ไขปริศนา "ตำนานหมอกาดำ" เพราะเหตุใดถึงต้องใส่หน้ากากน่ากลัวแบบนั้น?!credit :: พี่นิทาน@dek-d.com
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854488-2985.jpeg)
Plague Doctor (หมอกาฬโรค) หรือเรียกง่ายๆ กันว่า "หมอกาดำ" นั้นเป็นหมอที่มีหน้าที่รักษาผู้ป่วยโรคกาฬโรค
ในสมัยยุคกลางที่เกิดเหตุการณ์โรคระบาดที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า "Black Death" หรือกาฬมรณะ
ที่คร่าชีวิตคนในทวีปยุโรปไปกว่า 30-60% เลยค่ะ น่ากลัวมากๆ หรือจะให้เห็นภาพกว่านั้นก็คือสมัยนั้นประชากรโลก
มีอยู่ประมาณ 450 ล้านคน แต่พอเกิดโรคระบาดนี้ทำให้คนตายไปมากและลดจำนวนคนบนโลกลงมาถึงประมาณ
350-375 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากจริงๆ สาเหตุการเกิดโรคระบาด(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-4674.jpeg)
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกาฬโรคก็คือเชื้อแบคทีเรีย Yersinia pestis ที่มาจากสัตว์ประเภทหนู
(พวกหนูบ้านที่ตัวสีดำๆ น่าเกลียดๆ) ที่ขึ้นมากับเรือจากประเทศจีน และเมื่อมายังทวีปยุโรป เชื้อเหล่านี้ก็ยิ่งแพร่พันธุ์
ในวงกว้างจนเกิดเป็นโรคระบาด และโรคกาฬโรคที่พบบ่อยที่สุดและแพร่หลายที่สุดในตอนนั้นก็คือ Bubonic plague
ที่จะทำให้ต่อมน้ำเหลืองโต บวมและเจ็บปวด ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดตามร่างกายอย่างหนัก และ 80%
ของผู้ป่วยโรคนี้มักจะเสียชีวิต เชื้อโรคนี้จะแพร่ออกไปง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหรือแค่ผู้ป่วยไอหรือจามก็ติดกันได้แล้ว
พอเป็นติดต่อกันเยอะๆ ก็เลยทำให้มีคนตายจำนวนมาก
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-4013.jpeg)
เหตุการณ์ระบาดในตอนนั้นน่ากลัวมาก และเมื่อมีคนตายจำนวนมากก็มีศพคนตายเยอะไปหมดทั่วทุกเมือง ในทุกๆ วัน
ยกตัวอย่างเช่น ในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี มีจำนวนคนตายมากถึง 60% ของประชากรภายในเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น
เมื่อเชื้อโรคสามารถแพร่ระบาดง่ายขนาดนี้ จึงทำให้เป็นที่มาของการแต่งตัวปกปิดมิดชิดและใส่หน้ากากหน้าตาน่ากลัว
คล้ายอีกาดำแบบหมอกาดำ และสาเหตุที่ต้องมี "หมอกาดำ" ขึ้นมานั้นก็เพราะจะมารักษาคนป่วยกาฬโรคนั่นเองค่ะ
หมอกาดำ คืออะไรกันแน่(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-1922.jpeg)
"หมอกาดำ" เป็นหมอที่มีหน้าที่รักษาผู้ป่วยกาฬโรคโดยเฉพาะ โดยจะรักษาคนทุกชนชั้นในสังคม ไม่ว่าจะจนหรือรวย ชาวบ้าน
และผู้คนในชุมชนต่างก็ต้องการตัวหมอกาดำเพื่อรักษาคนรักและสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยหนักกัน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ย่ำแย่
และวุ่นวายมาก บางครั้งหมอกาดำก็มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะรักษาประชาชนที่ป่วยได้หมด เลยต้องจ้างคนที่ทำอาชีพอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องมาเป็นหมอกาดำแทนด้วย หมอกาดำจึงมักไม่ใช่หมอที่มีความรู้ที่ลึกและเชี่ยวชาญเฉพาะโรคจริงๆ ซึ่งก็มีความเสี่ยงว่า
จะรักษาคนไข้ได้ไม่หาย แถมบ่อยครั้งหมอกาดำก็เสียชีวิตเพราะติดโรคระบาดกันทั้งนั้น นอกจากจะรักษาผู้ป่วยแล้ว หมอกาดำยังมีหน้าที่ช่วยจัดการศพผู้ป่วยโดยการนำศพไปทิ้ง (ขอใช้คำว่าทิ้ง เพราะมีจำนวนเยอะมาก
จนไม่มีที่ให้เก็บศพแล้ว) หรือบางครั้งก็ต้องชันสูตรศพและคอยจดรายชื่อผู้ตาย
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-3889.jpeg)
การรักษาผู้ป่วยกาฬโรค หมอกาดำจะต้องใช้วิธีการ Bloodletting หรือการหลั่งเลือดเพื่อการรักษา โดยอาจจะใช้ปลิงเพื่อ
ดูดเลือดผู้ป่วยออกและใช้ผิวหนังของคางคกเพื่อทำปฏิกิริยากับการตรวจสอบโรคด้วย แต่การรักษาเหล่านั้นก็ไม่ค่อยได้ผล
