[J-Character] Kamen Rider V3
ปฐมบทแห่งความแค้น และการสืบทอดพลัง 26 ประการ(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379401-7529.jpeg)
หากจะกล่าวถึง "คาเมนไรเดอร์" ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคโชวะ และมีดีไซน์
ที่ดูดุดันร่วมสมัยที่สุดในยุคนั้น คงหนีไม่พ้น คาเมนไรเดอร์ V3 เขามือคือผู้ที่ได้รับ
ฉายาว่า "ลูกผสม" ระหว่างพลัง (จาก V1) และเทคนิค (จาก V2) และเป็น
ตัวละครที่ทำให้กระแส "ไรเดอร์ฟีเวอร์" พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนความเป็นมาของตัวละคร(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379445-6342.jpeg)
คาซามิ ชิโร่ (Shiro Kazami) คือชายหนุ่มที่ชีวิตถูกโชคชะตาเล่นตลกอย่างโหดร้าย
เขาเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมโดยฝีมือขององค์กรชั่วร้าย "เดสตรอน" (Destron)
จนนำไปสู่การสูญเสียพ่อ แม่ และน้องสาวไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความแค้นเขาจึงขอร้องให้
ฮอนโก ทาเคชิ (V1) และ อิจิมอนจิ ฮายาโตะ (V2) ดัดแปลงเขาเป็นมนุษย์จักรกล
แต่รุ่นพี่ทั้งสองปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขาต้องมีชีวิตที่น่าเศร้า
ทว่าในระหว่างการเข้าช่วยไรเดอร์ทั้งสองจากกับดักระเบิด ชิโร่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จนเกือบเสียชีวิต ไรเดอร์ทั้งสองจึงตัดสินใจดัดแปลงเขาให้เป็น คาเมนไรเดอร์ V3
เพื่อรักษาชีวิตและมอบพลังในการล้างแค้นให้แก่เขา
อาวุธและพลังการต่อสู้(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379491-3507.jpeg)
V3 มีความพิเศษที่เข็มขัด "ดับเบิ้ล ไต้ฝุ่น" (Double Typhoon) ซึ่งมีกังหัน 2 ตัว
(ตัวหนึ่งรับพลังจาก V1 และอีกตัวรับเทคนิคจาก V2) พลังของเขาถูกรวบรวมไว้ใน
รูปแบบของ "26 ความลับของ V3" ซึ่งในยุคนั้นแฟนๆ ต้องคอยลุ้นว่าในแต่ละตอน
เขาจะเผยความลับข้อไหนออกมา
แนวคิดการออกแบบเมื่อ "แมลง"
รวมร่างกับ "ความแค้น"(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379518-0908.jpeg)
แม้ว่าไรเดอร์รุ่นพี่ (V1, V2) จะใช้ต้นแบบจาก "ตั๊กแตน" แต่สำหรับ V3 นั้น
อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ ได้แรงบันดาลใจเพิ่มเติมจาก "แมลงปอ" เข้าไป
ผสมผสานด้วย (แม้ในข้อมูลทางการจะยังนับเป็นตั๊กแตนสายพันธุ์พัฒนาแล้วก็ตาม)
เพราะแมลงปอคือ "เจ้าแห่งเวหา" มีดวงตาขนาดใหญ่และบินได้รวดเร็ว
สื่อถึงความสามารถของ V3 ที่เคลื่อนที่กลางอากาศได้เก่งกว่ารุ่นพี่นั่นเอง
ในขณะที่ V1 และ V2 มีหน้ากากสีเขียว/น้ำเงินที่ดูเป็นมิตรหรือดูเป็น
เครื่องจักรมากกว่า แต่ V3 มาพร้อมกับ "หน้ากากสีแดงสด" โดยสีแดงสื่อถึง
"ความโกรธแค้น" ของ คาซามิ ชิโร่ ที่มีต่อเดสตรอน และ "เลือด" ของ
ครอบครัวที่สูญเสียไป ทำให้ดีไซน์นี้ดูดุดันและดึงดูดสายตาเด็กๆ
ในยุคนั้นที่เริ่มมีทีวีสีแพร่หลาย
สัญลักษณ์ "กังหันคู่" (Double Typhoon) (https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379565-1717.jpeg)
จุดที่แตกต่างที่สุดและเป็นตำนานที่สุดคือ เข็มขัด ในเข็มขัดรุ่นพี่อย่าง V1 ,V2
มีกังหันเดียวเพื่อรับพลังงานลม แต่เข็มขัด V3 มีกังหัน 2 ตัว โดยกังหัน
ด้านขวา ได้รับการส่งต่อพลังมาจาก หมายเลข 1 (พลัง) และกังหัน ด้านซ้าย
ได้รับการส่งต่อเทคนิคมาจาก หมายเลข 2 (เทคนิค) ผลลัพธ์ทำให้ V3
มีสมรรถนะสูงกว่ารุ่นพี่รวมกันเสียอีก (ตามบทวิเคราะห์ในเรื่อง)ในตอนแรก ทีมงานเคยพิจารณาจะให้ V3 ใส่ชุดสีเขียวล้วนเหมือนรุ่นพี่
เพื่อให้ดูเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ อ.โชทาโร่ คัดค้านเพราะต้องการให้ V3
