[ArsGoetia] ลำดับที่ 4: เจ้าชายซามิแกน
(Prince Samigina)
ผู้ปลุกวิญญาณแห่งศิลปะศาสตร์
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1781233109-7602.png)
หลังจากได้ทำความรู้จักกับเหล่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่สามตนแรกแล้ว เรามาต่อกันที่
ปีศาจลำดับที่ 4 ในตำรา 72 ปีศาจแห่งโซโลมอน นั่นคือ เจ้าชายซามิแกน
(Prince Samigina) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า แกมิจิน (Gamigin)
ซามิแกนเป็น มาร์ควิส (Marquis) ผู้สูงศักดิ์ ซึ่งปกครองกองทัพปีศาจ 30 กองพล
เขาเป็นปีศาจที่เชี่ยวชาญในเรื่องของ ศิลปะศาสตร์ (Liberal Sciences) และ
ที่โดดเด่นที่สุดคือ อำนาจในการ นำวิญญาณของผู้ที่ตายในบาป มาปรากฏ
และตอบคำถามได้อย่างชัดเจน
ตำแหน่งและอาณาเขต
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1765359436-0217.png)
ซามิแกนมีตำแหน่งเป็น มาร์ควิส (Marquis) และปกครองปีศาจถึง 30 กองพล
เขามีบทบาทสำคัญในการมอบความรู้ที่ลึกซึ้งในด้าน ศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์
(Liberal Sciences) ทุกแขนงให้กับผู้ที่อัญเชิญ
นอกจากนี้ อำนาจที่น่าเกรงขามที่สุดของเขาคือการ ทำให้วิญญาณของผู้ที่ตายในบาป
(Souls who died in sin) ปรากฏกายและ ตอบคำถาม ได้อย่างชัดเจนและสัตย์จริง
ซึ่งอำนาจนี้ทำให้เขากลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นยอดเกี่ยวกับอดีตและชีวิตหลังความตาย
รูปลักษณ์
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1765341334-777.jpeg)
ซามิแกน ปรากฏกายในรูปลักษณ์อันเชื่อมโยงกับพลังแห่งความตาย และโลกหลังความตาย
โดยมักแสดงตนเป็น ม้าตัวเล็กหรือม้าล่อสีดำสนิท รูปร่างผอมเพรียวเหมือนม้าที่ผ่าน
อำนาจเหนือธรรมชาติ
ลวดลายบนใบหน้าและลำตัวบิดเบี้ยว คล้ายถูกสลักด้วยอักขระลี้ลับ ทำให้มีความรู้สึก
ทั้งน่าเกรงขามและไม่เป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ ท่วงท่าในการเคลื่อนไหวดูแข็งแรง
แต่แฝงความผิดธรรมชาติ ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่กึ่งมีเลือดเนื้อและกึ่งเป็นวิญญาณ
สัญลักษณ์คู่ประจำตัวเขาคือ ตราแซมิไกินา ที่ประกอบด้วยกางเขนสามแฉก
และกรอบลักษณะคล้ายประตูอีกโลกหนึ่ง ซึ่งมักปรากฏร่วมกับการอัญเชิญ
หรือการบันทึกตำนานของเขา
เมื่อผู้เรียกสั่งให้เปลี่ยนร่าง ซามิแกนจะกลายเป็น ชายผู้มีความสง่างามเยือกเย็น
ใบหน้าคมชัด มีบรรยากาศของความตายห้อมล้อมรอบร่างกาย เขาพูดด้วย
เสียงแหบต่ำ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงสะท้อนจากห้องโถงว่างเปล่าใน
โลกหลังความตาย เป็นเสียงที่ฟังแล้วเยือกเย็นแต่ทรงอำนาจ
พลังอำนาจ
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1765341369-4223.jpeg)
พลังอำนาจของซามิแกนแบ่งออกเป็นสองด้านหลัก คือ ความรู้และการเรียกวิญญาณ
ผู้ให้ความรู้ด้านศิลปะศาสตร์: เขาสามารถสอนความรู้เกี่ยวกับ Liberal Sciences
ทั้งหมดได้แก่ผู้อัญเชิญ ทำให้เกิดความเข้าใจในวิชาต่าง ๆ เช่น ตรรกศาสตร์,
วาทศิลป์, และดาราศาสตร์
การเรียกวิญญาณ: เขามีอำนาจในการเรียก วิญญาณของผู้ที่สิ้นชีวิตในบาป ให้มา
ปรากฏกายในร่างที่สามารถมองเห็นได้ และสามารถบังคับให้วิญญาณเหล่านั้นตอบคำถาม
ทั้งหมดที่ผู้เรียกต้องการทราบเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก
การสื่อสารความจริง: คำตอบที่ได้จากซามิแกนและวิญญาณที่เขาเรียกมานั้น
ถูกกล่าวว่าเป็น ความจริงที่ปราศจากการโกหก และมีความละเอียดชัดเจน
นักปราชญ์ผู้สนทนากับกษัตริย์ที่สาบสูญ
พลังของซามิแกนสื่อถึงความปรารถนาของมนุษย์ที่จะ เข้าถึงความรู้ที่ถูก
กาลเวลาผนึกไว้ และ ไขความลับจากผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1765341419-4804.jpeg)
ครั้งหนึ่ง มีนักปราชญ์ผู้ปรารถนาความรู้ชั้นสูงสุดของโลก แต่ตำราและอาจารย์ทุกคน
ก็ไม่สามารถให้คำตอบที่แท้จริงแก่เขาได้ เขาจึงหันไปอัญเชิญ มาร์ควิสซามิแกน
ซามิแกนปรากฏในร่างของม้าตัวเล็กที่ดูเรียบง่าย นักปราชญ์สงสัยในรูปลักษณ์นั้น
แต่เมื่อซามิแกนเปลี่ยนร่างเป็นบุรุษผู้สง่างามพร้อมเสียงแหบต่ำ เขาก็เริ่มถ่ายทอด
ศิลปะศาสตร์ ทุกแขนงแก่นักปราชญ์อย่างที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดสอนมาก่อน
แต่สิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าคือ นักปราชญ์ได้ขอให้ซามิแกนเรียก วิญญาณของ
กษัตริย์โบราณ ที่เป็นผู้สร้างอาณาจักรที่สาบสูญมาปรากฏกาย เมื่อวิญญาณนั้น
ปรากฏขึ้น ร่างกายก็ดูเลือนรางแต่ถ้อยคำนั้นชัดเจน
วิญญาณนั้นได้เปิดเผยถึง ความลับ ในการสร้างอาณาจักร การล่มสลาย
และความรู้ที่ถูกจงใจซ่อนไว้จากมนุษย์ในยุคหลัง นั่นทำให้ซามิแกนไม่ใช่แค่ผู้สอน
แต่เป็น สะพานเชื่อมระหว่างโลกคนเป็นกับคลังความรู้แห่งโลกคนตาย