ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย don
 - 15 มิถุนายน 2026, 15:20:13


นักร้องบาร์ที่ถูกซุปตาร์สาดน้ำหน้าเวที "อีขายเสียง"...คือเจ้าของค่ายเพลงที่เขาสังกัดอยู่
— เรื่องแต่งล้วน ตัวละครและเหตุการณ์ไม่มีอยู่จริง · ตัวละครทุกตัวอายุเกิน 20 ปี —

น้ำเย็นทั้งแก้วสาดเข้าใส่หน้าฉันกลางเวที ไมค์ในมือยังร้องค้างอยู่ครึ่งประโยค

"ร้องเพลงห่วยๆ แบบนี้ มลพิษหู!" เจไดย์ ศิลปินซุปตาร์เบอร์หนึ่งของวงการ ยืนถือแก้วเปล่า หัวเราะเยาะกลางบาร์ที่เขาเหมาจัดปาร์ตี้ "เฮ้ย ใครจ้างอีนักร้องกลางคืนมาเปิดให้กู เอาออกไป พวกขายเสียงในบาร์เนี่ยนะ จะมาร้องต่อหน้าซุปตาร์ระดับกู"

แขกในงานหัวเราะ บางคนถ่ายคลิป น้ำหยดจากผมฉันลงพื้นเวที เมคอัพไหลเลอะ ฉันยืนนิ่ง ยิ้มเย็น เช็ดหน้าช้าๆ

"ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์นะคะ คุณเจไดย์" ฉันพูดผ่านไมค์ เสียงนิ่ง "ดิฉันจะจดจำค่ำคืนนี้ไว้ให้ดี"

"จดไปเลย จดว่าโดนเจไดย์เหยียบ!" เขาหัวเราะลั่น

ขณะที่ฉันเดินลงเวที มีผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งยื่นมา — พัฒน์ โปรดิวเซอร์หนุ่มมือทองที่นั่งอยู่มุมบาร์ เขาคลุมผ้าให้ฉัน สายตาจริงจัง "เสียงคุณดีที่สุดที่ผมเคยได้ยินในรอบสิบปี อย่าให้คำพูดคนพรรค์นั้นทำให้คุณหยุดร้อง"

ฉันมองเขา ยิ้มจางๆ "ขอบคุณค่ะ"

พัฒน์ไม่รู้หรอก ว่าผู้หญิงที่เขาเพิ่งคลุมผ้าให้ คือ "เจ้าของค่าย MOON Records" — ค่ายที่เซ็นสัญญาเจไดย์ และเป็นนายจ้างของพัฒน์เอง



ชื่อจริงของฉันคือ มินตรา ศุภวงศ์ อายุยี่สิบแปด เจ้าของค่าย MOON Records ค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของประเทศ

แต่สิบปีก่อน ฉันเคยเป็นแค่ "มีน" นักร้องสาวหน้าใหม่ไฟแรง จนถูกค่ายเก่ากลั่นแกล้ง โดนแบน โดนปล่อยข่าวเสีย เพราะฉันไม่ยอมเล่นเส้นกับผู้บริหาร สุดท้ายฉันถูกถีบออกจากวงการ ต้องไปร้องเพลงตามบาร์ประทังชีวิต กลืนน้ำตาทุกคืน

คนที่กลั่นแกล้งฉันหนักที่สุดตอนนั้น คือผู้จัดการส่วนตัวของ "เจไดย์" — ศิลปินที่ค่ายปั้นขึ้นมาแทนฉัน

สิบปีผ่านไป ฉันไต่จากศูนย์ ทำธุรกิจเพลงออนไลน์ ตั้งค่ายเล็กๆ จนเติบโต แล้วปีที่แล้ว ฉันเทกโอเวอร์ค่ายเก่าที่เคยทำลายฉัน เปลี่ยนชื่อเป็น MOON Records และตอนนี้... เจไดย์ กับทีมที่เคยเหยียบฉัน ล้วนเป็นลูกจ้างใต้สังกัดฉันทั้งหมด