"โดดเด่นออกมาจากเงามืดของรุ่นพี่" ผลลัพธ์คือการใช้สีแดงตัดกับสีเขียว
ซึ่งกลายเป็นคู่สีที่คลาสสิกที่สุดสีหนึ่งของวงการฮีโร่ญี่ปุ่น
ช่วงเวลาที่เข้าสู่ประเทศไทย และความนิยม(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379595-3016.jpeg)
คาเมนไรเดอร์ V3 เข้าฉายในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2516-2517 (ยุค 70s) และสร้างปรากฏการณ์ "ไอ้มดแดง V3" ครองเมือง เด็กไทยในยุคนั้นทุกคนต้องรู้จักท่า
"เฮนชิน" (Henshin) ของเขา ความนิยมนั้นสูงมากจนมีการผลิตของเล่น หน้ากาก
กระดาษ และขนมแถมสติกเกอร์ออกมามากมาย ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์
ของฮีโร่ในใจเด็กไทยมาทุกยุคทุกสมัย
"บิดๆ เบี้ยวๆ กลายเป็นมดเขียว V3" ประโยค "บิดๆ เบี้ยวๆ กลายเป็นมดเขียว V3" ไม่ได้เป็นเพียงแค่
คำเรียกติดปาก แต่มันคือ "วัฒนธรรมการรับชม" ที่เกิดขึ้นเฉพาะ
ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะไม่ได้แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น แต่เกิดจาก
"ทีมนักพากย์ไทย" ในสมัยนั้นครับ (ยุคที่ฉายทางช่อง 7 หรือ
หนังกลางแปลง)
ท่าแปลงร่าง (Henshin) ของ V3 มีความซับซ้อนกว่า V1 และ V2
โดยมีการหมุนมือและบิดตัวที่ดู "ยึกยือ" ในสายตาเด็กๆ นักพากย์จึงใช้
คำว่า "บิดๆ เบี้ยวๆ" เพื่อบรรยายกริยาการขยับร่างกายก่อนจะกลายร่างนั่นเอง
ในยุคนั้น การพากย์หนังมักมีการใส่ "มุกสด" หรือคำสร้อยเข้าไปเพื่อให้สนุกสนาน
ประโยคนี้จึงมักถูกใช้ในช่วงที่ คาซามิ ชิโร่ กำลังทำท่าแปลงร่าง เพื่อเร้าอารมณ์เด็กๆ
ให้เตรียมตัวดูฉากบู๊ จนมันกลายเป็นประโยคศักดิ์สิทธิ์ที่เด็กทุกคนต้องพูดตาม
ก่อนจะกระโดดลงจากโซฟามาทำท่าเตะ!
ทำไมถึงเรียก "มดเขียว" ทั้งที่หน้ากาก "สีแดง"?(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379622-9753.jpeg)
ในสมัยนั้น คนไทยรู้จัก Kamen Rider ในชื่อ "ไอ้มดแดง" (ซึ่งจริงๆ คือตั๊กแตน)
แม้ V3 จะมีหน้ากากสีแดง แต่ "ลำตัว" ของเขาเป็นสีเขียวเข้ม และเพื่อให้
คล้องจองกับคำว่า "เบี้ยว" นักพากย์จึงเลือกใช้คำว่า "มดเขียว"
แทนที่จะเป็น "มดแดง" เด็กไทยยุคนั้นจึงจำภาพว่า "ตัวสีเขียวๆ หน้าแดงๆ คือ V3"
และเรียกสลับไปสลับมาจนกลายเป็นชื่อเรียกเฉพาะตัวไปเลย
หลายคนสงสัยว่าทำไมไทยเรียก "ไอ้มดแดง" ทั้งที่ญี่ปุ่นคือ "นักรบตั๊กแตน"
มีเรื่องเล่าว่า สมัยที่นำเข้ามาฉายครั้งแรก ผู้ใหญ่ในสมัยนั้นเห็นหน้ากากที่มี
ดวงตากลมโตและมีเขาสองข้าง (เสาอากาศ) ประกอบกับตัวสีเขียวๆ แดงๆ
จึงนึกถึง "ตัวมด" มากกว่าตั๊กแตน และชื่อ "ไอ้มดแดง" มันฟังดูใจดี
และเข้าถึงเด็กได้ง่ายกว่าชื่อ "ไอ้ตั๊กแตน" นั้นเอง
นักแสดงผู้รับบทเป็น คาเมนไรเดอร์(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379658-2167.jpeg)
ผู้รับบท คาซามิ ชิโร่ คือคุณ ฮิโรชิ มิยาอุจิ (Hiroshi Miyauchi) เขาเป็นนักแสดง
เจ้าเสน่ห์ที่มีทักษะการแสดงแอ็กชันที่ยอดเยี่ยม และมักจะเล่นฉากเสี่ยงตายด้วยตัวเอง
(เช่น ฉากยืนบนเบาะมอเตอร์ไซค์ขณะขับขี่)
ปัจจุบันคุณมิยาอุจิมีอายุ 78 ปี (เกิด 14 มิถุนายน 1947) ยังคงแข็งแรงและมักปรากฏตัว
ในงานรำลึกหรืออีเวนต์ของคาเมนไรเดอร์เสมอ ท่านยังคงยึดถือจิตวิญญาณ
ของฮีโร่และเป็นแรงบันดาลใจให้นักแสดงรุ่นน้องเสมอมา
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1768379711-0271.jpeg)
บทสรุปคาเมนไรเดอร์ V3 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคต่อ แต่คือบทพิสูจน์ของการต่อสู้
เพื่อความยุติธรรมที่แลกมาด้วยความสูญเสียส่วนตัว ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น
และเสน่ห์ของนักแสดง ทำให้ V3 ยังคงยืนหยัดเป็นอันดับ 1 ในใจ
แฟนไรเดอร์รุ่นเก๋าอย่างไม่เสื่อมคลาย