ้านสีน้ำตาลอ่อนดูอบอุ่นและเชื้อเชิญ แตกต่างจากคอนกรีตเย็นเยียบของเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง
"เป้! พลพล!" เสียงใสแต่มีพลังของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น คุณแม่ของพลกฤตเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความรักความเมตตา ท่านสวมเสื้อผ้าพื้นเมืองที่ดูเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ไทยลอยมาจากตัวท่าน เป้ปรี่เข้าไปสวมกอดท่านอย่างสนิทสนม
"คุณน้าสบายดีไหมคะ"
"สบายดีจ้ะ โตเป็นสาวแล้วนะเรา สวยขึ้นเยอะเลย ผิวขาวผ่องเชียว" คุณแม่เอ่ยชมพลางลูบผมสีดำขลับของเป้เบาๆ ดวงตาที่อ่อนโยนของท่านมองพลกฤตอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะหันมามองเป้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เป้มองเห็นรอยยิ้มในดวงตาของท่าน ราวกับท่านยินดีกับการกลับมาของเธอพร้อมลูกชาย
บรรยากาศในบ้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและอาหารอีสานรสเลิศที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง คุณย่าของพลกฤตนั่งรออยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างใจดี
"มาๆ กินข้าว กินน้ำก่อนลูกพลพล เป้ก็มานั่งใกล้ๆ ย่ามา" คุณย่าเชื้อเชิญอย่างอบอุ่น
เป้กับพลกฤตนั่งเคียงข้างกันที่โต๊ะอาหาร ทุกคำที่ป้อนเข้าปากเต็มไปด้วยความรักและความทรงจำเก่าๆ หลังจากกินข้าวกลางวัน คุณแม่ชวนเป้คุยเรื่องงานออกแบบของเธออย่างสนใจ เป้เล่าเรื่องโปรเจกต์ Twin Souls ด้วยความกระตือรือร้นและเสียงที่สดใส
"โครงการที่ใช้ AI สร้างตัวละครจำลองจากจิตวิญญาณผู้คนเหรอ" คุณแม่ทวนคำอย่างใคร่รู้
"ใช่ค่ะ เราอยากสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านตัวตนดิจิทัล เพื่อให้พวกเขาได้ค้นพบความผูกพันที่อาจจะมองไม่เห็นในโลกจริง" เป้อธิบาย แววตาของเธอเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
พลกฤตนั่งฟังอยู่ข้างๆ มองเป้ด้วยแววตาชื่นชม แววตาคมกริบของเขาอ่อนลงเมื่อมองเธอ ราวกับว่าเป้คือแรงบันดาลใจทั้งหมดของเขา

ช่วงบ่าย เป้เดินสำรวจรอบบ้าน ทบทวนความทรงจำในวัยเด็ก ทุกซอกมุมของบ้านยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สวนหย่อมเล็กๆ หลังบ้านที่เคยมีแปลงผัก ตอนนี้มีดอกไม้ป่าขึ้นแซม พลกฤตเดินตามมาหาเธอ เงาของเขาทาบทับลงบนร่างระหงของเธอ
"จำใต้ต้นมะม่วงนี่ได้ไหม" พลกฤตชี้ไปที่ชิงช้าเก่าๆ ที่ผูกติดกับกิ่งมะม่วงใหญ่
เป้ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย "จำได้สิ นายเคยผลักฉันตกจากชิงช้า ตอนนั้นกางเกงฉันเปื้อนโคลนหมดเลย"
พลกฤตหัวเราะเบาๆ มือแกร่งของเขาแตะเบาๆ ที่ข้อมือเรียวสวยของเป้ สัมผัสอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่น
"ฉันขอโทษ" เขากระซิบ
"ตอนนั้นฉันโกรธนายมากเลยนะ โกรธจนไม่ยอมคุยด้วยเป็นวัน" เป้แกล้งทำเสียงงอน แก้มเนียนใสของเธอขึ้นสีระเรื่อ
พลกฤตดึงเธอเข้ามากอดเบาๆ อ้อมแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น กลิ่นกายหอมสะอาดของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างประหลาด
"แต่เธอก็ยังให้อภัยฉันเสมอ...และยังคงอยู่ตรงนี้เสมอ"
ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เป็นประกายของเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่างในส่วนลึกของหัวใจ ริมฝีปากอุ่นร้อนค่อยๆ แตะเบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเป้ ความทรงจำในคืนวันวานผสานกับความรู้สึกในปัจจุบันอย่างแยกไม่ออก ความรู้สึกรักที่ถูกเก็บงำมานานหลายปีปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงและชัดเจน
แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกิ่งมะม่วงลงมากระทบผิวกายของเป้ ทำให้เธอดูลึกลับและน่าค้นหา ผมสีดำขลับของเธอปลิวไหวเล็กน้อยตามสายลมที่พัดเอื่อย สัมผัสความอ่อนหวานของเธอบนริมฝีปากทำให้พลกฤตโอบรัดเธอแน่นขึ้นอีก กดจูบลึกลงไป สัมผัสจากปลายลิ้นของเขาทำให้หัวใจของเธออ่อนระทวย เป้รู้ว่าเธอหลงใหลในตัวเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนสมัยเด็ก หรือในฐานะเจ้านายที่แสนเย้ายวน

