Series 9/15 — นักข่าวเกาะติดเศรษฐีปริศนา
ตอนที่ 1/4 — อ้างอิงสไตล์: Pinocchio + Healer
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
นักข่าวเกาะติดเศรษฐีปริศนา: EP1 พบพาน
สิงคโปร์ยามรัตติกาล แสงสีจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนลงบนผิวน้ำอ่าว มหานครแห่งการเงินไม่เคยหลับใหล เช่นเดียวกับชนินาถ หรือ 'น้องนีน' ผู้ไม่เคยย่อท้อ เธอคือนักข่าวสาวฝีมือดีจากนิตยสาร Forbes Thailand ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมคายและการเจาะข่าวที่ไม่เคยพลาดเป้าหมาย ครั้งนี้ เธอมีภารกิจที่ท้าทายที่สุด: เจาะข่าว ดร. ธวัชชัย ลิขิตสกุล เศรษฐีเฮดจ์ฟันด์ผู้ลึกลับที่สิงคโปร์และกรุงเทพฯ ผู้ซึ่งเก็บตัวและไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ ตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมา ราวกับเป็นเงาในโลกการเงินที่ทรงอิทธิพลแต่ไร้ตัวตนในสายตาสาธารณะ
"ดร. ธวัชชัยงั้นหรือคะ" นีนพึมพำกับตัวเองในห้องพักโรงแรมหรูย่านมารีน่า เบย์ ใบหน้าเรียวเล็กประดับด้วยดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววฉลาดเป็นประกาย ผมดำขลับเงางามยาวสลวยจรดกลางหลังถูกรวบเป็นหางม้าสูงอย่างเป็นระเบียบ เผยลำคอระหงและโครงหน้าสวยหมดจดรับกับสันกรามเรียวเล็ก ผิวขาวนวลผ่องเปล่งปลั่งจับแสงไฟสีเหลืองนวลในห้องอย่างอ่อนโยน เธอสำรวจชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีน้ำเงินเข้มยามเที่ยงคืนที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน มันถูกออกแบบมาเพื่อโอบรับเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นของเธออย่างลงตัว เน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน บ่งบอกว่าเธอออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายเล็กน้อย ขายาวเรียวสวยซ่อนอยู่ภายใต้ความยาวของชุดที่กรีดปลายขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาในจังหวะที่ก้าวเดิน รองเท้าส้นสูงสีดำเงาวับจากแบรนด์ดังเพิ่มความสูงสง่าให้เธอยิ่งขึ้น พร้อมกับกระเป๋าคลัตช์หนังประดับเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เข้าชุด เธอทาลิปสติกสีแดงก่ำลงบนเรียวปากอิ่มอย่างบรรจง ก่อนจะฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบสดผสมวานิลลาและมัสก์เบาๆ ที่ข้อมือ ซอกคอ และหลังหู กลิ่นหอมละมุนแต่เย้ายวนไม่ฉูดฉาดคืออาวุธลับอีกอย่างของเธอที่เธอหวังว่าจะใช้สร้างความประทับใจแรกพบอย่างไม่อาจลืมเลือน
"เกมนี้ต้องชนะ" เธอพูดกับตัวเองเสียงเบา สายตาแน่วแน่สะท้อนภาพหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและความมั่นใจในแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ
คืนนั้น งานกาล่าดินเนอร์การกุศลสุดหรูจัดขึ้นที่ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางสิงคโปร์ แหล่งรวมเหล่ามหาเศรษฐี ผู้บริหารระดับสูง และคนสำคัญของประเทศ นีนสวมบทเป็นผู้ติดตามของแขกรับเชิญวีไอพีคนหนึ่งที่เธอหาทางเข้าถึงได้ด้วยไหวพริบและเครือข่ายของเธอเอง เธอเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงที่ประดับประดาด้วยแสงเทียนระยิบระยับนับร้อยดวง แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลขับเน้นประกายของเครื่องเพชรที่ประดับบนกายของสุภาพสตรีหลายคนให้โดดเด่น เสื้อผ้าแพรไหมและซาตินหลากสีสันสะท้อนแสงแวววาวราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน นีนกวาดสายตาสำรวจไปทั่วอย่างเยือกเย็น หัวใจเต้นระรัวอย่างตื่นเต้นกับความท้าทายที่รออยู่ แต่ภายนอกยังคงสงบนิ่งและสุขุมตามแบบฉบับนักข่าวที่ผ่านสนามข่าวมาอย่างโชกโชน
