ดั่งใจปรารถนา
(The Price of Faith)
ตอนที่ 1: -สีผึ้งมธุรส
ความโลภของมนุษย์มักเดินทางลัดเสมอ และในโลกสีเทาที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง เครื่องราง
ของขลังจึงไม่ใช่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เป็นเครื่องมือสนองตัณหา ทว่าน้อยคนนักจะตระหนักว่า
วัตถุอาถรรพ์ที่ได้มาง่ายดายนั้น ล้วนมีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายคืนด้วยเลือดเนื้อและชีวิต
... โดยเฉพาะของที่เคี่ยวหุงมาจากน้ำมันของคนตาย
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1780992383-5316.png)
ทัศน์ เป็นทนายความหนุ่มประเภทที่หากมีใครเดินเข้าไปหาเขาพร้อมความยุติธรรม เขาจะถามหา
'เงิน' ก่อนเป็นอันดับแรก เขาเป็นคนฝีปากดี ลื่นไหลเหมือนปลาไหลชุบน้ำมัน สามารถพลิกดำ
ให้เป็นขาว พลิกคนผิดให้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ได้เพียงแค่ใช้ลิ้นสามนิ้ว
ที่ผ่านมาเขาบิดเบือนกฎหมายเพื่อรับเงินก้อนโตจากคนรวยมานักต่อนัก จนกระทั่งเขาได้รับ
ตลับถมทองเหลืองขึ้นสนิมเขียวที่บรรจุ 'สีผึ้งมธุรส' มาจากสัปเหร่อท้ายป่าช้าคนหนึ่ง
พร้อมคำเตือนสั้น ๆ ว่า
"หุงจากรังผึ้งป่าช้าและน้ำมันพราย ทาเพียงบาง ๆ เท่าปีกยุงก่อนขึ้นความ
และห้ามพูดโกหกเกินสามเรื่องในวันเดียวกัน มิฉะนั้นผึ้งจะรุมตอมน้ำหวาน"
ทัศน์ไม่ได้งมงาย แต่ในคดีมรดกเลือดเมื่อสามเดือนก่อนที่เขาจวนตัว เขาตัดสินใจลองใช้
ปลายนิ้วแตะเนื้อยาเหนียวสีน้ำตาลไหม้เพียงนิดเดียวแล้วทาบาง ๆ ที่ริมฝีปาก ผลลัพธ์
ในศาลวันนั้นทำเอาเขาขนลุก น้ำเสียงของเขาไพเราะกังวานราวกับเสียงมนต์สะกด
คณะผู้พิพากษาและลูกขุนเคลิบเคลิ้มพยักหน้าเออออตามเขาทุกคำ
วันนั้นเขาโกหกไปเพียงเรื่องเดียวคือนัดแนะพยานเท็จ คดีพลิกชนะอย่างง่ายดาย
ทัศน์ได้เงินก้อนแรกมาซื้อรถยุโรปคันหรู
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ความย่ามใจก็เริ่มก่อตัว คดีถัด ๆ มา ทัศน์เริ่มขยับมาใช้สีผึ้งบ่อยขึ้น
จากทาเฉพาะคดีใหญ่ ก็เริ่มทาทุกครั้งที่ต้องเจรจาธุรกิจ ขูดรีดเปอร์เซ็นต์จากลูกความ
หรือแม้แต่โกหกฮุบเงินเพื่อนร่วมงาน
เขารักษาตัวเลขคำโกหกให้อยู่ในกฎ "ไม่เกินสามเรื่องต่อวัน" อย่างเคร่งครัดมาตลอด
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้าที่ควบคุมชะตาชีวิตคนได้ด้วยฝีปาก ทัศน์ร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อมกับหัวใจที่ด้านชาลงทุกที
จนกระทั่งมหากาพย์คดีล่าสุดมาถึง ทัศน์รับเงินใต้โต๊ะก้อนมหึมาจากกลุ่มทุนมืดเพื่อโกงที่ดิน
ทำกินของชุมชนโบราณในจังหวัดน่าน มูลค่าที่ดินเฉียดร้อยล้าน คดีนี้ทัศน์ย่ามใจคิดว่าจะ
เคี้ยวหมูเหมือนทุกครั้ง ทว่ารอบนี้แกนนำชาวบ้านกลับสู้ยิบตา แถมทนายฝั่งจำเลยยังขุด
หลักฐานการถือครองสิทธิ์และโฉนดดั้งเดิมขึ้นมาสู้ได้อย่างแน่นหนา
ในวันสืบพยานนัดสุดท้าย ทัศน์โดนทนายฝั่งตรงข้ามต้อนจนมุมกลางศาล เอกสารเท็จ
ที่เขาเตรียมมาถูกจับผิดได้ทีละชิ้น ผู้พิพากษาเริ่มมองทัศน์ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ถ้าแพ้คดีนี้ เงินร้อยล้านจะปลิวหาย และชื่อเสียงทนาย
มือหนึ่งของเขาจะพังพินาศทันที
ความกลัวและความโลภบีบให้ทัศน์ตัดสินใจแหกกฎข้อแรก... ช่วงพักครึ่งเวลา
ทัศน์ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำศาลอย่างบ้าคลั่ง เขาชักตลับสีผึ้งมธุรสออกมาด้วยมือที่สั่นเทา
'ทาบาง ๆ มันไม่พอแล้ว เอกสารฝั่งมันแน่นเกินไป กูต้องใช้เสียงที่ทรงพลังกว่านี้!'
