ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย tommyjaa
 - 04 กันยายน 2012, 00:33:51
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ
กระทู้โดย yoshiki007
 - 19 มิถุนายน 2012, 14:26:20
 ghjkหนาวเลยเรื่องสุดท้ายเนื่ย
กระทู้โดย tomxxx
 - 21 กุมภาพันธ์ 2012, 11:41:26
ขโมยไตนี่น่ากลัวจริงๆเลย  eta20
กระทู้โดย pankadang
 - 11 ธันวาคม 2011, 22:30:49
อ๊ากกก ไต หาย
กระทู้โดย chiew1829
 - 14 กรกฎาคม 2011, 14:24:56
ไตหายไปแล้วไม่เป็นอะไรเหรอครับ
กระทู้โดย Zi_Za
 - 29 มิถุนายน 2011, 18:18:48
 ljhgf เป็นความรู้เจงๆ เผื่อได้ไปสถานที่นั่น ว่าแต่จามีตังไปป่าวน่อ ไม่มีตัง ghjk
กระทู้โดย handnew
 - 22 มิถุนายน 2011, 15:56:55
ลึกลับดีคับ
กระทู้โดย Z_Slayer
 - 22 มิถุนายน 2011, 09:08:57
ใครชอบเรื่องแนวนี้แนะนำให้ไปหาซีรี่ย์ super natural มาชมครับ
ไล่เก็บผีพวกนี้ไปหลายตัวเลย
กระทู้โดย Montagahn
 - 21 มิถุนายน 2011, 21:40:37
ข้อ 2 เหมือนเคยดูคลิปในเน็ต ที่มีผู้หญิงโบกรถขึ้นรถมาด้วย ปรากฏว่ารถหงายตายหมด
ไม่รู้ใช่อันเดียวกันมั้ย?
กระทู้โดย Bangsaen Coyote
 - 20 มิถุนายน 2011, 17:44:06
ขอบคุณเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนครับผม ;khhg
กระทู้โดย gundam1974
 - 20 มิถุนายน 2011, 08:40:43
สุดยอดแห่งการสรรหา
นับถือครับ ;kljj
กระทู้โดย DujDao
 - 20 มิถุนายน 2011, 02:17:31
เพลินดี
กระทู้โดย etatae333
 - 18 มิถุนายน 2011, 15:16:35
3.The Sewer Alligator



จระเข้ในท่อระบายน้ำ เป็นเรื่องเล่าที่โด่งดังในปี 1920 และ 1930 โดยเป็นเรื่องของจระเข้ที่อาศัยในท่อระบายน้ำ
แห่งมหานครนิวยอร์ก โดยเรื่องเล่านี้เล่าสืบทอดกันมาไม่ขาดสาย และไม่ปรากฏแห่งที่มา


โดยมีเรื่องเล่ากันว่ามีครอบครัวหนึ่งรวยมากกลับมาจากการพักร้อนในฟลอริดา และไม่สนใจกฎหมายในนิวยอร์ก
พวกเขาได้ซื้อสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญให้เด็ก โดยเป็นจระเข้ และเลี้ยงมันในห้องน้ำ ปรากฏว่ามันโตขึ้นดุร้ายขึ้น
จนพวกเขาเลี้ยงไม่ไหวและเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับคนในครอบครัว พวกเขาเลยทิ้งมันในท่อระบายน้ำอุจจาระ
โยนทิ้งที่ท่อคอห่าน

แต่ปรากฏว่ามันไม่ตายและรอดชีวิตจากการกินหนูและขยะ มันเจริญเติบโตจนมีขนาดใหญ่อย่างน่ากลัว
และวันดีคืนดีมันจะโผล่หัวออกมาจากท่อระบายน้ำอุจจาระเข้ามางับหรือทำอันตรายต่อผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา
(นอกจากนี้มันยังมีเรื่องเล่าเสริมอีกว่ามันเป็นจระเข้เผือกเพราะว่ามันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สัมผัสแสงแดด
และสูญเสียการมองเห็น และบางที่ก็เล่าว่าเป้นจระเข้ที่หลุดออกจากสวนสัตว์)

ในปี 1930 มีหนังสือพิมพ์ออกมาเขียนว่าพบจระเข้ในรอบนิวยอร์กและมีบางคนอ้างว่าเห็นตำรวจ
เดินลงเข้าไปท่อระบายน้ำพร้อมอาวุธล่าสัตว์ แม้เรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่ก็ตามแต่กระนั้นท่อระบายน้ำ
ในมหานครนิวยอร์กถือได้ว่าเป็นสถานทีน่ากลัวที่ไม่มีใครอยากลงไปอยู่ดี