และแล้วเธอก็เห็นเขา... ดร. ธวัชชัยยืนอยู่ที่มุมห้อง พูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติอย่างเคร่งขรึม รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีเยี่ยม โอบรับช่วงไหล่กว้างและแผ่นหลังที่ตรงดุจไม้บรรทัด เสริมบารมีให้เขาดูภูมิฐานและทรงอำนาจ ผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นหน้าผากกว้างและคิ้วเข้มหนาที่พาดเฉียงเหนือดวงตาคมกริบสีรัตติกาล ดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะจู่โจม จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าคมเข้ม กรอบขากรรไกรแข็งแกร่งและแน่วแน่ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวของผู้บริหารระดับสูง แม้จะยืนห่างออกไป แต่รัศมีแห่งความลึกลับและน่าเกรงขามก็แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน นีนรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่มองไม่เห็นบางอย่างที่รายล้อมตัวเขา เธอรู้ทันทีว่านี่คือชายที่เธอตามหา และนี่คือเป้าหมายที่ไม่ง่ายเลย
นีนไม่ได้ตั้งใจจะเข้าหาเขาโดยตรง เธอเริ่มสนทนากับนักธุรกิจที่อยู่ใกล้ๆ ดร. ธวัชชัย สร้างเครือข่ายและเก็บข้อมูลอย่างแนบเนียน เธอพูดคุยด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ เสียงของเธอนุ่มนวลน่าฟัง แต่แฝงไปด้วยความเฉียบแหลม คำพูดที่เลือกใช้แสดงถึงไหวพริบและภูมิความรู้ที่กว้างขวางเกินวัย สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่ทิ้งร่องรอย เธอกำลังสังเกตทุกรายละเอียด เคลื่อนไหวอย่างสง่างามแต่คล่องแคล่วราวกับนางพญาเสือดาวที่กำลังซุ่มเงียบ เธอสัมผัสได้ว่าบางครั้ง ดร. ธวัชชัยก็หันมามองเธอชั่วครู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับไปสนทนาต่อ ราวกับจะประเมินเธออย่างเงียบๆ และวัดเชิงเธออย่างไม่มีใครล่วงรู้ ความรู้สึกตื่นเต้นพุ่งพล่านในตัวเธอ 'เขาเห็นเราแล้ว' เธอคิด
หลังจากผ่านไปเกือบชั่วโมง นีนก็หาจังหวะที่กลุ่มคนรอบตัว ดร. ธวัชชัยเริ่มบางตาลง เธอค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบแก้วแชมเปญฟองละเอียดขึ้นมาจิบอย่างสง่างาม เมื่อสบตาเข้ากับเขาโดยบังเอิญอีกครั้ง เธอส่งยิ้มอ่อนโยนที่ฝึกฝนมาอย่างดีให้ เขานิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาคมคู่นั้นดูเหมือนจะพิจารณาเธออย่างถี่ถ้วน ก่อนจะพยักหน้ารับเล็กน้อยอย่างสุภาพ แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความห่างเหิน เป็นสัญญาณว่าเขารับรู้ถึงการมีอยู่ของเธออย่างเป็นทางการ
นีนไม่รอช้า เธอเป็นนักข่าวที่รู้ว่าโอกาสทองมีไม่บ่อยนัก เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปในวงสนทนาอย่างแนบเนียน "ขอโทษนะคะที่รบกวน พอดีดิฉันได้ยินบางประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดทุนเอเชียที่พวกท่านกำลังพูดคุยกันค่ะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อม แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ภายใน
ดร. ธวัชชัยหันมามองเธอเต็มตัวอีกครั้ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะทะลุปรุโปร่งถึงความคิดเบื้องหลัง เธอรู้สึกเหมือนถูกแสกนทุกอณู แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าหวาดกลัว เขายืนนิ่ง สง่างาม แขนข้างหนึ่งวางพาดอยู่บนขอบโต๊ะอย่างสบายๆ แก้วไวน์แดงคริสตัลในมือดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของท่าทางอันทรงอำนาจของเขา นิ้วมือเรียวยาว แต่แข็งแกร่งจับแก้วคริสตัลอย่างมั่นคง ปลายนิ้วสัมผัสกับขอบแก้วเบาๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอค่อยๆ ลอยไปแตะจมูกเขา เป็นกลิ่นกุหลาบที่เจือด้วยความอบอุ่นของวานิลลาและมัสก์ เป็นกลิ่นที่น่าค้นหาและตรึงใจอย่างประหลาดจนเธอเองก็สัมผัสได้ว่าเขากำลังรับรู้ถึงกลิ่นนั้น
"คุณเป็นใคร" เขาถามเสียงทุ้มลึก นุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่น สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าด้วยสายตาแต่กลับไร้ซึ่งความหยาบคาย มีเพียงความอยากรู้อยากเห็น อำนาจ และความท้าทายที่แผ่ออกมา
นีนไม่หวั่น เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ "ดิฉันชนินาถค่ะ เป็นนักข่าวจาก Forbes Thailand" เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ปิดบังชื่อแต่ไม่ได้บอกจุดประสงค์ตรงๆ ให้เขาปิดเกมง่ายๆ
คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจเล็กน้อย "Forbes Thailand" เขาทวนคำ ราวกับพิจารณาข้อมูลที่ได้รับ "ผมไม่ให้สัมภาษณ์ใคร"
