cmxseed สังคมราตรี

หมวดหมู่ทั่วไป => นิยายรักเร่าร้อน => หัวข้อที่ตั้งโดย: don เมื่อ 28 พฤษภาคม 2026, 12:26:32

ชื่อ: จากเพื่อนรักสู่เจ้านาย: คืนร้อนที่โหยหา สัญญาณอันตรายจากโปรเจกต์ Twin Souls
โดย: don เมื่อ 28 พฤษภาคม 2026, 12:26:32
Series 10/15 — เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย
ตอนที่ 2/4 — อ้างอิงสไตล์: Reply 1988 + Twenty-Five Twenty-One

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

วันรุ่งขึ้นมาถึงเร็วกว่าที่เป้คิดไว้...หรืออาจจะเพราะทั้งคืนเธอแทบไม่ได้ข่มตาลงเลยต่างหาก เสียงนาฬิกาปลุกยังไม่ทันดังดี เธอก็เด้งตัวขึ้นจากเตียง ราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น กำลังดึงดูดให้เธอต้องรีบตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่ การเรียกพบส่วนตัวจากซีอีโอคนใหม่ ซึ่งก็คือเพื่อนสมัยเด็กที่เคยอ้วนฉุ บัดนี้กลับกลายเป็นหนุ่มหล่อเหลาผู้ทรงอิทธิพล มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะมาตั้งแต่เมื่อคืน

เป้ก้าวเท้าลงจากเตียง ผิวขาวผ่องที่เคยซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง เผยให้เห็นเรือนร่างที่กระชับสมส่วน ไร้ไขมันส่วนเกิน เธอหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานสูง ส่องดูตัวเองภายใต้แสงเช้าอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา สะโพกผายได้รูป เส้นโค้งเว้าของเอวที่คอดกิ่วรับกับหน้าอกที่อิ่มเอิบ ผิวของเธอเนียนละเอียดราวกับผ้าไหมชั้นดี ไม่มีที่ติ ดวงตาเป็นประกายสีน้ำตาลเข้มสะท้อนความตื่นเต้นและความสับสนระคนกัน ผมยาวสลวยสีดำขลับที่ทิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง ยุ่งเล็กน้อยจากการนอน เธอพยายามจัดแต่งมันให้เข้าที่อย่างเบามือ นิ้วเรียวสวยไล้ไปตามไรผมของตัวเอง

"เป้...ใจเย็นไว้" เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบา ราวกับจะเตือนสติตัวเอง แต่หัวใจก็ยังคงเต้นรัวแรงไม่ลดลง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโลชั่นที่เธอลูบไล้ไปทั่วตัวเมื่อคืนยังคงอบอวลอยู่รอบกาย มันเป็นกลิ่นมะลิผสมกับความสดชื่นของดอกฟรีเซีย ที่เธอเลือกใช้มานานหลายปี บ่งบอกถึงความเป็นตัวเธอได้อย่างชัดเจน เป้เลือกชุดทำงานอย่างพิถีพิถัน วันนี้เธออยากให้ตัวเองดูเป็นมืออาชีพที่สุด แต่ก็ยังคงความสง่างามตามแบบฉบับของเธอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีงาช้าง ที่คอปกตั้งขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นช่วงคอระหง และกระโปรงทรงสอบสีดำสนิทที่เข้ารูปพอดี เน้นช่วงเอวที่คอดกิ่วและสะโพกที่ได้รูป เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีดำเงาวับ และประดับด้วยต่างหูเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เปล่งประกายระยิบระยับทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหว มันเป็นเครื่องประดับชิ้นโปรดที่เธอได้รับเป็นของขวัญจากคุณย่า และมันทำให้เธอรู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่สวมใส่ เธอฉีดน้ำหอมกลิ่นประจำตัวลงบนข้อมือและซอกคออีกครั้ง เพื่อให้กลิ่นหอมนั้นอบอวลติดกายไปตลอดวัน

เมื่อไปถึงออฟฟิศ บรรยากาศดูจะตึงเครียดกว่าปกติ เสียงกระซิบกระซาบเกี่ยวกับซีอีโอคนใหม่ที่เข้มงวดและมากความสามารถดังแว่วมาเป็นระยะ เป้พยายามรวบรวมสมาธิกับการทำงาน แต่สมองของเธอปฏิเสธที่จะหยุดคิดเรื่องพลกฤต เธอจิบกาแฟดำแก้วที่สองของวัน และสายตาก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง อีกครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัด เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจ

"น้องเป้คะ ท่านซีอีโอเรียกพบแล้วค่ะ" เสียงเลขาฯ หน้าห้องเอ่ยขึ้น เป้ผงกศีรษะรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเดินตรงไปยังห้องทำงานของซีอีโอที่อยู่สุดทางเดิน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอีกครั้งราวกับจะทะลุออกมาจากอก ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ ประตูบานไม้สักสีเข้มสลักลวดลายงดงาม เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากห้องนั้น

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่า โอ่อ่างามตาทว่าดูเรียบหรู กว้างขวางและตกแต่งในสไตล์มินิมอลโมเดิร์น โทนสีเทาเข้มตัดกับสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีสีเข้ม จัดวางอย่างประณีต หน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามบ่ายที่พลุกพล่าน พลกฤตนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ โต๊ะทำงานไม้สีเข้มขนาดมหึมาวางอยู่ตรงหน้า เขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสารบางอย่างอย่างตั้งใจ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะกระทบกับสันกรามคมสันของเขา สะท้อนประกายบางๆ ผมสีดำเข้มของเขาถูกเซ็ตอย่างเป็นระเบียบ แต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดตาถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่กระชับ และเส้นเลือดที่ปูดนูนเล็กน้อยบนข้อมือ เขายังคงดูน่าเกรงขามและสง่างามราวเทพบุตรในตำนาน

"คุณพลกฤตคะ เป้มาแล้วค่ะ" เป้เอ่ยเสียงแผ่ว พลกฤตเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่เคยซ่อนอยู่ใต้แว่นหนาเตอะในวัยเด็ก บัดนี้จ้องมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงอารมณ์มากมายนัก แต่กลับทำให้หัวใจของเป้สั่นไหวอย่างรุนแรง

"เข้ามาสิเป้...นั่งตรงนี้" เขาผายมือไปยังเก้าอี้หนังอีกตัวที่อยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา เป้ก้าวเข้าไปนั่งอย่างช้าๆ พยายามสงบสติอารมณ์

"โปรเจกต์ Twin Souls ที่เป้ส่งไปเมื่อวาน ผมอ่านแล้วนะ" พลกฤตเริ่มบทสนทนา เสียงทุ้มต่ำของเขากังวานอยู่ในห้องนี้ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ แต่ก็มีความนุ่มนวลแฝงอยู่ ทำให้เป้รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ "น่าสนใจมาก เป้ยังจำเรื่องราวในอดีตของเราได้ดีกว่าที่ผมคิด"

เป้หน้าแดงซ่านกับคำพูดของเขา ใช่ เธอจำได้ดี...ทุกรายละเอียดที่เธอใส่ลงไปในโปรเจกต์นี้ มันคือเรื่องราวของเด็กสองคนจากชนบท ที่มีความฝันร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สิ่งสวยงามออกสู่โลก มันเป็นโปรเจกต์ที่เธอออกแบบมาโดยไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งคนที่เคยร่วมฝันกับเธอ จะกลับมาเป็นคนพิจารณามันเอง

"ค่ะ...คือว่า" เป้พยายามจะอธิบาย แต่พลกฤตก็ยกมือขึ้นห้ามปรามเบาๆ

"ผมรู้ว่าเป้ใส่ใจกับโปรเจกต์นี้มาก แต่มีบางอย่างที่ผมอยากคุยกับเป้เป็นการส่วนตัว เรื่องรายละเอียดเชิงลึกของแนวคิด...ที่ผมคิดว่ามันเป็นมากกว่าแค่เรื่องงาน" พลกฤตลุกขึ้นยืน เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานขนาดใหญ่มาหยุดอยู่ตรงหน้าเป้ มือแกร่งของเขาเท้าลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่เข้มข้นแต่ไม่ฉุนจนเกินไป ผสมผสานกับกลิ่นกายธรรมชาติของเขา ลอยเข้าแตะจมูกของเป้ มันเป็นกลิ่นที่เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน

เป้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของพลกฤตเป็นประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัว ความใกล้ชิดทำให้เธอได้เห็นรายละเอียดบนใบหน้าของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น ขนคิ้วหนาดกที่พาดผ่านเหนือเปลือกตาคู่คม สันจมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักได้รูปที่ตอนนี้เม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังใช้ความคิด

"เป้...คุณจำได้ไหมว่าเราเคยสัญญากันไว้ว่าจะสร้างอะไรด้วยกัน?" พลกฤตถามเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน มือหนาของเขาเลื่อนลงจากพนักพิงเก้าอี้ มาวางแผ่วเบาบนไหล่ของเป้ ผ่านเนื้อผ้าซาตินที่เรียบลื่นไปสู่ผิวเนื้อที่อุ่นผ่าวของเธอ มันเป็นสัมผัสที่บางเบา แต่กลับทำให้ร่างกายของเป้ชาไปทั้งร่าง

"จำได้ค่ะ..." เป้ตอบเสียงสั่น ริมฝีปากของเธอแห้งผากราวกับขาดน้ำ ร่างกายของเธออ่อนยวบราวกับจะทรุดลงไปจากเก้าอี้

"ดี" พลกฤตยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าของเป้ จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเขา ดวงตาคมของเขากวาดมองไปทั่วใบหน้าของเธอ ไล่ตั้งแต่ดวงตาเป็นประกายที่สั่นระริก ปลายจมูกเล็กๆ และริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่กำลังเผยอออกเล็กน้อยอย่างเชื้อเชิญ

"คืนนี้...ผมอยากคุยโปรเจกต์ Twin Souls กับคุณแบบ 'ส่วนตัว' จริงๆ ที่คอนโดของผม" เขาเว้นจังหวะ "มีไวน์ดีๆ...และบรรยากาศที่เหมาะกับการ 'สร้างสรรค์' มากกว่าที่นี่"

คำว่า 'สร้างสรรค์' ที่เขาเน้นเป็นพิเศษ ทำให้ความหมายเปลี่ยนไปในทันที ใบหน้าของเป้ยิ่งร้อนผ่าว เธออยากจะปฏิเสธ แต่คำพูดนั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ เสียงหัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนเธอแทบจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง พลกฤตไม่ได้รอคำตอบ เขารู้ว่าเธอจะไป เขารู้ว่าเธอปฏิเสธเขาไม่ได้

"เจอกันสองทุ่ม" เขาพูดย้ำอีกครั้ง ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจที่หายไปกับเงา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความสั่นสะเทือนในอากาศที่เป้สัมผัสได้

*****

สองทุ่มตรง เป้ก็มาหยุดอยู่หน้าคอนโดหรูย่านทองหล่อ มือของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อกดกริ่ง ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นพลกฤตในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเทาอ่อน ที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกที่แข็งแกร่งและผิวสีแทนอ่อนๆ ของเขา กางเกงสแลคสีดำที่เข้ารูปกับช่วงขาที่ยาวของเขา ทำให้เขาดูสูงโปร่งและสง่างามยิ่งขึ้น เส้นผมของเขาจัดแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ ดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในออฟฟิศ แต่ดวงตาคมกริบนั้นยังคงเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นและปรารถนาไปพร้อมกัน

คอนโดของพลกฤตตกแต่งในสไตล์มินิมอลโมเดิร์นเช่นเดียวกับออฟฟิศ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากกว่า โทนสีอบอุ่นของไม้และผ้า ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูหรา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้น และเทียนหอมหลายเล่มที่วางประดับอยู่ทั่วห้อง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์และวานิลลา สร้างบรรยากาศที่ชวนเคลิบเคลิ้ม นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มีสายฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ กระทบกระจกเป็นจังหวะที่ช่วยขับเน้นความเงียบสงบภายในห้อง

พลกฤตยื่นแก้วไวน์แดงให้เธอหนึ่งแก้ว มันเป็นไวน์ชั้นดีจากฝรั่งเศส กลิ่นหอมฟุ้งของเบอร์รี่และโอ๊กไม้ลอยแตะจมูก เป้รับแก้วมาจิบเล็กน้อย ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในร่างกายของเธอได้บ้าง

"มานั่งนี่สิเป้" พลกฤตผายมือไปยังโซฟาหนังตัวยาวสีเทาเข้ม เป้นั่งลงข้างเขา ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่แคบลงจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา

"ผมอยากฟังแนวคิดของเป้เกี่ยวกับ 'Twin Souls' โดยละเอียดกว่านี้" พลกฤตเอ่ยเสียงนุ่มนวล แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ ไม่ใช่เอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ

เป้เริ่มอธิบายถึงแรงบันดาลใจ ความผูกพันของสองจิตวิญญาณที่เติบโตมาด้วยกัน ความฝันที่อยากจะสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม เธอพูดอย่างตั้งใจ แต่สายตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองพลกฤตเป็นระยะ ทุกครั้งที่สายตาประสานกัน หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนแทบจะควบคุมไม่ได้

"แล้ว...ถ้าสมมติว่า 'Twin Souls' ไม่ใช่แค่โปรเจกต์...แต่เป็นคนสองคนจริงๆ ล่ะเป้" พลกฤตถาม เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ แต่ก็คมชัดพอที่จะทำให้หัวใจของเธอสะท้าน