2.The Vanishing Hitchhiker



เป็นหนึ่งในตำนานที่เก่าแก่ที่และฮิตที่สุดในช่วงปี 1981 ไม่เพียงแต่อเมริกาเท่านั้น
ยังเป็นหลายประเทศทั่วโลกด้วย  อาจจะแตกต่างไปบ้างในบางพื้นที่ แต่ส่วนหลักๆ เหมือนกัน
เกี่ยวกับผีผู้หญิงที่ชอบโบกรถ


โดยเล่ากันว่าหากคืนมีคนกำลังขับรถในถนนที่ร้างผู้คน จู่ๆ เขาจะเห็นผู้หญิงสาววัยรุ่น กำลังโบกรถอยู่ข้างทางตามลำพัง
เขาจึงแวะรับเธอขึ้นรถมาด้วย และเมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่หญิงสาวต้องการ เมื่อเขาหันไปเพื่อบอกลาเธอ
เธอก็หายตัวไปอย่างลึกลับจากเบาะหลัง ด้วยความสับสน เขาเลยกดออดที่หน้าบ้านของเธอ

เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว ก็พบว่าหญิงสาวที่ว่านั้นได้รับอุบัติเหตุรถยนต์ตายก่อนหน้าแล้วที่จุดที่เขารอรับเธอ
ในขณะที่เธอพยายามกลับบ้าน ล่ะหญิงสาวที่เขาเจอก็คือผีนั่นเอง และเรื่องเล่านี้อาจมีหลายส่วนที่เปลี่ยนไปบ้าง
เช่น กลางคืนที่ว่าอาจฝนตก และตัวหญิงสาวอาจตัวเปียกปอน เขาจึงให้เธอยืมเสื้อแจ๊คเก็ตของเขา
ให้กับเธอและเมื่อถึงบ้านที่หมาย(บางที่ก็เป็นสุสาน) เธอกลับหายไปพร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ตของเขา ด้วยความข้องใจ
ชายคนนั้นจึงลงจากรถไปเคาะประตูบ้านหลังนั้น  ก็พบว่าเธอได้เมื่อ 10 ปีมาแล้ว และเมื่อวันรุ่นขึ้นเขาไปหลุมฝังศพ
ของเธอก็พบเสื้อแจ๊คเก็ตของเขาวางพับประณีต เรียบร้อยอยู่หน้าหลุมฝังศพของเธอ


1.The Kidney Heist



เป็นตำนานที่แพร่หลายที่สุดในโลกออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์

โดยสมมุติว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1997 มีอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวออกอาละวาดในเมือง
โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวหรือนักเดินทางที่กำลังผ่อนคลายโดยไปที่ร้านหรือบาร์เพื่อดื่มกินเครื่องดื่ม
และระหว่างดื่มกินจะมีคนแปลกหน้ามาพูดคุยทำความสนิทสนมและคนแปลกหน้าจะเอาเครื่องดื่มให้เหยื่อคนนั้นดื่ม
หลังจากนั้นเหยื่อคนนั้นจะเกิดอาการมึนงง และง่วงนอน จนหมดสติไป


ก่อนที่จะตื่นขึ้นในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งที่ห้องพักโรงแรมหรือบ้านร่างแห่งหนึ่ง  และมีโทรศัพท์อยู่ถัดไป
และเมื่อเหยื่อโทร 911 แพทย์ก็มาถึงก็พบว่าที่ร่างกายของเหยื่อมีรอยผ่าตัดและตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า
ไตถูกขโมยไป และไตที่ว่านั้นได้ถูกนำไปขายในตลาดขายอวัยวะมืดในราคาแพงลิบลิ่ว

และนี้คือตำนานเมืองที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจนถึงขั้นมีการร้องเรียนต่อมูลนิธิไตแห่งชาติว่าควรตรวจสอบ
ไตว่าไตไหนเป็นไตที่ถูกขโมยมา และเรื่องขโมยไตนี้ก็โด่งดังในประเทศไทยด้วย โดยเนื้อหาเปลี่ยนเป็นผู้ป่วย
ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำการผ่าตัด และผู้ป่วยก็พบว่าไตหาย เป็นต้น
กระทู้โดย etatae333
 - 18 มิถุนายน 2011, 15:06:21
6.Cokelore