"ดิฉันทราบดีค่ะ และนั่นคือเหตุผลที่ดิฉันมาที่นี่" นีนตอบอย่างไม่ลดละ "โลกนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายที่ควรค่าแก่การบอกเล่า และเรื่องราวของคุณ ดร. ธวัชชัย ก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่โลกควรจะได้รับรู้ ดิฉันเชื่อว่ามันจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอีกมากมาย"
เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าฟัง แต่ก็เย็นชาและคาดเดาไม่ได้ "คุณกล้ามาก"
"ความกล้าเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนักข่าวที่ดีค่ะ" นีนตอบกลับอย่างฉลาดเฉลียว
ดร. ธวัชชัยยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกวาบหวิวแปลกๆ เขามองลงไปที่ชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีน้ำเงินเข้มที่เธอสวมใส่ ซึ่งขับผิวขาวเนียนของเธอให้โดดเด่นสะดุดตา แสงไฟสลัวกระทบกับเนื้อผ้าพลิ้วไหวตามจังหวะที่เธอขยับตัวเล็กน้อย แววตาของเขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับสิ่งที่เห็น เขากลับมายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย ทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายของเขาลอยมาแตะจมูกเธอ เป็นกลิ่นที่สะอาด สุขุม ลึกลับ แต่แฝงไปด้วยความเร้าใจอย่างประหลาด กลิ่นของไม้จันทน์หอมผสมผสานกับกลิ่นอายทะเล คล้ายความลึกลับของตัวเขาเองที่ยากจะหยั่งถึง นีนรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาสีหน้าปกติไว้ได้ พยายามไม่ให้เขาจับพิรุธได้
"คุณคิดว่าผมจะให้สัมภาษณ์คุณเพียงเพราะคุณมาถึงที่นี่งั้นหรือ" น้ำเสียงของเขาท้าทายขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงสว่างไสวด้วยประกายแห่งการหยั่งเชิง ราวกับกำลังรอคอยว่าเธอจะมีลูกเล่นอะไรมาแสดงให้เขาดูอีก
"ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องราวที่อยากเล่า เพียงแค่ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมที่จะเล่าให้ฟังเท่านั้นเองค่ะ และดิฉันเชื่อว่าตัวเองคือคนนั้น" นีนตอบ พยายามใช้คำพูดที่อ่อนโยนแต่หนักแน่นและโน้มน้าว
เขาพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "น่าสนใจ" เขายื่นมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า เป็นมือที่ใหญ่ แข็งแรง นิ้วเรียวยาว แต่ข้อแข็งแรงบ่งบอกถึงความสามารถในการควบคุมอย่างยอดเยี่ยม ฝ่ามือดูอบอุ่นและมีพลัง "ธวัชชัย ลิขิตสกุล"
นีนยื่นมือออกไปจับมือเขา สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วเธอแตะลงบนฝ่ามือของเขา ทำให้เธอรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าเล็กๆ แล่นผ่านไปทั่วร่าง ร่างกายของเธอชาวาบไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นในอก มือของเขาอบอุ่นและแข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้ เขากุมมือเธอเบาๆ แต่กระชับ ไม่ได้บีบแน่นจนรู้สึกอึดอัด กลิ่นน้ำหอมของเธอลอยวนรอบตัวเขาอีกครั้ง และเธอก็สังเกตเห็นว่าเขาก้มลงมองมือที่จับกันอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ที่ไม่อาจคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "ยินดีที่ได้รู้จักครับ...นักข่าวชนินาถ"
คำว่า 'นักข่าว' ที่เน้นเป็นพิเศษของเขา ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความหมายแฝงบางอย่าง ราวกับว่าเขากำลังเล่นเกมกับเธออยู่ และเขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่แขกธรรมดา เธอพยายามดึงมือออกช้าๆ แต่เขากลับกระชับมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยอมปล่อยในที่สุด เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนฝ่ามือของเธอราวกับร่องรอยของพลังงานบางอย่างที่แลกเปลี่ยนกัน
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ดร. ธวัชชัย" นีนตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด
"คุณคงบินมาไกล" เขาเอ่ย พลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือจาก Patek Philippe เรือนทองราคาแพงที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสูท "ดึกมากแล้ว คุณมีไฟลท์กลับเมื่อไหร่"
"ดิฉันตั้งใจจะอยู่ต่ออีกสักสองสามวันค่ะ เผื่อจะโชคดีได้ข้อมูลเพิ่มเติม" เธอตอบอย่างยิ้มๆ อย่างท้าทาย
เขายิ้มตอบเล็กน้อย ดวงตาคมคู่นั้นทอประกายลึกลับ "บางทีคุณอาจจะได้อะไรมากกว่าข้อมูลที่ตั้งใจจะมาหา"