เป้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ก็...ถ้าเป็นคนสองคนจริงๆ ก็คงเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ...ที่ไม่ใช่แค่เพื่อน...แต่ก็ไม่ใช่...คนรักซะทีเดียว" เธอตอบติดขัด

พลกฤตหัวเราะเบาๆ "แล้วเป้คิดว่าความสัมพันธ์แบบไหนล่ะ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ก็ไม่ใช่คนรัก" เขาเอื้อมมือไปวางบนมือของเป้ที่วางอยู่บนหน้าขา นิ้วเรียวยาวแข็งแรงของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของเธออย่างแผ่วเบา ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไปทั่วทั้งร่างของเป้ ผิวของเธอลุกซู่ขึ้นมาทันที

"ฉัน...ไม่รู้ค่ะ" เป้ตอบเสียงพร่า พลกฤตเลื่อนมือขึ้นมาโอบรอบมือของเธอ คลึงเบาๆ ด้วยปลายนิ้วโป้ง ดวงตาคมของเขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาคำตอบในนั้น

"แต่ผมรู้" เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะดึงมือของเป้ขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสัมผัสกับผิวของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟจี้

เป้หอบหายใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจและตื่นเต้นกับสัมผัสที่ไม่คาดคิด แรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ กลิ่นหอมของน้ำหอมที่เขาใช้ ผสมกับกลิ่นฝนที่โชยเข้ามาจากหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศยิ่งเย้ายวน

พลกฤตค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ จนใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงคืบ ดวงตาของเขากวาดมองสำรวจใบหน้าของเธออีกครั้ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ

"เป้...คุณรู้ใช่ไหมว่าผมรอเวลานี้มานานแค่ไหน" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าเต็มไปด้วยความต้องการ มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาเชยคางของเธอขึ้นอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ไปตามโหนกแก้มเนียนละเอียดของเธออย่างอ่อนโยน ผิวของเธอเนียนนุ่มราวกับกลีบกุหลาบแรกแย้ม

เป้หลับตาลง ไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูดนี้ได้อีกต่อไป ลมหายใจของเธอติดขัด พลกฤตค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสแรกที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความโหยหา รสชาติของไวน์และกลิ่นอายของกันและกันผสมผสานกันอย่างลงตัว ลิ้นอุ่นร้อนของเขาค่อยๆ สอดแทรกเข้ามา ลูบไล้ไปตามกลีบปากของเธออย่างช้าๆ ดึงดูดให้เธอตอบรับจุมพิตนั้นอย่างเร่าร้อน

จูบนั้นเริ่มจากความอ่อนโยน กลายเป็นความเร่าร้อนที่ปลุกเร้าทุกโสตประสาทของเป้ มือของพลกฤตเลื่อนจากใบหน้าของเธอลงมาโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธออย่างแผ่วเบา ดึงร่างของเธอเข้ามาใกล้จนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เป้สอดแขนเรียวสวยของเธอไปโอบรอบลำคอของเขา จิกปลายนิ้วลงบนเส้นผมที่ท้ายทอยของเขาอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมดภายใต้สัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับกลองรบ

พลกฤตถอนจูบออกช้าๆ มองใบหน้าที่แดงก่ำของเป้ ดวงตาที่ปิดสนิท เปลือกตาที่สั่นระริก และริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบของเขา

"เป้...คุณสวยมาก" เขาเอ่ยเสียงกระซิบ ก่อนจะช้อนตัวเป้ขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย เป้ส่งเสียงอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ขัดขืนใดๆ เธอซบใบหน้าลงบนอกของเขา กลิ่นหอมของเขาอบอวลอยู่รอบกาย

พลกฤตอุ้มเป้เดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ด้านใน ห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นเช่นกัน เตียงขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าซาตินสีครีมที่ดูนุ่มนวลราวกับเมฆ แสงเทียนจากหัวเตียงส่องสว่างเรืองรอง สลัวพอที่จะสร้างบรรยากาศอันลึกลับและเร่าร้อน

เขาค่อยๆ วางเป้ลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ร่างของเธอจมลงไปในความนุ่มนวลของผ้าซาติน มือของพลกฤตยังคงไล้ไปตามแขนเรียวของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีงาช้างของเธอทีละเม็ดอย่างใจเย็น ดวงตาคมของเขายังคงจ้องมองใบหน้าของเธอ ไม่ได้ละสายตาไปไหน แสงเทียนที่สั่นไหวทำให้ผิวขาวผ่องของเป้ยิ่งดูเปล่งปลั่งน่าสัมผัส

เป้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัวราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา แต่ก็เป็นความร้อนที่เธอโหยหามานานแสนนาน เธอพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดนั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ ทำได้เพียงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างเลื่อนลอย

"ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ใจเราต้องการนะเป้" พลกฤตกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเธออีกครั้ง จูบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน มือของเขาปลดเสื้อผ้าของเธอออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนื้อที่นุ่มนวลและหุ่นที่กระชับสมส่วนของเธอ แสงเทียนสะท้อนกับผิวของเธอ ทำให้เธอเปล่งประกายราวกับเทพธิดา

เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินหลุดออกจากไหล่ของเธอ กองรวมกันอยู่ข้างตัว เผยให้เห็นชุดชั้นในผ้าลูกไม้สีงาช้างที่ปกปิดส่วนสำคัญของเธอเอาไว้ กลิ่นหอมของน้ำหอมและกลิ่นกายของเธอยิ่งเย้ายวนชวนหลงใหล

พลกฤตไล้นิ้วไปตามแนวสันหลังของเธออย่างแผ่วเบา ร่างกายของเป้สะท้าน การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความต้องการ เขาถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกที่แข็งแกร่งและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เนื้อตัวของเขาร้อนผ่าวและเต็มไปด้วยเหงื่อจากการเร่งเร้าอารมณ์

ภายใต้แสงสลัวของเทียนและเสียงฝนที่ตกกระหน่ำจากภายนอก ร่างกายของคนทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ จังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ผ้าปูที่นอนผ้าซาตินสีครีมยับยู่ยี่จากการเคลื่อนไหวที่เร่าร้อนของพวกเขา กลิ่นหอมของเทียน น้ำหอม และกลิ่นอายของความปรารถนาอบอวลไปทั่วทั้งห้อง สัมผัสจากปลายนิ้ว มือ ริมฝีปาก ผิวหนังแนบชิดกัน ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย สร้างห้วงเวลาแห่งความสุขที่เจือปนไปด้วยความหวามไหว

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านม่านเข้ามาในห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของความรักและความปรารถนา เป้ลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างกายของเธอยังคงอบอุ่นจากไออุ่นของพลกฤตที่นอนอยู่ข้างๆ ผ้าปูที่นอนผ้าซาตินสีครีมยับยู่ยี่อย่างที่มันควรจะเป็น ต่างหูเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เธอสวมเมื่อวาน หลุดออกจากหูและวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง สะท้อนประกายระยิบระยับกับแสงแดดยามเช้า เตียงกว้างข้างๆ เธอว่างเปล่า พลกฤตตื่นก่อนและหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

หัวใจของเธอเต้นตุบๆ ผสมปนเปกันทั้งความสุข ความสับสน และความกลัวเมื่อคืนที่ผ่านมาคือความฝันหรือความจริง เธอจับริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ยังคงรู้สึกถึงสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น พลกฤตเดินออกมาในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้ม ผมของเขายังคงเปียกชุ่ม และมีหยดน้ำเกาะพราวบนปลายคาง เขาดูสดชื่นและหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองมาที่เธอที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย

"อรุณสวัสดิ์ 'Twin Soul' ของผม" เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเดินมานั่งที่ขอบเตียง มือของเขายื่นมาลูบไล้กลุ่มผมของเธออย่างแผ่วเบา

เป้มองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน "คุณ...คิดอะไรอยู่คะ"

พลกฤตยิ้มลึกลับ "คิดว่าโปรเจกต์ 'Twin Souls' ของเราคงต้องเดินทางกลับไปหาแรงบันดาลใจที่แท้จริง...ที่บ้านเกิดของเรา" เขาเว้นจังหวะ "คุณพร้อมไหมเป้...ที่จะกลับไปขอนแก่นกับผม"

คำเชิญชวนที่ไม่ใช่แค่การทำงาน แต่เป็นการกลับไปรื้อฟื้นอดีตที่เคยฝังกลบไว้ ที่บ้านเกิดของพวกเขา เป้จะตอบรับหรือปฏิเสธ? ความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนในคืนที่ผ่านมา จะนำพาพวกเขาทั้งสองไปในทิศทางไหนกันแน่?

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ตอนต่อไป: คืนแห่งความเร่าร้อนได้เกิดขึ้นแล้ว ความสัมพันธ์ของเป้และพลกฤตได้ก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างเพื่อนและเจ้านายไปอย่างสมบูรณ์ คำชวนกลับบ้านเกิดขอนแก่นพร้อมกัน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นอดีต หรือจะนำไปสู่บทสรุปที่ไม่คาดฝันในโปรเจกต์ Twin Souls?

ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ

#cnxseed #KdramaRomance #เพื่อนสมัยเด็กกลับมาเป็นเจ้านาย