โค้ก หรือ โคคา โคล่า เครื่องดื่มยอดนิยมที่ผมเขียนถึงมันหลายครั้งแล้วและหลายปีที่ผ่านมา
เรื่องราวของมันถูกเล่าขานเป็นตำนานความเชื่อมากมาย โดยตำนานที่มีชื่อเสียงก็เช่นหากกินขนม
Pop Rocks(ขนมที่เป็นเม็ดๆ กินแล้วซ่าและเปรี้ยวในปาก)พร้อมโค้กจะทำให้กระเพาะอาหารพังได้
หรืออีกตำนานเล่าว่าโค้กจะทำให้ฟันผุเนื่องจากกรดโวดาละลายฟัน หรือว่าโค้กมีส่วนผสมของโคเคน
ซึ่งเป็นยาเสพย์ติดต้องห้ามซึ่งเรื่องโคเคนนี้เป็นจริงและมันได้สร้างภาพลบของโค้กต่อเนื่อง

จนกระทั้งมีการเปลี่ยนสูตรใหม่ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ในอินเตอร์เน็ตโค้กถูกนำอ้างว่าเป็นเครื่องดื่ม
ที่สามารถทำลายกระเพาะและอวัยวะภายในของคุณได้ โดยใจความบอกว่าถ้าคุณวางT-boneสเต็กในชาม
มันจะละลายเมื่อเวลาผ่านไป 2 วัน เพราะโค้กมีค่าความเป็นกรดด่างถึง pHอยู่ 2.8  มันมีความเป็นกรดอยู่สูง
มากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน4วัน(เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะpHของโค้กมีค่า 2.5 ซึ่งใกล้เคียงกับมะนาว
หรือ เลมอน มีค่าpH2.4 หรือ ส้ม มีค่าpH3.5)



5.The Good Samaritan



ชาวสะมาริตันผู้ใจดี เป็นเรื่องราวที่ปรากฏในไบเบิ้ลที่เล่าถึงชายที่มีน้ำใจรักษาคนบาดเจ็บจากคนปล้นระหว่างทาง
และคำนี้ก็ได้กลายเป็นตำนานของชาวอเมริกันที่เล่าถึงคนรวยปลอมตัวเป็นคนจนหรือแกล้งทำเป็นเดือดร้อนรอให้
คนอื่นมาช่วยเหลือและตอบแทนแก่ผู้ช่วยเหลือเหล่านั้นด้วยรางวัลที่มีค่าอย่างมหาศาล

โดยส่วนมากตำนานจะเอาคนดังที่ปลอมตัวเป็นคนจน เช่น

บิลล์ เกตส์ หรือ แนท คิง โคล(นักเปียโน, นักแต่งเพลงและนักร้องเพลงแจ๊ซชาวอเมริกัน)


โดยพวกเขาจะทำเป็นรถเสียและรอให้คนมาเปลี่ยนยางให้ หากมีคนมาช่วยพวกเขาจะขอที่อยู่ของเพื่อส่งรางวัลไปให้
และไม่กี่สัปดาห์ต่อมาพวกเขาก็ได้พัสดุว่าเขาได้รับเงิน 10,000 ดอลลาร์ พร้อมกับลงนามผู้ส่งเป็นชื่อบุคคลดัง
อีกตำนานอาจมีการดัดแปลงเช่นผู้ขอความช่วยเหลืออาจเป็นกษัตริย์หรือเจ้าหญิงประเทศใดประเทศหนึ่งปลอมตัว
มาเพื่อขอความเชื่อเหลือ และคำว่าชาวสะมาริตันผู้ใจดีนี้เป็นคำที่โดนใจคนอเมริกันที่สุด เป็นคำที่สื่อมวลชนชอบใช้
ค่าที่มันจับจิสร้างจินตนาการให้ผู้อ่านผู้ฟังมากที่สุดคำหนึ่ง และมักถูกใช้เป็นชื่อของสมาคม คลินิก บ้านพักผู้ยากไร้ในที่ต่าง ๆ


4.Walt Disney Is Cryogenically Frozen



เคยดูภาพยนตร์ซีรีย์เรื่องหนึ่งใน CN ไหมครับ ที่เด็กชายคนหนึ่งได้รับอุบัติเหตุจนต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนสมอง
โดยสมองที่มาเปลี่ยนนั้นเป็นสมองเจ้าของสวนสนุกที่นำถูกนำมาแช่เย็นเก็บรักษาเอาไว้ และเมื่อทำการเปลี่ยน
เขาก็พบว่าเขาสามารถเห็นตัวการ์ตูนในจินตนาการที่มีแต่เขาที่มองเห็นได้(จำชื่อเรื่องไม่ได้ครับใครก็ได้ช่วยบอกที)