เมื่อตะวันลับขอบฟ้า คุณแม่จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ต้อนรับลูกชายและเป้ ญาติๆ ในหมู่บ้านมารวมตัวกันอย่างอบอุ่น เสียงหัวเราะและบทสนทนาคึกคักไปทั่วบ้าน เป้สวมชุดเดรสผ้าไหมไทยสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นต้นคอระหงและผิวขาวผ่องของเธอให้โดดเด่นยิ่งขึ้น สร้อยคอจี้เพชรที่พลกฤตให้ดูเป็นประกายรับกับแสงไฟจากโคมระย้าเล็กๆ เหนือโต๊ะอาหารที่ส่องสว่างไสว
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่อบอุ่น คุณแม่ของพลกฤตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
"พลพล ลูกกลับมาคราวนี้ คงจะจริงจังเรื่องการตั้งหลักปักฐานได้แล้วนะ"
พลกฤตชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาเหลือบมองเป้ที่กำลังดื่มน้ำช้าๆ ใบหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมขึ้น
"ครับแม่" เขารับคำเสียงเรียบ
"คุณหญิงท่านฝากมาถาม ว่าเมื่อไหร่ลูกจะเข้าไปคุยเรื่องหมั้นหมายกับลูกสาวท่าน...คุณหนูพราวพิไล ลูกสาวท่านผู้ว่าฯ น่ะ"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของเป้ แก้วน้ำชาในมือเธอแทบหล่นจากมือ เสียงหัวใจของเธอหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งเลือดฝาด
"หมั้นหมาย?" เป้พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน สายตาของเธอจับจ้องไปที่พลกฤตที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากำมือแน่น กรามของเขาขบเข้าหากัน ใบหน้าคมสันฉายแววอึดอัดใจและขอโทษ เขาพยายามสบตาเธอ แต่เป้รู้สึกเหมือนลมหายใจถูกช่วงชิงไป
"แม่ครับ เรื่องนั้น...ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ" พลกฤตตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก
"อย่าปฏิเสธเลยลูก พลพลก็รู้ว่าคุณหญิงท่านช่วยเรื่องธุรกิจเราไว้มากแค่ไหน ตั้งแต่สมัยคุณพ่อลูกยังอยู่ แถมคุณหนูพราวพิไลก็ทั้งสวย ทั้งเก่ง เป็นกุลสตรีที่เหมาะกับลูกที่สุดแล้ว" คุณแม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด ราวกับเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
เสียงฮือฮาเบาๆ ของญาติๆ ดังขึ้น หลายคนมองมาที่เป้ด้วยสายตาที่สงสารและเห็นใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เป้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ทุกเสียงรอบตัวเงียบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและปวดร้าวรุนแรงราวกับถูกบีบอัด เธอไม่สามารถทนอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป เธอหันหลังเดินออกมาจากวงสนทนาอย่างกะทันหัน โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าพลกฤตอีกครั้ง
"เป้!" เสียงพลกฤตร้องเรียกเธอไว้จากด้านหลัง
แต่เป้ไม่ได้หันกลับไป เธอก้าวเท้าเรียวยาวเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้สายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างกะทันหันปะทะใบหน้าและผิวกาย
หยาดฝนปะทะใบหน้าของเธอเย็นยะเยือก ราวกับพยายามจะชะล้างน้ำตาที่เอ่อคลอ ใบหน้าสวยซึมด้วยความเจ็บปวด ดวงตาที่เป็นประกายบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ผสมปนเปกับเม็ดฝน
พลกฤตรีบวิ่งตามเธอไปติดๆ แต่เป้ก็วิ่งหายไปในความมืดที่ถูกปกคลุมด้วยม่านฝน เธอวิ่งไปอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้สายฝนชะล้างทุกความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา ทั้งความรัก ความผิดหวัง และความเจ็บปวด
"เป้! รอฉันก่อน! ได้โปรด!" เสียงของเขาตะโกนแข่งกับเสียงลมและฝนที่โหมกระหน่ำ แต่เป้ก็ไม่หยุด เธอยังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดแรง ราวกับพยายามจะหนีจากความจริงอันโหดร้ายนี้
เธอจำได้ว่าเขาเคยเป็น "เพื่อน" ของเธอ เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่คอยปกป้องดูแล แต่ตอนนี้เขาคือ "เจ้านาย" และอาจจะเป็น "ว่าที่คู่หมั้น" ของคนอื่น ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ของเสาไฟข้างทาง น้ำตาของเป้ไหลอาบแก้มพร้อมกับเม็ดฝน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร หรือจะก้าวเดินไปทางไหนต่อ
"พลพล... นายโกหกฉันใช่ไหม" เป้กระซิบกับตัวเอง เสียงสั่นเครือราวกับจะขาดใจ ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความปวดร้าว
ภาพใบหน้าคมคายของพลกฤตในคืนที่เร่าร้อนยังคงติดตา ภาพมือแกร่งที่โอบรัดเธอไว้ยังคงติดกาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูพร่าเลือนภายใต้ม่านฝนและความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏขึ้นต่อหน้า
"ฉันรักนาย...แต่นายกำลังจะจากฉันไปจริงๆ ใช่ไหม" เธอทรุดตัวลงกับพื้นดินที่เปียกชื้น ปล่อยให้สายฝนชะล้างทุกความหวังและความฝันที่เธอเคยมีกับเขาไปในพริบตา คอนกรีตเย็นเยียบของเมืองหลวง กับดินโคลนที่อบอุ่นในวัยเด็ก ตอนนี้ไม่ต่างกันเลย

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ตอนต่อไป: หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อน พลกฤตพาเป้กลับบ้านเกิดขอนแก่น เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำในวัยเด็ก ทว่าความสุขนั้นกลับพังทลายลงด้วยข่าวการหมั้นหมายที่ครอบครัวพลกฤตจัดเตรียมไว้ เป้จะหนีจากความจริงอันเจ็บปวดนี้ไปได้หรือไม่ และพลกฤตจะเลือกความรักหรือหน้าที่ที่ผูกพันไว้?

ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ

#cnxseed #KdramaRomance #เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย