ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย kalamung
 - 22 กันยายน 2010, 15:11:13
อนาถาประเทศไทยผลประโยชน์ไม่ลงตัว  ขนาดเรื่องบัตรสมาร์ทการ์ดก็ยังไม่เสร็จเลย dsgjsd
กระทู้โดย kimzaman
 - 06 กันยายน 2010, 12:48:00
ขอบคุณมากครับ กับสาระดีๆ อย่างนี้ อ่านแล้วเข้าใจง่ายครับ  pongz
กระทู้โดย virgin_killer
 - 15 มกราคม 2010, 13:48:16
อ้างจาก: roonaldo เมื่อ 15 มกราคม 2010, 13:39:43
อ้างจาก: virgin_killer เมื่อ 15 มกราคม 2010, 13:20:41
ชอบมด3Gครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ชอบด้วยคน

กูชอบก่อน
กระทู้โดย roonaldo
 - 15 มกราคม 2010, 13:39:43
อ้างจาก: virgin_killer เมื่อ 15 มกราคม 2010, 13:20:41
ชอบมด3Gครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ชอบด้วยคน
กระทู้โดย virgin_killer
 - 15 มกราคม 2010, 13:20:41
ชอบมด3Gครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
กระทู้โดย newnakab
 - 15 มกราคม 2010, 13:12:21
ต่างประเทศเค้าเริ่ม 4G กันไปละ

ประเทศไทยพึ่งจะมาทำ 3G

คิดแล้วเศร้า lkkjjh
กระทู้โดย wvuitews
 - 08 กันยายน 2009, 16:26:18
ดีมากๆเลย
กระทู้โดย GOWA
 - 26 สิงหาคม 2009, 09:13:01
แต่เมื่อสมัยผมเรียนประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว
ผมจำได้ว่าเค้าสอน 4G แล้วนะครับ
ไม่รู้ว่ามีแต่บ้านเรารึเปล่าที่เห่อ 3G กันเนี่ย

ปกติผมชอบเห็นคนอ่านว่า "สามจี" หรือ "ทรีจี"
แต่ที่ถูกแล้วเค้าอ่านว่า "เตริทจี" ที่มีจากคำว่า
Third Generation Wireless Network ครับ
กระทู้โดย AZURA3232
 - 23 ธันวาคม 2008, 09:06:17
3จีเต็มรูปแบบ นี่ มาถึงช้ากว่าที่ประเมินไว้กันมากๆเลยนะครับ  ยิ่งเศรษฐกิจโลกเป็นแบบนี้ด้วยแล้ว 0okl
กระทู้โดย don
 - 01 พฤศจิกายน 2008, 17:29:43
เทคโนโลยี 1G 2G 2.5G และ 3G คืออะไร
G ย่อมาจาก Generation
1G  - ระบบAnalog
2G  - ระบบDigital
3G  -  ระบบ Wireless
ก่อนที่จะเป็น 3G นั้น เทคโนโลยีได้มีพัฒนาเรื่อยมาเริ่มตั้งแต่...
1G
เริ่มตั้งแต่ 1G ... ซึ่งเป็นยุคที่ใช้ระบบ Analog คือใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง โดยไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆทั้งสิ้นซึ่งนั่นก็หมายความว่าสามารถใช้งานทางด้าน Voice ได้อย่างเดียวค่ะ ... คือ โทรออก-รับสาย เท่านั้นไม่มีการรองรับการใช้งานด้าน Data ใดๆ ทั้งสิ้น... แม้แต่การรับ-ส่ง SMS ก็ยังทำไม่ได้ในยุค 1G แต่จริงๆแล้ว ...  ในยุคนั้น ผู้บริโภคก็ยังไม่มีความต้องการในการใช้งานอื่นๆ นอกจากเสียง (Voice) อยู่แล้วโดยปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดมาก และจะพบว่าผู้ใช้มักจะเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้สูงเสียส่วนใหญ่
2G
หลังจากนั้น ก็ได้พัฒนาต่อมาเป็นยุค2G ซึ่งเปลี่ยนจากการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุแบบ Analog มาเป็นการเข้ารหัส Digital ส่งทางคลื่น Microwave ซึ่งในยุคนี้เอง  เป็นยุคที่เริ่มทำให้เราเริ่มที่จะสามารถใช้งานทางด้าน Data ได้ นอกเหนือจากการใช้งาน Voice เพียงอย่างเดียวในยุค 2G นี้ ... เราสามารถ รับ-ส่งข้อมูลต่างๆและติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการกำหนดเส้นทางการเชื่อมกับสถานีฐาน หรือที่เรียกว่า cell site และก่อให้เกิดระบบ GSM (Global System for Mobilization) ซึ่งทำให้เราสามารถถือโทรศัพท์เครื่องเดียวไปใช้ได้เกือบทั่วโลก หรือที่เรียกว่า Roaming
ยุค 2G นี้ ถือเป็นยุคเริ่มต้นแห่งการเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือเลยครับ ... ราคาของโทรศัพท์มือถือเริ่มต่ำลง (กว่ายุค 1G) ทำให้ปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้น ซึ่งการส่งข้อมูลของยุค 2G นี้   เป็นยุคที่มีการเริ่มฮิต Download Ringtone , Wallpaper , Graphic ต่างๆ  แต่ก็จะจำกัดอยู่ที่การ Downlaod Ringtone แบบ  Monotone  และ ภาพ Graphic ต่างๆก็เป็นเพียงแค่ภาพขาว-ดำที่มีความละเอียดต่ำเท่านั้น
2.5G
หลังจากนั้น ก็เป็นยุคก้ำกึ่งระหว่าง 2G และ 3G ... ซึ่งก็คือ 2.5G ซึ่ง 2.5G นี้ เป็นยุคที่กำเนิดเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) นั่นเอง ซึ่งตามหลักการแล้ว ... เทคโนโลยี GPRS นี้สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 Kbps เลยทีเดียว แต่เอาเข้าจริงๆ ความเร็วของ GPRS จะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้น
2.75G
ก่อนจะมาถึงยุค 3G  เราก็ยังมี 2.75G ด้วยนะครับซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution)  นั่นเองครับEDGE นั้นถือเป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS และถูกเรียกกันว่าเทคโนโลยียุค 2.75G(อย่างไม่เป็นทางการ)
ลักษณะการทำงานของ EDGE นั้นจะเป็นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วจากพื้นฐานของ  GPRS ให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้นครับ
**แต่ว่า ยุค 2.75G ของ EDGE นั้น ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการเพียงแค่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุค 2.5G และ 3G เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น**
3G
ต่อมา ... ก็ได้พัฒนามาเป็นระบบ  3G หรือ Third Generation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 จุดเด่นที่สุดของ 3G นั้น ... เป็นเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับ-ส่งข้อมูล  โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการ Multimedia ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การรับ-ส่ง File ที่มีขนาดใหญ่ , การใช้บริการ Video/Call Conference , Download เพลง ,  ดู TV Streaming ต่างๆซึ่งถ้าเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว ... 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่าเยอะเลยคุณสมบัติหลักที่เด่นๆ อีกอย่างหนึ่งของระบบ 3G ก็คือ  Always On ... คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดโทรศัพท์ด้วย