เรื่องนี้มาจากเรื่องเล่าในตำนานของวอลต์ ดิสนีย์ ผู้กำเนิดมิกกี้เมาส์และพรรคพวก โดยมีเรื่องเล่าของเขาว่าเป็นหลังเขาตาย
ได้มีคนนำศพของเขา(หรือสมองของเขา)แช่แข็งไว้ด้วยเทคโนโลยี Cryonics ด้วยความหวังว่าเทคโนโลยีในอนาคต
จะสามารถนำเขากลับมามีชีวิตได้

โดยที่มาของตำนานนี้มาจากวันที่เขาตายเมื่อปี 1966 ไม่มีงานศพ(มีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าเขาร้องขอไม่ให้มีงานศพ)
ไม่เปิดเผยสาเหตุการตาย(มีการเปิดเผยความจริงในเวลาต่อมาว่าเขาตายด้วยโรคมะเร็งปอด) อีกทั้งด้วยความมีชื่อเสียง
และนักประดิษฐ์เขาชอบเรื่องไซไฟ นำไปสู่การสร้างตำนานอันยาวนานนี้
กระทู้โดย etatae333
 - 18 มิถุนายน 2011, 14:49:38
9.Mr. Rogers Was a Navy Seal



เฟร็ดโรเจอร์ส(1928-2003) เป็นชาวอเมริกันนักแต่งเพลงและผู้จัดรายการโทรทัศน์ Mister Rogers' Neighborhood
รายการเด็กที่ฮิตในช่วง 1968-2001 ด้วยบุคลิกเป็นคนอ่อนโยนเสียงเบาอ่อนหนุ่มและความตรงไปตรงมาทำให้หลายคนต่าง
ติดใจรายการของเขา และเขาพยายามเรียกร้องรัฐบาลให้สนับสนุนรายการเด็กมากกว่าจะไปทำสงครามเวียดนาม

โดยจุดเด่นของเขาก็คือการรวมเสื้อแขนยาวสีแดงแล้วไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์อยู่เสมอ และเนื่องด้วยช่วงที่เขาทำรายการ
เป็นช่วงสงครามเวียดนามพอดี จึงข่าวลือว่าเขาเป็นเครื่องจักรสงหารในสงครามเวียดนาม ที่ว่ากันว่าเขาฆ่าพวกเวียดกงเป็นจำนวนมาก 
สามารถฆ่าคนด้วยมือเปล่า จนเขามีบาดแผลเต็มตัวจนต้องสวมเสื้อแขนยาวปกปิดบาดแผลและปกปิดรอยสักสุดโหดนี้เอาไว้

แม้ว่าอากาศจะร้องเพียงใดก็ตามซึ่งข่าวลือนี้ไม่เป็นจริงเพราะประวัติเขาเปิดเผยแล้วว่าเขาไม่เคยทำหน้าที่ทางการทหารใดๆ
มาก่อนเลย หากข่าวลือก็เริ่มขึ้นอีก ในปี 1990 ว่าเขาเป็นทหารในสงครามเกาหลี



8.Bloody Mary


บลัดดี้ แมรี่ เป็นผีหรือแม่มด เป็นตำนานพื้นบ้าน(ช่วงปี 1970) ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
เป็นพิธีที่มักทำเล่นกันในห้องน้ำที่มืดๆ โดยการเรียกเธอสามครั้ง(หรือหลายครั้ง แต่ความเชื่อปัจจุบันบอก 13 ครั้ง)
และความเชื่อนี้พิธีกรรมการละเล่นหลายแบบ แต่โดยรวมๆ คือต้องเข้าไปในห้องน้ำ ปิดไฟและยืนกระจกในที่มืด
และเรียกชื่อของเธอสามครั้ง แต่ตอนนี้จะต่างตรงที่อาจมีอะไรเสริมเข้ามา เช่น

ต้องสวดมนต์ร้อยครั้ง. ต้องเที่ยงคืน, น้ำไหล, ใช้เทียนไข และแมรี่จะปรากฏในกระจกเป็นผีผู้หญิงลางๆ
บางทีกระจกจะกลายเป็นสีแดง หรือมีเสียงกรีดร้อง โดยประวัติของแมรี่นั้นค่อนข้างหลากหลายบางคนบอกว่าเธอเป็นแม่มด,

หญิงที่สูญเสียลูกจนต้องฆ่าตัวตาย หรือเป็นฆาตกร  เป็นต้นและตำนานของเธอก็ถูกดัดแปลงมากมาย
เช่น เป็นพิธีทดสอบความกล้าหากยอมแพ้แมรี่จะเอาชีวิต หรือเป็นรูปแบบพยากรณ์อย่างเช่นปอกแอปเปิลหน้ากระจก
ตอนเที่ยงคืน ร้องเพลงในคืนพิเศษแล้วมองผ่านกระจกอย่างเร็วๆจะเห็นหน้าของเนื้อคู่ลางๆ เป็นต้น

