ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย frog
 - 15 มีนาคม 2013, 08:35:26
เป็นกำลังใจให้ท่านเจ้าของกระทู้ครับ..
กระทู้โดย HaMe
 - 14 มีนาคม 2013, 11:09:57
อ่านกร้นี้ไปลดความหื่นได้ชะงักงั้น  scary

เอาใจช่วยนะคับ สามเดือนลองตรวจอีกที
กระทู้โดย aunt49
 - 13 มีนาคม 2013, 16:13:23
 pongz กระทู้นี้ดีมากๆครับ เป็นเรื่องเตือนใจได้ดีทีเดียว eta08
กระทู้โดย Souldark
 - 13 มีนาคม 2013, 10:58:15
เปนกำลังใจให้ครับสู้ๆ
กระทู้โดย CescBalo
 - 13 มีนาคม 2013, 02:03:12
อย่ากังวลครับ โอกาสติดเชื้อค่อนข้างน้อย แต่อย่างไรก็ตามช่วงนี้มีเพศสัมพันธ์ต้องป้องกันก่อนนะครับ ให้ชัวล์ เช็คเลือด  3 เดือนอีกรอบ (>98%) น้ำยาที่ตรวจส่วนใหญ่ ค่อนข้างเชื้อถือได้สูงมากครับ ถ้า -ve แทบจะไม่มีโอกาสเป็นโรค
กระทู้โดย Mdline
 - 13 มีนาคม 2013, 01:25:25
อ้างจาก: G-Dragon เมื่อ 12 มีนาคม 2013, 21:50:56
ฝ่ายรับทางช่องคลอด   0.1-10%
ฝ่ายรุกทางช่องคลอด  0.1-1%
งง ว่าสองอันนี้มันต่างกันยังไงครับ

ฝ่ายรับทางช่องคลอดหมายถึง ผู้หญิงไม่มีเชื้อครับแต่ผู้ชายที่มีไรด้วยมีเชื้อ
ฝ่ายรุกทางช่องคลอดหมายถึง ผู้ชายไม่มีเชื้อครับ แต่ผู้หญิงที่มีไรด้วยมีเชื้ออยู่
กระทู้โดย Mdline
 - 13 มีนาคม 2013, 01:23:13
อ้างจาก: Gravityltd เมื่อ 12 มีนาคม 2013, 23:56:18
ที่ผู้หญิงมี% เยอะกว่าเพราะน้ำอสุจิไปขังอยู่ในช่องคลอดครับ
ได้รับเชื้อไปแล้วกว่าเชื้อจะทำลายภูมิคุ้มกันเราก็ใช้เวลานานหลายเดือนอยู่ เดือนเดียวแล้วป่วยคงไม่ใช่ครับ  ljhgf
มันมีภาวะนึงที่เรียกว่า Acute retroviral syndromeครับ เกิดหลังจากได้รับประมาณ2-4สัปดาห์
เป็นภาวะที่เกิดจากร่างกายเราเจอเชื้อretrovirusครั้งแรกครับ ซึ่งHIVเป็นหนึ่งในนั้น
ทำให้ร่างกายตอบสนองโดยการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตัวนั้น ซึ่งอาการมีเยอะแยะเต็มไปหมดครับ
พบบ่อยสุดคือไข้ เจ็บคอ ไอ อาการคล้ายเป็นหวัด ต่อน้ำเหลือโต ถ่ายเหลว น้ำหนักลดฯลฯ มีเป็น20กว่าอาการ
ไปจนถึงบางคนไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้

ซึ่งSyndromeนี้จะเป็นอยู่2-4สัปดาห์แล้วมันจะหายไปเองครับ แล้วมันก็จะเข้าสู่ระยะเงียบ
ไปอีกหลายปีจนถึง10ปี จนกระทั่งภูมิคุ้มกันเราตกถึงระดับนึง มันก็จะมีอาการติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆมากมาย
อันนั้นเรียกว่า ระยะเอดส์แล้วครับ
กระทู้โดย Gravityltd
 - 12 มีนาคม 2013, 23:56:18
ที่ผู้หญิงมี% เยอะกว่าเพราะน้ำอสุจิไปขังอยู่ในช่องคลอดครับ
ได้รับเชื้อไปแล้วกว่าเชื้อจะทำลายภูมิคุ้มกันเราก็ใช้เวลานานหลายเดือนอยู่ เดือนเดียวแล้วป่วยคงไม่ใช่ครับ  ljhgf
กระทู้โดย pheebar
 - 12 มีนาคม 2013, 22:49:42
อ้างจาก: G-Dragon เมื่อ 12 มีนาคม 2013, 21:50:56
ฝ่ายรับทางช่องคลอด   0.1-10%
ฝ่ายรุกทางช่องคลอด  0.1-1%
งง ว่าสองอันนี้มันต่างกันยังไงครับ


อันแรกหญิง อันที่สองชายครับ
กระทู้โดย G-Dragon
 - 12 มีนาคม 2013, 21:50:56
ฝ่ายรับทางช่องคลอด   0.1-10%
ฝ่ายรุกทางช่องคลอด  0.1-1%
งง ว่าสองอันนี้มันต่างกันยังไงครับ
กระทู้โดย Mdline
 - 12 มีนาคม 2013, 20:04:12
เอา%การติดเชื้อHIV มาฝากครับ อ้างอิงจากเว็ปศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาติไทย
ความน่าเชื่อถือของข้อมูล บอกไม่ได้ครับ

ความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีโดยประมาณ จากการสัมผัสเชื้อในแต่ละครั้ง
1. การรับเลือด  (1 ยูนิต)       92.5 %
2.การใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน  0.67-0.80 %
3. ฝ่ายรับทางทวารหนัก    1-30%
4. ฝ่ายรุกทางทวารหนัก     0.1-10%
5.ฝ่ายรับทางช่องคลอด   0.1-10%
6.ฝ่ายรุกทางช่องคลอด  0.1-1%
7.ฝ่ายรับทางปาก (การทำออรัลกับอวัยวะเพศชาย)   0-0.04%
8. ฝ่ายรุกทางปาก (การถุกออรัลอวัยวะเพศชาย)  0-0.005%
9. การใช้ปากกับอวัยวะเพศหญิง     มีโอกาสแต่น้อยมากๆ
10. เข็มตำเข้าผิวหนัง  เข้มฉีดยาที่มีเลือดติด   0.3%
11. เยื่อบุ    0.09%

มีการประมาณว่าโอกาสถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีผ่านเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก สูงกว่าทางช่องคลอด 18 เท่า


หมายเหตุ ข้อมูลข้างต้น เป็น%ต่อครั้ง กับคนที่มีเชื้อนะครับ
แต่มันไม่แน่นอนหรอก เพราะถ้าไปเสี่ยงกับคนที่เชื้อเยอะ โอกาสมันก็มากขึ้นตาม
ถ้าเสี่ยงกับคนมีเชื้อน้อย %มันก็น้อย และอาจจะน้อยกว่าข้อมูลข้างบน

เพราะฉะนั้น ข้อมูลข้างบน
"เอาไว้ใช้แก้อาการจิตตก ของคนที่เสี่ยงไปแล้วเท่านั้น"
แต่ไม่แนะนำให้ลองเสี่ยงดู เพราะเชื่อข้อมูลข้างบน ห้ามเด็ดขาดนะครับ เดี๋ยวผมเป็นโต้ด
กระทู้โดย Mdline
 - 12 มีนาคม 2013, 19:47:53
ขออนุญาติตั้งผิดห้องนะครับ แต่ห้องนี้คนเยอะกว่าเลยอยากช่วยเตือนให้ระวังนิดนึงครับ
สืบเนื่องจากการบ้านแรกที่ส่งไปต้นเดือนแล้ว

ผ่านมา2อาทิตย์กว่าผมป่วยครับพี่น้อง

เป็นไข้ยาวนานมาก 2อาทิตย์ ไม่มีอาการอะไรอย่างอื่นเลย
ด้วยเส้นสายบางอย่าง จึงได้ตรวจเลือดโรคพิศดารทุกอย่าง
ปกติหมดครับทุกโรค ผลเลือด"ปกติ" หมดเลย แต่กินยาไม่หายครับ 2อาทิตย์มันหายเอง

หลายท่านคิดว่ากลัวทำไมครับ ผลเลือดปกติ แต่ผมกลัวครับเพราะ มันหาสาเหตุไม่ได้
หวยมันจึงไปลงที่ เป็นภาวะติดเชื้อHIV หรือเปล่าเพราะ อาการไข้มันเจอได้เยอะสุด และ ระยะเวลาหลังรับเชื้อ
ประมาณ2อาทิตย์แล้วมีอาการ มันเป๊ะเกินไปจนน่ากลัว ย้อนกลับไปที่การบ้านครับ

ผมป้องกันดีนะใส่CD ไม่แตกไม่รั่ว แต่ผมพลาดอย่าง เพราะ ผมทาสีครับ(จริงๆแล้วการทาสีมีโอกาสได้รับเชื้อน้อยมากๆ)
แต่ลืมไป ผมเป็นเหงือกอักเสบเลือดออกตามไรฟันบ่อยๆ โอกาสมันจึงเพิ่มได้บ้าง

เครียดเลยครับทีนี้ ผลเลือดHIVผมก็ตรวจเหมือนกัน แต่ผลยังเป็นลบ
แต่ว่าระยะเวลา1เดือนหลังเสียงเจาะเลือดแล้วผลลบ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะสบายใจได้กี่%
ไม่รู้ห้องแล็ปโรงพยาบาลรัฐใช้น้ำยาอะไรในการตรวจ เพราะถ้าน้ำยาดี ถ้ามีเชื้อ 1 เดือนมันก็เจอได้เยอะล่ะ
ถ้าไม่ดี ให้ชัวร์ต้อง3เดือน

ฉะนั้นเตือนครับเตือน การทาสี ต้องดูสุขภาพช่องปากท่านด้วย
เชื้อHIVเจอได้ที่สารคัดหลังเช่น อสุจิ และ น้ำในช่องคลอดครับ
ถ้าปากท่านมีแผล แต่เหงือกอักเสบ มีเลือดออกบ่อยๆ
การทาสีให้ผู้หญิงที่ไม่รู้ว่ามี HIV หรือไม่ โอกาสมันมีแน่นอน
ผมรู้%มันน้อย(ถ้าไม่มีแผลเลย สุขภาพปากดีโอกาสติดแทบไม่มี หรือน้อยกว่า1%
ถ้าสุขภาพปากแย่อาจจะเพิ้่มเป็น2-5%ได้)

แต่คุณคงไม่เอา5%มาเสี่ยงเหมือนผมจริงไหม
จริงๆผมไม่ยอมเสียงนะ แต่ผมลืม  piuyty

เดี๋ยวว่างๆจะไปตรวจที่คลินิคนิรนามล่ะครับน้ำยาเค้าดี ถ้าหลังจากนี้ไปตรวจแล้ว ลบ
คงสบายใจได้มากกว่า90%