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1780992441-37.png)
ทัศน์ใช้นิ้วชี้ควักเนื้อยาเหนียวสีน้ำตาลไหม้ออกมาเป็นก้อนโต แล้วละเลงทาจนหนาเตอะ
เยิ้มชุ่มริมฝีปากบนและล่าง กลิ่นหอมหวานปนสาบสางของคนตายอบอวลไปทั่วห้องน้ำ
เมื่อกลับเข้าสู่บัลลังก์ศาล มนต์สะกดจากสีผึ้งที่ทาหนาเตอะส่งผลรุนแรงทันที ทัศน์เริ่ม
รัวฝีปากแถลงปิดคดี น้ำเสียงของเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่มันหวานล้ำสะกดจิตจนคน
ทั้งห้องศาลตานิ่งลอย
ทัศน์ไม่รอช้า พ่น คำโกหกเรื่องที่หนึ่ง อ้างว่าชาวบ้านปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์สวมสิทธิ์คนตาย
และตามด้วย คำโกหกเรื่องที่สอง ว่าแกนนำชาวบ้านจัดตั้งม็อบเพื่อกรรโชกทรัพย์บริษัทนายทุน
คณะลูกขุนพยักหน้ารับอย่างลุ่มหลง ฝั่งชาวบ้านเริ่มหน้าเสียร้องไห้โฮ
ทัศน์ยิ้มกริ่มในใจ ทว่า ทนายฝั่งจำเลยกลับไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นกางหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เป็น
บันทึกจากศาลากลางหักล้างคำพูดของทัศน์ทันควัน ผู้พิพากษาที่เริ่มได้สติสะบัดหัวชะงักไป
ทัศน์รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้มนต์จะคลาย เขาจึงต้องพ่น คำโกหกเรื่องที่สาม ออกไปเสียงดังลั่น
"หลักฐานจากศาลากลางชิ้นนั้น ทนายฝั่งจำเลยแอบอ้าง
และติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อทำขึ้นมาเองครับ!"
สิ้นเสียงคำโกหกเรื่องที่สาม... ทัศน์รู้สึกโล่งอกที่ผู้พิพากษากลับมาเคลิบเคลิ้มอีกครั้ง
แต่ในวินาทีนั้นเอง ทนายฝั่งจำเลยกลับยิงคำถามสวนกลับมาทันทีอย่างมีชั้นเชิงว่า
"ถ้าเช่นนั้น คุณทนายทัศน์มีหลักฐานการโอนเงินหรือพยานบุคคล
ที่ข้าพเจ้าไปติดสินบนไหมครับ? ตอบศาลมาตามความจริงด้วย!"
คำถามนี้เหมือนลิ่มที่ตอกเข้ากลางอก ทัศน์ตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เขากำลังโดนบีบให้จนมุม
ถ้าเขาเงียบ... คดีพลิกแพ้ทันที ถ้าเขาจะตอบ... เขาไม่มีหลักฐานจริง และกฎเหล็ก
ของสีผึ้งค้ำคออยู่ว่า ห้ามโกหกเรื่องที่สี่
เหงื่อกาฬไหลโซมใบหน้าทัศน์ รสชาติหวานล้ำในปากเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่นและร้อนผ่าว
ราวกับมีใครสาดถ่านแดงเดือดลงไปในลำคอ แววตาของเขาเหลือบมองเก้าอี้ผู้พิพากษา มองสบตา
ชาวบ้านตาสีตาสาที่กำลังจะรอดพ้นจากน้ำมือเขา ความรักตัวกลัวตายและอีโก้ที่ค้ำคอทำให้อารมณ์
อยู่เหนือเหตุผล ทัศน์ขบกรามแน่น นึกท้าทายกฎเกณฑ์ในใจ
'กูโกหกมาเป็นร้อยเรื่องแล้ว กฎบ้าบออะไรนั่นจะมาทำอะไรกูได้ในห้องศาลศักดิ์สิทธิ์แบบนี้!'
ทัศน์อ้าปากขยับลิ้นสามนิ้ว แล้วพ่น คำโกหกเรื่องที่สี่ เพื่อเอาตัวรอดออกไปเต็มเสียง
"กระผมมีพยานเอกสารลับลับที่กำลังเดินทางมาครับ และแกนนำชาวบ้านคนนี้
เคยมีประวัติลอบวางเพลิงโรงงานด้วย!"
