Jeff the Killer
รอยยิ้มสยองที่ไม่มีวันหลับใหล(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1777689633-8206.png)
เรื่องราวของ Jeff the Killer หรือ เจฟฟรีย์ วูดส์ (Jeffrey Woods) เริ่มต้น
จากการเป็นเด็กชายธรรมดาที่ย้ายบ้านมาพร้อมกับครอบครัว แต่ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป
ตลอดกาลหลังจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มอันธพาลในท้องถิ่น ความรุนแรงครั้งนั้นกระตุ้น
สัญชาตญาณดิบและความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเจฟฟ์ให้ตื่นขึ้น จนกระทั่งเหตุการณ์มาถึงจุดเดือดในงานปาร์ตี้วันเกิด เมื่อเจฟฟ์ถูกรุมทำร้าย
และถูกราดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนจะถูกจุดไฟเผาทั้งตัว
การถือกำเนิดของฆาตกร(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1777689693-3599.png)
หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาล เจฟฟ์ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ผิวของเขาขาวซีดเหมือนศพจากการถูกไฟเผาและเนื้อเยื่อที่ตายด้าน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ
สภาวะจิตใจที่แตกสลาย เมื่อเขามองกระจกเขากลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใบหน้าใหม่ของตัวเอง
แต่เขากลับ "หลงรัก" มัน
คืนนั้นเอง เจฟฟ์ตัดสินใจทำสิ่งที่โลกต้องจดจำ เขาใช้มีดกรีดปากตัวเองให้ฉีกยาวไปถึงใบหู
เพื่อให้ดูเหมือนว่าเขากำลัง "ยิ้ม" อยู่ตลอดเวลา และใช้ไฟเผาเปลือกตาของตัวเองทิ้ง
เพื่อที่เขาจะได้ "ไม่ต้องหลับตา" และสามารถจ้องมองผลงานความสยองของตัวเองได้ทุกวินาที
"Go to Sleep"(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1777689670-3195.png)
เหยื่อรายแรกของเจฟฟ์ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือครอบครัวของเขาเอง เขาลงมือสังหารพ่อแม่
และพี่ชายในคืนเดียว ก่อนจะหายตัวไปในความมืดตั้งแต่นั้นมา ตำนานเล่าว่าเจฟฟ์จะแอบ
เข้าไปในบ้านของเหยื่อในยามวิกาล เขาจะยืนนิ่งๆ อยู่ที่ปลายเตียง จ้องมองคุณด้วยดวงตา
ที่ไม่มีวันปิด และหากคุณตื่นขึ้นมาสบตากับเขา สิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้ยินก่อนลมหายใจ
จะหมดลงคือคำกระซิบที่เย็นยะเยือกว่า...
"Go to Sleep" (จงหลับไปซะ)ต้นกำเนิดทางอินเทอร์เน็ต (The Digital Origin)เรื่องราวของ Jeff เริ่มปรากฏครั้งแรกในปี 2008 โดยผู้ใช้ชื่อ sesseur บน YouTube
ซึ่งลงวิดีโอเนื้อเรื่องดั้งเดิมไว้ แต่ภาพใบหน้าสีขาวซีดที่เป็นเอกภาพนั้นถูกนำไปเผยแพร่
ต่อในเว็บบอร์ด 4chan จนกลายเป็นกระแสโด่งดังมีทฤษฎีที่น่าเศร้าและน่าขนลุกระบุว่า ภาพต้นฉบับของ Jeff อาจถูกดัดแปลงมาจากรูปภาพ
ของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ Katy Robinson ที่โพสต์รูปลงใน 4chan แล้วถูกกลั่นแกล้ง
(Cyberbully) จนมีการนำรูปเธอไปตัดต่อให้ดูน่ากลัวเพื่อล้อเลียน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่าง
ของการสร้าง "Monster" จากความโหดร้ายของสังคมออนไลน์
มีการวิเคราะห์ว่า Jeff the Killer สะท้อนถึงสภาวะจิตใจของ "คนนอกสังคม" (Outcast)
ที่ถูกกดดันจนระเบิดออกมาเป็นความรุนแรง เช่นเดียวกับมิยาซากิที่เก็บตัวและมีจินตนาการที่บิดเบี้ยว
จนนำไปสู่การฆาตกรรมจริง
The Uncanny Valley (ความไม่น่าไว้วางใจ)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1777689724-742.png)
ใบหน้าของ Jeff อยู่ในจุดที่ "เกือบจะเหมือนคนแต่ไม่ใช่" การไม่มีเปลือกตาและรอยยิ้ม
ที่ฉีกถึงหูขัดกับสัญชาตญาณการอยู่รอดของมนุษย์ ทำให้สมองเราสั่งการให้รู้สึกกลัวทันทีที่เห็น
The Inescapable Gaze (สายตาที่หนีไม่พ้น)การที่เขา "ไม่มีเปลือกตา" สื่อถึงการจ้องมองที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Omnipresent Gaze) ทำให้
เหยื่อรู้สึกว่าถูกจับจ้องตลอดเวลาแม้ในยามที่ควรจะปลอดภัยที่สุดคือตอนนอน
Loss of Sanity (การสูญเสียสติ)เนื้อเรื่องเน้นไปที่การที่เด็กดีคนหนึ่ง "บ้า" ไปเฉยๆ (Snapped) ซึ่งสะท้อนความกังวลของสังคมว่า
ใครก็อาจจะกลายเป็นปีศาจได้หากถูกผลักดันถึงจุดหนึ่ง
อ้างอิงในเชิงวัฒนธรรม (Pop Culture Reference)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1777689724-5965.png)
Jeff the Killer กลายเป็นต้นแบบให้กับตัวละครในภาพยนตร์และเกมแนวอินดี้มากมาย
รวมถึงการเปรียบเทียบกับตัวละครอย่าง The Joker (เวอร์ชัน Heath Ledger)
ในแง่ของการมีรอยยิ้มที่เป็นแผลเป็นและความบ้าคลั่งที่ไร้เหตุผล
สรุปคือ Jeff the Killer เป็นภาพสะท้อนของความกลัวจากการถูกจ้องมอง (Scoptophobia)
ผสมผสานกับการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นสัตว์ร้ายนั้นเอง