ตอบ

ตอบ

ข้อความมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ:
คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่
หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย lamborghini
 - 07 ธันวาคม 2014, 22:56:54
หนีเมียไปเจอเจ้านาย
กระทู้โดย ขุนแผน นกป.
 - 07 ธันวาคม 2014, 21:52:56
โชคสองชั้น
กระทู้โดย PLAYBOY ขั้นเทพ
 - 07 ธันวาคม 2014, 21:50:04
khjhgg khjhgg อย่าเจอเชียวนะ  roister eta20
กระทู้โดย Daddy Cm
 - 07 ธันวาคม 2014, 21:47:34
ไม่อยากเจอ
กระทู้โดย etatae333
 - 07 พฤศจิกายน 2014, 16:54:27
คาริบดิสและซิลลา สองอสุรีแห่งท้องทะเล



มีสุภาษิตฝรั่งบทหนึ่งว่าไว้ว่า "between Scylla and Charybdis" "ระหว่างคาริบดิสและซิลลา"
ซึ่งเทียบกับภาษิตไทยก็คือ "หนีเสือปะจระเข้" อันหมายถึงการหลบอันตรายอย่างหนึ่ง แต่กลับพบอันตราย
อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งภาษิตนี้มีที่มาจากอสุรกาย 2 ตนในตำนานเทพปกรณัมกรีกซึ่งมีนามว่า ซิลลาและคาริบดีส



ซิลลาและคาริบดิสเป็นอสุรกายที่อาศัยอยู่ที่ช่องแคบเมสสินาในเกาะซิชิลี โดย ณ ช่องแคบนั้นมีวังน้ำวนขนาดใหญ่
ชื่อ คาริบดิส ด้วยกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากได้ทำให้เรือใหญ่น้อยที่หลงเข้าไป จมลงเป็นอันมากและหากเรือลำใด
พยายามแล่นห่างออกจากคาริบดิส ก็จะชนเข้ากับโขดหินชื่อ ซิลลา จนอับปางลงเช่นกัน เพราะซิลลาและคาริบดีส
อยู่ห่างกันเพียงแค่ระยะยิงธนูถึงเท่านั้น



กำเนิดของซิลลา มีอยู่ว่า ชายชาวประมงนาม กลอคัส (Glaucus)ได้ออกหาปลาแล้วจอดเรือพักที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง
เพื่อคัดแยกปลา ครั้นเทปลาที่ตายแล้วลงบนพื้นหญ้า ปลาทุกตัวก็กลับมีชีวิตและตะเกียกตะกายกลับลงน้ำ กลอคัสเข้าใจว่า
เป็นเพราะต้นหญ้าพวกนั้น จึงลองถอนขึ้นมากินกำหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกกระวนกระวายอยากลงน้ำจนต้องกระโดดลงน้ำไป 


เทพโอเชียนัส (เทพไททันผู้ครองมหาสมุทรก่อนโพเซดอน ซึ่งในสงครามที่เหล่าไททันสู้รบกับเทพโอลิมปัส
โอเชียนัสยอมเข้าพวกกับมหาเทพซูส จึงไม่ถูกยึดอำนาจไปหมด โดยโพเซดอนจะครองทะเลเมอดิเตอร์เรเนียนและแม่น้ำลำธาร 
ส่วนทะเลนอกเหนือเขตนั้นยังเป็นของโอเชียนัส) ได้ให้การต้อนรับและแต่งตั้งกลอคัสเป็นเทพแห่งน้ำอีกองค์หนึ่ง
โดยนำสายน้ำมาชำระความเป็นมนุษย์ออก เมื่อกลายเป็นเทพแล้ว กลอคัสก็มีเรือนผมสีเขียวน้ำทะเลและมีกายท่อนล่างเป็นปลา