มากเท่าที่ควรเพราะในที่สุดผู้ป่วยก็ต้องตายอยู่ดี
การแต่งตัวของหมอกาดำ(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-545.jpeg)
หลายคนคงสงสัยว่าแล้วทำไมหมอกาดำถึงต้องใส่หน้ากากน่ากลัวขนาดนั้นด้วย คือเห็นแล้วน่ากลัวถึงขนาดว่าถ้าเราเป็นผู้ป่วยเอง
ก็คงตกใจตายเพราะหน้ากากหมอเนี่ยแหละค่ะ หน้ากากของหมอจะมีขนาดพอดีกับหน้าและมีแว่นเพื่อป้องกันตาอยู่ แต่เหตุผลที่
หมอต้องใส่หน้ากากที่มีจะงอยยาวๆ เหมือนปากของอีกานั้นก็เพราะว่าในหน้ากากนั้นมีทรงยาวเพราะเอาไว้ใส่ยาสมุนไพรต่างๆ
เพื่อช่วยดับกลิ่นและป้องกันการติดต่อโรคผ่านลมหายใจ โดยส่วนผสมของยาสมุนไพรจะมีคร่าวๆ ดังนี้ -อำพันทะเล (Ambergris)
-ใบสะระแหน่ (Mint leaves)
-กำยาน (Storax)
-มดยอบ (Myrrh)
-ทิงเจอร์ฝิ่น (Laudanum)
-กลีบกุหลาบ (Rose petals)
-การบูร (Camphor)
-กานพลู (Cloves)
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-2816.jpeg)
ดูๆ แล้วก็น่าจะมีกลิ่นคล้ายๆ ยาดมสมุนไพรที่บ้านเราชอบดมกันแน่ๆ เพราะมีทั้งคุณสมบัติที่เป็นยาและทำให้สดชื่นขึ้นด้วย
และนอกจากหน้ากากแล้ว ชุดของหมอกาดำก็จะมีหลายๆ แบบแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมใส่กันที่สุดจะเป็นชุดที่มีลักษณะ
เป็นเสื้อคลุมยาวเนื้อหนาและฉาบด้วยขี้ผึ้ง ด้านในใส่เสื้อแขนยาว ขายาว ใส่รองเท้าบูท ถุงมือและหมวก เป็นเครื่องแต่งกาย
ที่มิดชิดป้องกันไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของหมอได้รับเชื้อโรค และเครื่องแต่งกายทุกอย่างที่ว่ามานี้จะเย็บจาก
หนังแพะซึ่งทำให้มีลักษณะหนา ป้องกันเชื้อโรคและอะไรหลายๆ อย่างได้
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-5156.jpeg)
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ
"ไม้เท้า" คู่กายของหมอที่ใช้เป็นตัวช่วยในการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัสจริง
แต่จริงๆ แล้วหมอกาดำนี้จะมีความเกี่ยวข้องทางความเชื่อไสยศาสตร์เหมือนกันเพราะผู้ป่วยส่วนมากมักเชื่อว่าโรคร้ายนี้
เกิดขึ้นจากการลงโทษของพระเจ้าบ้าง คำสาปบ้าง บางครั้งหมอกาดำจึงจำเป็นต้องใช้ไม้เท้าเพื่อปัดโรคร้ายนี้ออกไป
ชุดหมอกาดำในปัจจุบัน (http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-4075.jpeg)
(http://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1495854475-2713.jpeg)
แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีหมอกาดำอีกต่อไปแล้ว (ซึ่งถ้ามีก็ขอไม่เจอดีกว่า น่ากลัวมาก) แต่เครื่องแต่งกายของหมอกาดำ
ก็ยังเป็นที่นิยมและปรากฏอยู่ในเกมต่างๆ หนัง หรือการ์ตูนแอนิเมชั่น รวมไปถึงการแต่งกายแฟนซีในงานปาร์ตี้ เช่น
ฮาโลวีน หรืองานโอกาสต่างๆ และหน้ากากของหมอกาดำก็ยังเป็นหนึ่งในหน้ากากในเทศกาลหน้ากากที่เวนิสอีกด้วย
ด้วยลักษณะการแต่งกายที่น่ากลัวและดูหลอนๆ แบบนี้เลยทำให้หมอกาดำไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของใครเท่าไหร่นัก
แม้กระทั่งผู้ป่วยเองก็ไม่อยากเจอ เพราะใครที่จะต้องพบกับหมอกาดำก็แปลว่าอีกไม่นานพวกเขาจะต้องตาย (ด้วยโรคร้าย)
แต่ถึงยังไงถ้าปัจจุบันเราเดินๆ อยู่หรือไปตามงานต่างๆ แล้วเจอกับคนใส่ชุดหมอกาดำก็คงจะตกใจไม่น้อย ถึงขั้นมีคลิปวิดีโอ
ที่คนแกล้งแต่งตัวเป็นหมอกาดำไปหลอกคนตามถนนด้วย
แต่จากที่ได้รู้เรื่องราวประวัติความเป็นมาของหมอกาดำแล้วก็อดชื่นชมพวกเขาในสมัยนั้นไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้อง
เสียสละเยอะเหมือนกัน และอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่พี่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันก็คือ หนึ่งในหมอกาดำที่มีชื่อเสียง
ในสมัยนั้นก็คือ
"นอสตราดามุส" นั่นเอง