คืนนี้ ฉันแค่อยากกลับไปยืนร้องเพลงในบาร์เล็กๆ ที่ฉันเคยร้องตอนตกต่ำ เพื่อเตือนตัวเองว่ามาไกลแค่ไหน ฉันไม่คิดเลยว่าจะเจอเจไดย์ — และได้เห็นสันดานแท้ของเขา



สามวันต่อมา ห้องประชุมใหญ่ MOON Records มีวาระเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับเจไดย์ มูลค่าร้อยล้าน

เจไดย์เดินเข้ามาอย่างมั่นใจ พร้อมผู้จัดการคนเดิม — คนที่เคยทำลายฉันเมื่อสิบปีก่อน ทั้งคู่ยิ้มกริ่ม รอเจ้าของค่ายมาเซ็นสัญญา

ประตูเปิด ฉันเดินเข้าไปในชุดสูทสีเงิน ผมประบ่า เจไดย์มองหน้าฉัน รอยยิ้มค่อยๆ แข็งทื่อ แก้วกาแฟในมือผู้จัดการสั่นจนหก

"คุณ..." เจไดย์ลุกขึ้น "นักร้องบาร์เมื่อคืน..."

"มินตรา ศุภวงศ์ค่ะ" ฉันนั่งลงหัวโต๊ะ ยิ้มหวาน "เจ้าของค่าย MOON Records เจ้านายของคุณ และ... 'มีน' นักร้องที่ทีมของคุณกลั่นแกล้งจนต้องไปร้องบาร์เมื่อสิบปีก่อน จำได้ไหมคะ คุณผู้จัดการ"

ผู้จัดการหน้าซีดเผือด เจไดย์เริ่มสั่น "ผม... ผมไม่รู้ว่าคุณคือ—"

"ไม่รู้สินะคะ" ฉันเลื่อนสัญญาฉบับใหม่ไปให้ "ถ้ารู้ คงไม่สาดน้ำใส่หน้าเจ้านายตัวเองต่อหน้าสื่อ — คลิปนั้นยอดวิวสามล้านแล้วนะคะ #ซุปตาร์ใจทมิฬ ขึ้นเทรนด์"



วันนั้น สัญญาร้อยล้านของเจไดย์ถูกฉีกทิ้ง ฉันไม่ต่อสัญญาให้คนที่เหยียบคนอื่น ผู้จัดการที่เคยทำลายฉันถูกไล่ออกและฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทเมื่อสิบปีก่อนที่ยังไม่หมดอายุความ

แต่ฉันไม่ได้ทำเพื่อแก้แค้นอย่างเดียว ฉันใช้ MOON Records ปั้นนักร้องบาร์ นักดนตรีกลางคืนที่มีฝีมือแต่ไม่มีโอกาส ให้ได้ขึ้นเวทีใหญ่ เพราะฉันรู้ดีว่าการถูกดูถูกว่า "แค่นักร้องบาร์" มันเจ็บแค่ไหน

และพัฒน์ — โปรดิวเซอร์ที่ยื่นผ้าให้ฉันคืนนั้น — กลายเป็นมือขวาของฉันในโปรเจกต์นี้ เขายังไม่รู้ว่าฉันคือนักร้องบาร์คนนั้น จนวันหนึ่งในห้องอัด ฉันหยิบไมค์ขึ้นร้องเพลงที่ฉันแต่งเองสมัยตกต่ำ

พัฒน์หยุดมือ จ้องฉันตาเบิกกว้าง "เพลงนี้... เสียงนี้... คุณคือนักร้องบาร์คืนนั้น"

ฉันยิ้ม "ค่ะ ฉันเอง"

"ผมตามหาคุณตั้งสามวัน" เขาเดินเข้ามา "ผมอยากเซ็นคุณเข้าค่าย โดยไม่รู้ว่าคุณเป็นเจ้าของค่ายเสียเอง" เขาหัวเราะ แต่แววตาอบอุ่น "เสียงคุณช่วยชีวิตผมไว้คืนนั้น ผมเพิ่งโดนไล่ออกจากงาน นั่งจมอยู่ในบาร์ คิดจะเลิกทำเพลง แล้วคุณก็ขึ้นไปร้อง... ผมเลยมีแรงสู้ต่อ"



