ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย pankadang
 - 17 ธันวาคม 2011, 22:06:11
แหอะๆๆ อยากทำมัง แต่ กล้องโทรสับ จะ ออกมาเปณไง หว่า
กระทู้โดย Seedman
 - 21 มิถุนายน 2011, 23:38:25
อันนี้เข้าท่าแฮะ เด๋วลองดู กดออโต้เอาชัตเตอร์ไวสุดน่าจะได้
กระทู้โดย etatae333
 - 20 มิถุนายน 2011, 11:11:56
เลวิเทติ้ง เทรนด์ฮิตใหม่ ทำตัวลอยในอากาศต้านแรงโน้มถ่วงโลก
จ่อกลบกระแส แพลงกิ้ง




  เรียกได้ว่าไม่ว่าจะหันไปทางไหนตอนนี้ในสังคมออนไลน์ของไทย ก็มักจะพบกับภาพการทำท่าแพลงกิ้งที่ถูกโพสต์ขึ้นแทบทุกหนทุกแห่ง
และยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังมีดาราไทยหลายต่อหลายคนฮิตมาทำท่าแพลงกิ้ง แล้วถ่ายภาพมาโพสต์ลงทั้งในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์
จนตอนนี้วัยรุ่น - ลูกเด็กเล็กแดง - หนุ่มสาวออฟฟิศต่างก็จ้องจะประชันภาพการแพลงกิ้งสวย ๆ เจ๋ง ๆ ที่ตัวเองทำได้ให้คนอื่นได้ชมกัน



   แต่ในขณะเดียวกัน ในประเทศแถบตะวันตกและญี่ปุ่น เทรนด์การทำท่าแพลงกิ้งถือได้ว่าเริ่มเอาท์เอยเชยแหลกไปซะแล้ว
เมื่อมีเทรนด์ท่าถ่ายรูปใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา นั่นก็คือ "เลวิเทติ้ง" หรือ "Levitating" ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพในขณะที่ร่างกายเรา
กำลังลอยค้างอยู่บนอากาศ เหมือนเรามีวิชาตัวเบาลอยตัวได้



โดยผู้นำเทรนด์ดังกล่าวก็คือสาวน้อยหน้าใสชาวญี่ปุ่นนามว่า นัทสึมิ ฮายาชิ (Natsumi Hayashi) ที่โพสต์ภาพที่เธอทำท่า เลวิเทติ้ง
ทุก ๆ วันลงบนเว็บไซต์ yowayowacamera.com และ ทวิตเตอร์ ส่วนตัวของเธอนั่นเอง




    ฮายาชิ ได้เปิดเผยแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพในท่าเลวิเทติ้งนั้นเกิดมาจากเธอปิ๊งไอเดียการถ่ายภาพแบบนี้
หลังจากได้ยินสำนวนที่ว่า "เท้าที่เหยียบยืนบนผืนดิน แสดงให้เห็นว่าเราต่างก็เป็นคนอย่างแท้จริง" ซึ่งสำหรับเธอแล้ว
เธอไม่อยากจะเป็นเช่นคนธรรมดาคนหนึ่ง จึงทำตัวเองให้แตกต่างจากคนทั่วไปโดยการกระโดดขึ้นบนอากาศด้วยท่วงท่า
ต่าง ๆ แล้วถ่ายภาพขณะลอยตัวด้วยกล้องชัตเตอร์ความเร็วสูง ซึ่งภาพที่ออกมานั้นก็ทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่นสมใจ
เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังลอยตัวอยู่บนอากาศอย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว แต่กว่าจะได้ภาพที่เป็นธรรมชาติ
และสมบูรณ์แบบออกมา 1 ภาพ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะเธอต้องกระโดดประมาณ 60 ครั้งโดยเฉลี่ยกว่าจะได้ช็อตที่ต้องการ
และบางภาพก็ต้องกระโดดถึง 300 กว่าครั้งเลยก็มี



   สำหรับคำว่า เลวิเทติ้ง หากแปลกันอย่างตรง ๆ ก็คือการต้านแรงโน้มถ่วงโลก หรือการที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของสิ่งของไม่สัมผัส
กับพื้นโลกเลย อย่างเช่นการที่แม่เหล็กขั้วเดียวกันดันตัวออกจากกัน และหลักการนี้ก็ถูกนำมาใช้ในการสร้างรถไฟแมกเลฟ (Maglev)
ที่เหมือนรถไฟลอยได้อยู่บนราง แต่จริง ๆ แล้วเป็นการใช้ทฤษฎีเลวิเทชั่นมาสร้างนั่นเอง


   ทั้งนี้ ขณะนี้ การถ่ายภาพแนวเลวิเทติ้งเริ่มจะได้รับความนิยมกันไปทั่วโลกแล้ว โดยเฉพาะในแถบอเมริกาใต้ ไปจนถึงสแกนดิเนเวีย
และญี่ปุ่น ส่วนจะเข้ามาเป็นกระแสฮอตฮิตในเมืองไทยเมื่อไหร่ ทีนี้ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปแล้วล่ะ


cradit : Kapook.com