ต่อมากลอคัสได้พบกับหญิงสาวนาม ซิลลา (Scylla : บางที่ก็ว่าเป็นอัปสร ธิดาของเพอร์ซิส เทพแห่งน้ำ) ที่ลงมาเล่นน้ำ
กลอคัสเห็นเข้าก็หลงรัก แต่ซิลลาตกใจกลัวในรูปร่างประหลาดของกลอคัส  นางจึงวิ่งหนีขึ้นฝั่ง กลอคัสไม่สามารถตามขึ้นไปได้
จึงไปปรึกษา เซอร์ซี (Circe) แม่มดแห่งท้องทะเล เพื่อให้นางช่วยเหลือ


ทว่าเซอร์ซีกลับหลงรักกลอคัส นางพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาลืมซิลลา แต่ก็ไม่เป็นผล เซอร์ซีจึงแอบนำยาพิษร้ายไปเทไว้
ณ จุดที่ซิลลาชอบมาเล่นน้ำ เมื่อนางกลับมา ก็ถูกพิษจนกลายเป็นอสุรกาย มีหัวและคอถึง 6 หัว ลำคอเหมือนงู หัวเหมือนสุนัข
และมีขา 12 ข้าง แต่ถูกตรึงอยู่ ณ ที่นั้น ไม่สามารถขยับไปไหนได้และคอยดักเล่นงานเรือที่ผ่านไปมา จนภายหลังก็กลายเป็น
โขดหินไป (บางที่เล่าว่า เฮราคลิส (Heracles:ชื่อกรีก) หรือ เฮอร์คิวลิส (Hercules : ชื่อโรมัน) ผ่านมาและได้ฆ่าซิลลา
นางจึงกลับกลายเป็นโขดหิน)



แต่อีกตำราหนึ่งกล่าวว่า ซิลลาเป็นอนุภรรยาของโพเซดอน ด้วยความหึงหวงทำให้เทวีแอมฟริไตรตี (Amphitrite)
ชายาของโพเซดอน เอายาพิษมาโปรยตรงบริเวณนั้น ทำให้นางกลายเป็นอสุรกายไป

ส่วนเรื่องของ คาริบดีส (Charybdis) นั้นค่อนข้างสั้น โดยกล่าวว่านางเป็นนางอัปสรธิดาของโพเซดอนและเจ้าแม่ธรณี
จีอาแต่อีกตำรากล่าวว่านางเป็นหนึ่งในหมู่อัปสรนีเรียด (Nereids) ธิดา 50 องค์ของเนเรอุส (Nereus) เทพแห่งทะเลอีเจียน




นางได้ทำให้น้ำท่วมขึ้นไปบนแผ่นดิน เพื่อขยายอาณาเขตของบิดานาง มหาเทพซูสโกรธจึงใช้สายฟ้าฟาดนางถึงแก่ความตาย
แล้วสาปให้เป็นอสุรกายที่มีปากขนาดใหญ่ ดูดและพ่นน้ำปริมาณมหาศาลวันละ 3 ครั้ง ทำให้เกิดเป็นวังวนคาริบดีสขึ้น
ใกล้ๆกับที่สถิตของซิลลานั่นเอง

เรื่องราวของอสุรีทั้งสองปรากฏในตำนานมหากาพย์โอดิสซี โดยเล่าไว้ว่า เรือของโอดิสซีอุสต้องผ่านช่องแคบเมสสินาในระหว่าง
เดินทางกลับ หลังเสร็จสงครามทรอย โอดิสซีอุสจำต้องเลือกว่าจะเสี่ยงเอาเรือแล่นไปใกล้คาริบดิสและเรืออาจถูกน้ำวนของนาง
ดูดจนอัปปางจมไปทั้งลำหรือนำเรือเข้าไปใกล้โขดหินซิลลาและเสี่ยงต่อการถูกจู่โจม ซึ่งสุดท้าย โอดิสซีอุสก็เลือกนำเรือเข้าใกล้
โขดหินซิลลาและต้องเสียลูกเรือหกคนโดยถูกหัวสุนัขทั้งหกหัวฉกไปกินหัวละคน