คืนนั้น เราอยู่ในห้องอัดกันสองคนจนดึก แสงไฟสลัว เสียงเพลงที่เราแต่งร่วมกันลอยอยู่ในอากาศ พัฒน์เล่นเปียโน ฉันร้องคลอ บทเพลงพาเราเข้าใกล้กันทีละนิด จนนิ้วเขาหยุดบนคีย์ หันมามองฉันในระยะที่ลมหายใจปะทะกัน

"ผมหลงเสียงคุณตั้งแต่คืนแรก" เขากระซิบ มือเลื่อนมาปัดผมที่บังหน้าฉัน "แต่ตอนนี้ผมหลงทั้งตัวคุณ"

ฉันที่เคยถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง คืนนี้มีคนมองฉันเหมือนฉันคือบทเพลงที่ไพเราะที่สุด ริมฝีปากเราเข้าใกล้ จนสัมผัสกันนุ่มนวล แล้วเร่าร้อนขึ้นตามทำนองที่เต้นอยู่ในอก มือของเขาโอบเอวฉันแนบ ดึงเข้าหาราวกลัวบทเพลงจะจบลง ในห้องอัดที่เก็บทุกเสียงไว้ คืนนี้มันเก็บเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

(เหลือเพียงเสียงเปียโนแผ่วเบากับสองลมหายใจในห้องอัดยามดึก... บางครั้งคนที่ได้ยินคุณค่าในตัวเรา ตั้งแต่ก่อนรู้ว่าเราเป็นใคร คือเสียงประสานที่เรารอคอยมาทั้งชีวิต)



แต่เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันได้รับพัสดุไม่ระบุชื่อผู้ส่ง — ข้างในคือเดโมเทปเก่าของฉันเมื่อสิบปีก่อน พร้อมโน้ตเขียนว่า "เพลงที่เธอคิดว่าค่ายเก่าขโมยไป... ความจริงมีคนปกป้องมันไว้ให้เธอตลอดสิบปี และคนคนนั้น อยู่ใกล้เธอกว่าที่คิด"

ใครคือคนที่เก็บเพลงของฉันไว้ และเขาเฝ้ามองฉันมาตลอดสิบปีโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลยหรือ...

แต่นั่น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ฉันจะเล่าให้ฟังในคืนหน้า

— จบเรื่องที่ 8 —



📌 ปล. จากคนเล่า
1) เรื่องนี้ให้กำลังใจนักดนตรีกลางคืนทุกคน — อาชีพร้องเพลงบาร์ไม่ได้ต่ำต้อยกว่าใคร 🎤
2) ปมเดโมเทปปริศนา + คนปกป้องเงียบๆ สิบปี เปิดทางภาคต่อ
3) ตอนหน้าเรื่องที่ 9 — "ครูอนุบาล×พ่อหม้ายหมื่นล้าน" อบอุ่นปนดราม่า

ชวนคุยท้ายเรื่อง
1. เดาว่าใครเก็บเดโมเทปของมินตราไว้สิบปี?
2. ถ้าเป็นคุณ จะฉีกสัญญาเจไดย์ หรือเก็บไว้รีดเงินเพื่อแก้แค้นนานๆ?
3. เคยโดนดูถูกความฝัน/อาชีพไหมครับ แล้วพิสูจน์ตัวเองยังไง
4. อยากให้พัฒน์เป็นคนเก็บเทป หรือเป็นคนอื่น?
5. คู่นักร้อง×โปรดิวเซอร์ ให้กี่คะแนน 🔥

🎁 Reward: ใครเดา "คนที่เก็บเดโมเทป" ถูก ทักอินบ็อกซ์มา เดี๋ยวส่งเพลงลับภาคพิเศษให้ฟังก่อนใคร

พรุ่งนี้เจอกันเรื่องที่ 9 — "ครูอนุบาลที่ถูกแม่เด็กตบกลางโรงเรียน คือว่าที่สะใภ้ที่พ่อหม้ายหมื่นล้านตามจีบ" 🌸