สิ้นเสียงคำโกหกเรื่องที่สี่... โลกทั้งใบของทัศน์ก็เงียบงันลง
หึ่ง... หึ่ง...
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1780992478-3171.png)
เสียงครางต่ำลึกลับดังสะท้อนขึ้นจากใต้พื้นไม้ของห้องพิจารณาคดี ทัศน์สะดุ้งสุดตัว ริมฝีปาก
ที่ชุ่มไปด้วยสีผึ้งหนาเตอะเริ่มเหนียวเหนอะหนะอย่างรวดเร็ว เนื้อยาแปรสภาพกลายเป็นคราบน้ำผึ้ง
เหนียวข้นเยิ้มปิดกั้นช่องว่าง ทัศน์เบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่า ริมฝีปากบนและล่าง
ของเขาหลอมรวมตรึงเนื้อติดกันสนิทเกลี่ยเป็นชิ้นเดียว! ราวกับปากของเขาไม่เคยมีช่องเปิดมาก่อน
ในชีวิต เขาไม่สามารถอ้าปากแยกออกจากกันได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว ลิ้นของเขาถูกขังตายอยู่ข้างใน
ครืนนนนน!
ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพิจารณาคดีก็แตกละเอียดฝังกระจาย! ฝูงผึ้งป่าช้า
ตัวมหึมานับหมื่นตัว พร้อมด้วยแมลงวันหัวเขียวฝูงใหญ่ บินแห่ทะลักเข้ามาดั่งพายุทอร์นาโดสีดำ
พวกมันพุ่งตรงดิ่งมาที่ใบหน้าของทัศน์ทันทีตามกลิ่นน้ำมันคนตายและน้ำหวานอาถรรพ์
ที่เอ่อล้นออกมาชดใช้กรรม
"อื้อออ! อื้ออออ!" ทัศน์ร้องคำรามได้เพียงในลำคอ ดิ้นพล่านลงไปกองกับพื้นห้องศาล
มือสองข้างพยายามจิกแกะริมฝีปากตัวเองจนเนื้อหลุด เลือดสด ๆ ไหลทะลักปนคราวน้ำผึ้ง
แต่ปากก็ยังปิดตาย ฝูงผึ้งรุมเกาะบนใบหน้าของทัศน์จนดำมืด พวกมันเริ่มใช้เหล็กในต่อย
และไต่ทะลักเข้าไปทางรูจมูกและช่องหูเพื่อตามหากลิ่นน้ำหวานรสเลิศที่อยู่ลึกลงไปในลำคอ
ในสายตาของทุกคนในศาล ภาพตรงหน้าคือผลกรรมวิปริตชวนสยดสยอง ผิวหนังรอบปากและ
แก้มของทัศน์ที่เคยหยิ่งผยอง เริ่มบวมเป่งและแปรสภาพกลายเป็นเนื้อเยื่อรวงผึ้งสีเหลืองหม่นขรุขระ
ตัวผึ้งนับร้อยพยายามมุดขยับตัวเข้า-ออกซ่อนตัวอยู่ในเนื้อปากและแก้มของเขา ร่างกายของเขา
กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น 'รังผึ้งที่มีชีวิต'
ทัศน์ไม่สามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลยแม้แต่แอะเดียว ลิ้นสามนิ้วที่เคยย่ามใจ
ใช้ทำลายชีวิตคนอื่น บัดนี้ถูกบดขยี้และกัดกินจากอวัยวะภายในช่องปากด้วยปากของแมลงนับพัน
ตัวอย่างช้า ๆ แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความทรมานและสิ้นหวังขีดสุด ก่อนที่ร่างของเขา
จะชักกระตุกและแน่นิ่งสนิทคาพื้นศาล ท่ามกลางเสียงหึ่ง ๆ ของฝูงแมลงที่ทำหน้าที่พิพากษา
เด็ดขาด... ในแบบที่กฎหมายมนุษย์และเงินของเขาไม่เคยเอื้อมไปถึง
กฎของเครื่องรางนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา... ยิ่งมนุษย์ย่ามใจได้ใจจากมันมากเท่าไหร่
ก็จะยิ่งถูกมันบีบให้ดิ่งลึกจนถึงทางตัน และเมื่อเลือกที่จะแหกกฎเพื่อเอาตัวรอด อาถรรพ์ของ
สีผึ้งมธุรสก็จะช่วยปิดปากนั้นไว้... ตลอดกาล
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1780992519-1635.png)
*แม้ในภาษาทั่วไป คนไทยมักคุ้นกับคำว่า "ขี้ผึ้ง" (wax) มากกว่า แต่ในสายเครื่องรางและไสยศาสตร์ไทย
จะใช้คำว่า "สีผึ้ง" คำว่า "สีผึ้ง" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขี้ผึ้งธรรมดา แต่หมายถึง เครื่องรางที่ใช้ทาปาก
หรือริมฝีปากเพื่อเสริมเมตตามหานิยมและวาจา