คำพูดของเขาทำให้หัวใจของนีนเต้นระรัวอย่างแปลกประหลาด เธอรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่ก็เจือด้วยความเย้ายวนที่ยากจะต้านทาน เธอสัมผัสได้ว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เกมการสัมภาษณ์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเผชิญหน้าระหว่างสองความมุ่งมั่น ที่มีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของ ดร. ธวัชชัยก็ดังขึ้น เสียงเรียกเข้าที่นุ่มนวลแต่เร่งรีบทำให้เขาต้องขอตัวไปรับโทรศัพท์ ปล่อยให้นีนยืนอยู่คนเดียวกลางห้องจัดเลี้ยงที่เริ่มเงียบลง แสงเทียนจากโคมระย้าส่องสะท้อนกับผืนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มของชุดเธอ ทำให้มันระยับระยิบราวกับผิวน้ำในยามค่ำคืน เธอเหลือบมองตามเขาที่เดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะลับตา เธอรู้สึกเหมือนมีดวงตาอีกหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่เธอ แม้จะรู้ว่าไม่มีใคร แต่ความรู้สึกนั้นก็แนบแน่นจนน่าขนลุก
นีนรู้ดีว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของเขาแล้ว โลกที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง อำนาจ และความลับที่ดำมืด เธอหันหลังเดินไปทางห้องน้ำหญิงเพื่อสำรวจตัวเองและตั้งสติอีกครั้ง สูดหายใจลึกๆ เพื่อสงบหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อเธอเดินกลับมาอีกครั้ง เธอเห็น ดร. ธวัชชัยยืนรออยู่ที่หน้าห้องจัดเลี้ยงแล้ว เขากำลังมองมาที่เธอ ใบหน้าไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายที่เธออ่านไม่ออก เขาไม่ได้รอคนอื่น แต่เขากำลังรอเธอ เขาโบกมือเรียกเธอเล็กน้อย รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าของเขา ซึ่งดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้เล็กน้อย
"คุณชนินาถ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม "คุณคงหาทางกลับโรงแรมเองได้ใช่ไหม"
นีนพยักหน้า "ได้ค่ะ" เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาคำตอบว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"ดี" เขากล่าว "เพราะผมต้องขอตัวกลับก่อน" เขายิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทำให้เธอนึกถึงแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่ส่องกระทบผิวน้ำ ทว่าเย็นยะเยือก "แต่ผมคิดว่า...เราคงจะได้เจอกันอีก ไม่เร็วก็ช้า"
นีนมองเขาเดินจากไป ร่างสูงสง่าค่อยๆ กลืนหายไปในกลุ่มคนมากมายที่เริ่มทยอยกลับ เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทางอย่างโดดเดี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าอันน่าตื่นเต้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความใหม่จากเบอร์แปลกส่งเข้ามา:
"คุณไม่ใช่แค่นักข่าวธรรมดา และผมไม่ใช่คนที่จะถูกสัมภาษณ์ง่ายๆ คุณกำลังเล่นกับไฟ...ระวังจะถูกแผดเผา"
นีนอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตกใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางที่ ดร. ธวัชชัยเดินจากไป เขา...รู้ได้อย่างไรว่าเธอเป็นใคร และรู้ได้ยังไงว่าเธอจะมาที่นี่ในคืนนี้ และรู้ได้อย่างไรว่าเบอร์โทรศัพท์ของเธอคืออะไร หรือว่าเขาไม่ได้เป็นแค่เศรษฐีธรรมดาอย่างที่เธอคิด? คำว่า 'เล่นกับไฟ' ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ภาพของเปลวไฟกำลังลุกโชนเต้นระรำอยู่ตรงหน้า
เธอกำโทรศัพท์แน่น นี่คือเกมที่เดิมพันสูงกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก... และเธอเองก็ไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่คือนักล่า และใครคือเหยื่อในเกมนี้
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ตอนต่อไป: ชนินาถได้เริ่มต้นเกมการตามล่าสัมภาษณ์เศรษฐีปริศนาอย่าง ดร. ธวัชชัย แต่กลายเป็นว่าเธอกำลังถูกเขาเล่นงานกลับด้วยคำพูดและสายตาคมกริบ ในเมื่อรู้ว่าเขาไม่ธรรมดาและแผนถูกจับได้แล้ว เธอจะรับมือกับข้อความปริศนาที่ข่มขู่เธออย่างไรต่อไป?
ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ
#cnxseed #KdramaRomance #นักข่าวเกาะติดเศรษฐีปริศนา