ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย raraymondas
 - 13 กันยายน 2015, 14:13:27

   กาแฟ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมกันมานานทั่วโลก โดยวัฒนธรรมการชงกาแฟนั้นเริ่มจากการที่มนุษย์เรานำเมล็ดกาแฟดิบมาคั่วและต้มทั้งเมล็ดเพื่อดื่มน้ำกาแฟ ต่อมาราวปี ค.ศ. 1300 เริ่มมีการใช้กาแฟคั่วบด จากนั้นวัฒนธรรมในการชงกาแฟก็ได้ก่อให้เกิดวิวัฒนาการใหม่ ๆ ในการชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟคั่วบดด้วยน้ำร้อน การใช้ถุงผ้าหุ้มกาแฟคั่วบดแล้วเทน้ำร้อนผ่านคล้ายกับการจุ่ม จนกระทั่งเกิดเครื่องชงกาแฟในยุคปัจจุบัน
   อย่างไรก็ตามเทคนิควิธีการชงกาแฟนั้น ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ได้กาแฟคุณภาพดีจากเครื่องชงกาแฟ ถึงแม้ว่าคุณจะใช้เครื่องที่มีราคาแพง แต่หากไม่สามารถเข้าถึงเทคนิคการชงด้วยเครื่องชงกาแฟแล้วล่ะก็ คุณภาพที่ได้คงไม่ต่างจากกาแฟทั่ว ๆ ไปแน่นอน
การชงกาแฟแบบหยด (Drip)
   การชงกาแบบ Drip คือการปล่อยให้น้ำร้อนหยดผ่านกาแฟบดในกระดาษกรอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากเครื่องชงกาแฟที่มีขายทั่วไป การชงในลักษณะนี้จะไม่สามารถดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดีเท่าที่ควร เพราะกระดาษกรองและอุณหภูมิของน้ำจะทำให้รสชาติกาแฟเสียไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากใช้เครื่องชงกาแฟ Drip Brewer แล้วเสร็จก่อน 4 นาที แสดงว่ากาแฟถูกบดหยาบเกินไป หรือถ้าเสร็จนานกว่า 6 นาที แสดงว่ากาแฟถูกบดละเอียดเกินไป
การชงแบบ Espresso เครื่องชงกาแฟ
   กาแฟ Espresso นั้นจะต้องใช้เครื่องชงกาแฟ Espresso จึงจะสามารถช่วยให้ดึงรสชาติและกลิ่นของกาแฟออกมาได้เต็มที่ ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่หลักการทำงานของระบบแรงดันไอน้ำ อัดน้ำร้อนผ่านกาแฟบด นั่นเอง
   หัวใจสำคัญของ Espresso คือการชงในปริมาณ 1.5 ออนซ์ โดยต้องบดละเอียดมาก ๆ และชงให้เสร็จระหว่าง 25 - 30 วินาที จึงจะได้ Perfect Espresso
การชงแบบ French Press
   ว่ากันว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้รสชาติและกลิ่มหอมของกาแฟ โดยใช้อุปกรณ์เครื่องชงกาแฟที่เรียกว่า Plunger pot ร่วมกับกาแฟบดหยาบมาก ๆ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่การบดในปริมาณน้อยและเวลาที่รวดเร็ว เนื่องจากอากาศจะทำให้กลิ่นและความสดของกาแฟลดลง
   ในการชงกาแฟนั้น คอกาแฟทั้งหลายต่างลงความเห็นกันไว้ว่า ปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากเทคนิคการชงที่จะทำให้ได้กาแฟชั้นยอดนั้นมีอยู่ 3 อย่างคือ
   1. กาแฟ จะต้องผ่านการคัดมาอย่างดี มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการคั่ว บด และเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
   2. น้ำ ต้องใสสะอาด อุณหภูมิควรอยู่ที่ 94-98 องศาเซลเซียสเท่านั้น และน้ำจะมีผลต่อรสชาติกาแฟโดยตรง
   3. เครื่องชงกาแฟและกาแฟบดต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัว
   รู้เทคนิคการชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟกันไปแล้ว อย่าลืมด้วยว่าสูตรการชงกาแฟที่ดี ควรจะใช้กาแฟเพียง 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 6 ออนซ์ และควรอุ่นถ้วยกาแฟเสียก่อนที่จะรินมันลงไป เพื่อให้ความร้อนของกาแฟอยู่นานขึ้นนั่นเอง