ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย shinpe uhah
 - 21 เมษายน 2009, 19:23:04
ขอบคุณครับสำหรับสาระดีๆที่หามาฝากกัน
กระทู้โดย pass07
 - 04 สิงหาคม 2008, 08:51:29
ซึ้ง ครับ   ;khhg ;khhg
กระทู้โดย Cool
 - 04 สิงหาคม 2008, 02:20:11
ไม่ชอบอ่านก็ไปโหลดไฟล์เสียงอ่านหนังสือเล่มนี้มาฟังได้เลยครับ ที่เว็บ ดังตฤณ นั่นแหละครับ เข้ากูเกิ้ลแล้วพิมชื่อผู้เขียนได้เลย

มีอีกอันที่อยากให้อ่านหรือฟังกัน ก็คือ "มีชีวิตที่คิดไม่ถึง" อันนี้ก็ดีมากเลยครับ แต่ส่วนตัวผมชอบ "มหาสติปัฏฐาน๔" มากกว่าครับ
กระทู้โดย Lostman133
 - 02 สิงหาคม 2008, 00:48:33
ผมเคยอ่านนะ แต่ว่า มันไม่เหมาะกับผม เลย 098kj
กระทู้โดย chon
 - 31 กรกฎาคม 2008, 17:15:36
อ้างจาก: Sylar เมื่อ 31 กรกฎาคม 2008, 14:24:14
ผ่านตาหลายรอบละครับที่B2S แต่ไม่เคยอ่านเรย ขอบคุณมากครับป๋า ไว้จะหามาอ่านมั่งละ

ไม่ต้องซื้อก็ได้น่ะครับเด๋วป๋าจะเอามาโพสให้จนจบเล่มเลย ใครอยากได้เป็นเสียง mp3 ติดต่อขอได้ครับ แต่ขออนุญาต ให้เดินทางมาเองเน้อ
กระทู้โดย chon
 - 31 กรกฎาคม 2008, 17:06:35
อ้างจาก: watbox เมื่อ 31 กรกฎาคม 2008, 08:37:15
หนังสือเล่มนี้ดีครับ แต่ผมติดใจสงสัยนิดหน่อย ตรงที่ว่า ทำบุญด้วยอะไรจะได้ผลบุญเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนั้น รู้สึกเหมือนการแลกเปลี่ยนและยึดติดในสิ่งต่างๆ ซึ่งต่างจากคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องการปล่อยวางไม่ยึดติดหนะครับ

หนังสือพยายามอธิบายต่างหากครับ ว่าทำบุญแล้วผลเป็นอย่างไร แต่ความจริงแล้ววัคถุประสงค์คือ ได้ความสุขน่ะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวน่ะครับ
กระทู้โดย Sylar
 - 31 กรกฎาคม 2008, 14:24:14
ผ่านตาหลายรอบละครับที่B2S แต่ไม่เคยอ่านเรย ขอบคุณมากครับป๋า ไว้จะหามาอ่านมั่งละ
กระทู้โดย cmman573
 - 31 กรกฎาคม 2008, 11:13:47
หง่ะผมไม่ใช่เป็นคนยังงั้นอ่ะท่าน Prison_Break  น่าตาผมออกจาเรียบร้อย และลุ่มหลงในธรรมมะ
กระทู้โดย cooltea79
 - 31 กรกฎาคม 2008, 10:41:19
มะเหมือนท่าน  camman หรอกท่าน ลุ่มหลงในอบายมุข และกามโลกีย์  jljhl  jljhl
กระทู้โดย cmman573
 - 31 กรกฎาคม 2008, 10:38:09
หง่ะท่าน watbox รู้จักเรื่องเกี่ยวกับธรรมะดีมากมาย
กระทู้โดย watbox
 - 31 กรกฎาคม 2008, 08:37:15
หนังสือเล่มนี้ดีครับ แต่ผมติดใจสงสัยนิดหน่อย ตรงที่ว่า ทำบุญด้วยอะไรจะได้ผลบุญเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนั้น รู้สึกเหมือนการแลกเปลี่ยนและยึดติดในสิ่งต่างๆ ซึ่งต่างจากคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องการปล่อยวางไม่ยึดติดหนะครับ
กระทู้โดย cmman573
 - 31 กรกฎาคม 2008, 08:33:24
อนุโมทนา ด้วยคนครับ
กระทู้โดย don
 - 31 กรกฎาคม 2008, 06:53:57
สาธุ ljhg
กระทู้โดย chon
 - 31 กรกฎาคม 2008, 03:19:55
ปฐมบรรพ - เกิดมาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?

บางคนใช้เวลากว่าครึ่งชีวิต หมกมุ่นอยู่กับคำถามซ้ำๆ เช่นทำไมถึงเกิดมากับพ่อแม่ฐานะความเป็นอยู่อัตคัดขัดสน ทำไมถึงเกิดเป็นหญิงให้ต้องเสียเปรียบเขาอยู่ร่ำไป ทำไมถึงรูปไม่งามแถมนามยังตลก ไม่มีอะไรเป็นที่เชิดหน้าชูตาสักอย่าง

หรือบางคนแม้เหมือนมีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ ก็ต้องทรมานใจกับข้อบกพร่องเล็กใหญ่ในชีวิต เช่นฐานะร่ำรวยแต่เต็มไปด้วยภาระน่าหนักอก เป็นชายแต่ใจแอบเป็นหญิง สวยหล่อแต่ตัวเตี้ยขาสั้นเต่อ เรียกว่าเจอเผชิญปัญหารบกวนจิตใจเดิมๆได้ตลอด มองคนอื่นรอบตัวเขาไม่เห็นต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาเช่นตนกันเลย

