ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย ZOIDS
 - 01 พฤศจิกายน 2009, 00:32:00
กลายเป็น

เปลี่ยนได้แค่นัดเดียว ซะแล้ว  kmkm
กระทู้โดย sodax
 - 27 ตุลาคม 2009, 14:19:27
เส้นทางแชมป์อีกยาวไกลครับ ต้องมองนัดต่อนัดเลยทีเดียวหลังจากนี้ถ้าใครพลาด เสียหายเลยทีเดียว ไงก็สู้เข้าไว้เครื่องจักรสีแดง
กระทู้โดย noikasu
 - 27 ตุลาคม 2009, 12:04:34
ไปดูที่กาดสวนแก้ว..พอชนะเสร็จ..มีการถ่ายรูปเหมือนได้แชมปืเลยครับ..แต่ก็สนุกดีนะครับ..แต่พิธีกรกะหล่ำมากเลย..ไม่เร้าใจเลย..ผมหมายถึงนอกจอนะครับ.เซ้งมันจริงๆ
กระทู้โดย popcorn4202
 - 27 ตุลาคม 2009, 11:55:16
บอกได้แค่ว่า หนังม้วนนี้ต้องดูกันยาวๆ ครับ พราะแต้มไม่ได้ห่างกันมากมาย
ดูดีๆ ยังเกาะกันมาด้วยซ้ำไป
กระทู้โดย supermc
 - 27 ตุลาคม 2009, 10:42:18
เปลี่ยนได้ในนัดเดียว


คอลัมน์ คุยนอกจอ

โดย เอกราช เก่งทุกทาง






ลิเวอร์พูล ได้มากกว่า 3 แต้มจากเกมชนะ แมนฯยูไนเต็ด นะครับ ได้ทั้งใจแฟนบอล ได้โอกาสลุ้นแชมป์กลับมา รวมทั้งยังได้หลักฐานพิสูจน์คุณค่าตัวเองนัดสำคัญอีกต่างหาก

เกมนี้เก็บไว้อ้างอิงได้เลยว่า ราฟา เบนิเตซ เป็นกุนซือที่ดีขนาดไหน และ ลูคัส เลว่า ก็ไม่ใช่มิดฟิลด์ยอดแย่อย่างที่คิด

พูดถึงเรื่องแท็คติค, ราฟาไม่มีอะไรใหม่มาเซอร์ไพรส์แมนฯยูก็จริง เขายังใช้แผนเดิม แนวทางเดิมๆ ที่เคยปราบผีทั้งสองนัดเมื่อฤดูกาลก่อนคือ เล่นเพรสซิ่ง เข้าประกบเร็ว กดดันกองกลางแมนฯยู นักเตะหงส์ขยันวิ่ง ขยันไล่ตั้งแต่กองหน้า ช่วยกันทำลายจังหวะคู่แข่งจนทำให้การจ่ายบอลของปีศาจแดงไม่คม ไม่เฉียบขาดอย่างที่เคยเป็น

นี่คือ สูตรสำเร็จของ ราฟา เบนิเตซ ที่ใช้สะกดเกมแมนฯยูอยู่หมัด 3 นัดติด เมื่อรวมกับทีเด็ดทีขาด เปลี่ยนโอกาสที่มีเป็นประตูได้ ทุกอย่างก็เลยเข้าทาง

เรื่องพวกนี้ดูแล้วเหมือนง่าย แต่ที่ทำได้ก็เพราะนักเตะพกหัวใจนักสู้ลงไปลุย ซึ่งคุณต้องให้เครดิตราฟากับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่สามารถดึงความเชื่อมั่นออกมาจากลูกน้อง ทั้งๆ ที่บรรยากาศรอบด้านทั้งอึมครึม ทั้งกดดัน ถ้าใจไม่พร้อมจริง มีสิทธิลงไปเล่นแบบเกร็งๆ ฝืดๆ โชว์ฟอร์มไม่ออกเอาง่ายๆ

ตัวอย่างที่ชัดเจนดูได้จาก ลูคัส หมอนี่ถูกมองเป็นจุดอ่อน ซึ่งจริงๆ ก็ใช่ แต่กลับไม่วอรี่ ไม่กลัวความผิดพลาด กล้าลุย กล้าบุกขึ้นเปิดเกมอย่างมั่นใจกลายเป็นตัวเด่นในทีมไปแบบเหลือเชื่อ

ถ้าลูคัสรักษาฟอร์มได้อย่างนี้ ต่อไปถึง อัลแบร์โต้ อควิลานี่ ฟิตพร้อมลงสนาม ผลงานจากเกมชนะแมนฯยูก็ต้องทำให้ ราฟา เบนิเตซ ลังเลแน่หากคิดจะตัดเขาออกจากทีม

ลิเวอร์พูลขยับขึ้นอันดับ 5 ตามแมนฯยูเหลือ 4 คะแนน ห่างจ่าฝูงเชลซี 6 คะแนน ถือว่ากลับมาร่วมวงล่าแชมป์เหมือนเดิม และอะไรก็เป็นไปได้ในฤดูกาลที่ไม่มีใครโดดเด่น ลอยตัวไปคนเดียว ทุกทีมแพ้ได้ทั้งนั้นในวันที่เล่นไม่ดี

หงส์แดงน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปเรียบร้อย แต่ที่น่าจับตามากกว่าคือ จะทำเบรกกลับมาชนะซัก 5-6 นัดติดต่อกันเพื่อกดดันทีมนำได้หรือเปล่า

เกมชนะแมนฯยูคือ จุดเปลี่ยนและการเริ่มต้น ที่เหลือคือ ชีวิตจริงที่ต้องลำบากอีกเยอะ



ที่มา