7.JFK and the Jelly Doughnut Speech



Ich bin ein Berliner เป็นมุกตลกของชาวอเมริกันและเยอรมัน และถูกนำไปแพร่หลายในอินเตอร์เน็ต
อย่างแพร่หลาย ส่วนไทยเรานำประโยคนี้มาใช้สอนภาษาอย่างสนุกสนาน


มุก Ich bin ein Berliner นั้นมาจากประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนนาดี้ ที่ไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าฝูงชน
ใจกลางกรุงเบอร์ลินตะวันตกในช่วงสงครามเย็นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1963 เขาได้ขึ้นไปตึกที่ทำการเทสบาล
และพูดประโยคสุดแสนคลาสสิกภาษาเยอรมันต่อหน้าประชาชนชาวเยอรมันที่อยู่ที่นั่นว่า

"Ich bin ein Berliner." ซึ่งแปลว่า " ผมเป็นชาวเบอร์ลิน"

เพื่อแสดงเจตจำนงในการเผชิญหน้ากับสหภาพโซเวียต หากแต่กระนั้นประโยคนี้มันมีอีกความหมายหนึ่ง
เนื่องจากคำว่า Berliner เป็นชื่อขนมของเยอรมัน ที่มีลักษณะคล้ายโดนัท ดังนั้นชาวเยอรมันหลายคน
จึงเขาใจประโยคนี้ว่า "ผมเป็นโดนัท" และจากนั้นเป็นต้องมามุกนี้ก็ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายที่เยอรมัน
และสหรัฐอเมริกา(โดยการใช้คำว่าเบอร์ลินสองความหมายให้เข้าใจต่างกัน)
กระทู้โดย etatae333
 - 18 มิถุนายน 2011, 14:40:46
Urban Legends มีความหมายว่า ตำนานเมืองเรื่องเล่าที่มีอยู่ในเมืองนั้นๆ โดยเรื่องเล่านั้นอาจเป้นนิทาน
หรือตำนานร่วมสมัยที่ทันสมัย เป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐาน หากแต่หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงและถูกนำมาเล่าปาก
ต่อปากใส่สีตีไข่ให้มันสมจริง โดยตำนานส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบของความลึกลับ สยองขวัญ น่ากลัว และตลก
ส่วนมากมักเป็นคำเตือนที่แฝงด้วยคำสอนต่างๆ ตัวอย่างเช่นที่ประเทศญี่ปุ่นมีตำนานเรื่องผีฮานาโกะในห้องน้ำโรงเรียน
ตอนกลางคืน หรือผีสาวปากฉีดที่ดักทำร้านเด็กหลังเลิกเรียน เป็นต้น


ตำนานเมืองมีอยู่ทั่วโลก  แต่คุณเคยได้ยินตำนานเมืองของประเทศอเมริกาหรือเปล่าครับ
และต่อไปนี้เราขอเสนอตำนานเมืองที่มีชื่อเสียงของอเมริกาที่สยองน่าขนหัวลุกพร้อมกับชวนหัวในเวลาเดียวกัน

10.The Automatic 4.0



เป็นหนึ่งในตำนานเมืองที่เป็นเรื่องเล่าของมหาวิทยาลัยเขตตั้งแต่ปี 1970 และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรีย์อเมริกา
เรื่อง Dead Man on Campus 1998 (ภาพยนตร์ห่วยได้คะแนน 15% ของมะเขือเทศเน่า) โดยเล่ากันว่าหากในโรงเรียน
หรือมหาลัยแห่งใดมีเด็กนักเรียนเพื่อนร่วมฆ่าตัวตายปัจุบันทันด่วน จะได้รับเกรดเฉลี่ย 4.0 ของภาคเรียนการศึกษาโดยอัตโนมัติทันที
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการปลิดชีพของวิทยาลัย(ใจดีพิลึก) ตำนานนี้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในเวลาต่อมาเช่นเกิดฆาตกรรม
หรืออุบัติเหตุ แต่ยึดหลักพื้นฐานของเพื่อนร่วมห้องตาย= เกรดดีทั้งหมด(หมายถึงเกรด A นะไม่ใช้ D) แน่นอนเรื่องนี้ไม่เป็นจริงแน่นอน
และเชื่อว่าที่มานั้นมาจากการเล่าเล่นๆเอาตลกของนักศึกษา