หากเคยรู้สึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองมาก่อน คนที่คงโดนเรากล่าวโทษมากที่สุดเห็นจะได้แก่บุพการีผู้ให้กำเนิด ให้เราเกิดมาแล้วก็ไม่รู้จักเลี้ยงให้ดีมีความสุขสมบูรณ์อย่างลูกคนอื่น อันดับต่อมาน่าจะได้แก่เทวดาฟ้าดิน อุตส่าห์ทำดีเหตุใดจึงแลไม่เห็นและตกรางวัลกับเรามากๆ

และแม้คนไทยบางส่วนถูกสอนมาถูกทาง คือให้หมั่นท่องติดปากว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ?มันเป็นกรรมเก่าของเราเอง? แต่ก็มักเป็นการท่องแบบนกแก้วนกขุนทองเอาไว้ปลอบใจตัวเอง มากเสียกว่าที่จะตระหนักว่านั่นเป็นความรู้อันควรลงให้ลึกและเข้าใจให้ซึ้ง จำแนกละเอียดเป็นเรื่องๆไปว่าที่กำลังเป็นอยู่ ที่กำลังพอใจหรือไม่พอใจมาจากการกระทำแบบไหน เพื่อความรู้แจ้ง เพื่อความสังวรระวัง และเพื่อความเร่งรัดให้ตนเองพัฒนาต่อๆไป ทั้งในด้านที่ดีอยู่แล้วและในด้านที่ยังพร่องอยู่

ในปฐมบรรพหรือส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้ จะพูดถึง ?กรรมเก่า? ในหลายฐานะ ทั้งโดยความเป็นช่างผู้ปั้นแต่งรูปร่างหน้าตา ทั้งโดยความเป็นบรรพบุรุษผู้มอบมรดกตกทอดเป็นเงินทองของใช้ ทั้งโดยความเป็นองครักษ์พิทักษ์ความปลอดภัย ทั้งโดยความเป็นยักษ์ในตะเกียงวิเศษ รวมทั้งความเป็นอะไรต่ออะไรให้เราอีกมากมาย ชนิดที่ต่อไปจะได้ขอบคุณหรือกล่าวโทษให้ถูกตัวกันจริงๆ ไม่ใช่โทษมั่วไปเรื่อยโดยไม่ต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาใดๆ หาว่าพ่อแม่ไม่พยายามให้ดีกว่าที่เคยบ้าง หาว่าเทวดากลั่นแกล้งบ้าง หาว่าคนรอบข้างเลวร้ายไปหมดบ้าง

ปฐมบรรพจะชี้ชัดตามพระพุทธองค์ตรัส คือ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน มีตนเป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้

ผู้ที่เริ่มเชื่อความจริงดังนี้ย่อมเลิกเรียกร้องสิ่งใดๆจากผู้อื่น แล้วหันมาเรียกร้องเอาสิ่งที่ตนปรารถนาจากปัจจุบันกรรมของตัวเอง และต่อไปหากจะน้อยใจชะตาหรือสภาพความเป็นอยู่ต่างๆ ก็คงน้อยใจตัวเองในอดีต ไม่น้อยใจ ?ผิดตัว? อย่างที่แล้วๆมา กับทั้งตระหนักในสิ่งที่ควรตระหนัก เช่นโดยหลักธรรมชาติแล้วเราควรกราบกรานแทบเท้าขอบพระคุณพ่อแม่ ไม่ว่าท่านจะเลี้ยงดูเรามาอย่างไร หรือแม้กระทำต่อเราเช่นใดก็ตาม เหตุผลหลักคือพวกท่านเป็นประตูนำเราเข้าเส้นทางมนุษย์ อันเป็นที่สุดแห่งศักยภาพการพัฒนาตนเอง รวมทั้งตระหนักว่าเทวดานางฟ้าท่านเคยทำดีมาก็สมควรไปเสวยสวรรค์เพื่ออยู่เล่นเป็นสุข ไม่ใช่ต้องมาคอยสอดส่องดูแลมนุษย์ตั้งเกือบหมื่นล้านคนบนโลกทุกวัน หากรางวัลแห่งการทำดีคือต้องขึ้นสวรรค์ไปคอยสอดส่องดูแลมนุษย์ราวกับเป็นขี้ข้าสิ่งมีชีวิตในภูมิต่ำกว่าไปทั้งชาติ ซึ่งอย่างนี้ก็อย่าทำดีหวังสวรรค์กันเลยดีกว่า เอาแค่ครึ่งๆกลางๆพอได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกที แล้วงอมืองอเท้ารอรับความช่วยเหลือจากเบื้องบนเท่านั้นพอ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้สามารถมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้น นับว่าได้ที่พึ่งอันหายาก และในแง่ของการเป็นที่พึ่งแห่งตนในระยะยาวก็ควรจะต้องรู้จักกรรมทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว รู้ว่ากรรมอันใดดีจะได้ทำให้มากเพื่อได้เป็นเรือใหญ่อาศัยแล่นไปในมหาสมุทรแห่งภพภูมิ รวมทั้งรู้ว่ากรรมอันใดชั่วจะได้หลีกเลี่ยงให้ห่างเพื่อไม่ต้องโดนมันโยนลงน้ำไปลอยคอลำบากลำบน

จาก หนังสือ เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ของ ดังตริน