cmxseed สังคมราตรี

หมวดหมู่ทั่วไป => นิยายรักเร่าร้อน => Fiction Lab => หัวข้อที่ตั้งโดย: etatae333 เมื่อ 07 กันยายน 2026, 11:09:16

ชื่อ: ดั่งใจปรารถนา (The Price of Faith) ตอนที่ 4: บ่วงเวลาหน้าปัดมรณะ
โดย: etatae333 เมื่อ 07 กันยายน 2026, 11:09:16
ดั่งใจปรารถนา
(The Price of Faith)
ตอนที่ 4: บ่วงเวลาหน้าปัดมรณะ


(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1789032464-7089.png)

"ความทะเยอทะยานของมนุษย์มักเดินทางเป็นเส้นตรงที่มุ่งไปข้างหน้า แต่สำหรับโลกแห่ง
ไสยเวทและสิ่งลี้ลับ กาลเวลาอาจเป็นบ่วงโซ่ที่พร้อมจะบดขยี้ผู้ที่ละเมิดกฎให้สูญสลายไป
ตลอดกาล ในตอนนี้ เรื่องราวจะพาดำดิ่งไปสู่ 'ราคาของความเชื่อ' ที่ไม่ได้แลกมาด้วย
เนื้อหนังหรือจิตวิญญาณ แต่แลกด้วยตัวตนและห้วงเวลาทั้งหมดที่เคยมี

ผ่านเครื่องราง... "เรือนกาลพลิกดวง"


บทที่ 1: ก้นบึ้งของคนสิ้นเนื้อประดาตัว

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406108-8309.png)

สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านตรอกแคบแถวคูเมืองเก่าเชียงใหม่ในยามวิกาล ละอองฝนโปรยปรา
ยลงมากระทบผิวหน้าอันซูบซีดของ "กรณ์" นักเก็งกำไรหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี เขายืนตัวสั่นเทา
อยู่ใต้ชายคาผุพัง สายตาจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แสดงตัวเลขพอร์ตการลงทุนติดลบ
สีแดงฉาน ความผิดพลาดจากการทุ่มสุดตัวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นต่างประเทศพังครืน
ลงมาในพริบตา ไม่ใช่แค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่สูญสิ้น แต่เขายังแบกรับหนี้สินนอกระบบนับล้านบาท
ที่เจ้าหนี้ขู่จะตามล่าเอาชีวิต

"หมดสิ้นแล้ว..." กรณ์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแหบแห้ง ความคิดที่จะ
จบชีวิตตัวเองแล่นริ้วเข้ามาในหัวสมองอันอ่อนล้า

ทว่าในจังหวะนั้น แสงตะเกียงน้ำมันสีเหลืองสลัวจากร้านค้าที่ตั้งอยู่ลึกสุดของตรอกกลับดึงดูด
สายตาของเขา มันเป็นร้านขายของโบราณที่ไม่มีป้ายชื่อ ประตูไม้สักหนาทึบแง้มออกเล็กน้อย
ส่งกลิ่นอายอับชื้นและกลิ่นเครื่องหอมโบราณจาง ๆ ออกมา กรณ์ก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่มี
จุดหมาย ราวกับมีกระแสไฟลึกลับคอยฉุดดึงสองเท้าของเขา

ภายในร้านเต็มไปด้วยฝุ่นและวัตถุโบราณรูปร่างแปลกตา ชายแก่รูปร่างค่อมผู้มีดวงตาฝ้าฟาง
สีขาวขุ่นนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่า กรณ์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนไป
สะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนกล่องกำมะหยี่สีแดงที่เปื่อยยุ่ย...

มันคือ "นาฬิกาพกโบราณทองเหลือง"

ตัวเรือนมีรอยถลอกและคราบสนิมเขียวสลักลวดลายอักขระขอมโบราณรอบขอบอย่างวิจิตร
สิ่งที่น่าประหลาดขีดสุดคือ เข็มวินาทีของมันกำลังขยับเดินดัง "แกร๊ก... แกร๊ก..."
เป็นจังหวะเชื่องช้า กระตุกกระสับสลับนิ่ง คล้ายเสียงชีพจรและจังหวะหัวใจเต้น
ของสิ่งมีชีวิตที่แผ่วเบา


บทที่ 2: สัญญาค้าหน้าปัดทองเหลือง

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406152-0296.png)

"เจ้ารู้สึกถึงมันใช่ไหม..." เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังทำลายความเงียบขึ้นมาจนกรณ์สะดุ้ง

"นาฬิกาเรือนนี้ไม่เคยหยุดเดิน มันรอคอยผู้ที่สิ้นหวังและกล้าพอ
จะจ่ายราคาสูงลิ่วเพื่อแลกกับการเปลี่ยนโชคชะตา"

กรณ์กลืนน้ำลาย แววตาคมขลังของเขาฉายความโลภปนตื่นตระหนก "มันทำอะไรได้?"

"มันจะเร่งเข็มเวลาชีวิตของเจ้าให้ข้ามผ่านอุปสรรคและพุ่งทะยานสู่ความร่ำรวยที่เจ้าปรารถนา
ทุกการลงทุน ทุกการตัดสินใจของเจ้าหลังจากนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามราวปาฏิหาริย์"

หญิงชราโน้มตัวเข้ามาใกล้ แววตาขุ่นมัวจับจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของกรณ์

"แต่มันมีกฎเหล็กที่ห้ามละเมิดเด็ดขาด... เมื่ออธิษฐานแล้ว ชีวิตใหม่ของเจ้าจะมุ่ง
ไปสู่อนาคตเท่านั้น เจ้าต้องตัดขาดและปฏิเสธตัวตนรวมถึงผู้คนในสังคมเดิมทั้งหมด
ห้ามส่งเสียงทักทาย ห้ามตอบรับ ห้ามสบตา หรือแม้แต่เหลียวกลับไปมองคนจาก
ชีวิตเก่าเด็ดขาด หากเจ้าเผลอตัวแม้เสี้ยววินาที อาคมของนาฬิกาจะทวงคืนหนี้
เวลาทั้งหมดทันที"

กรณ์หัวเราะเยาะในใจด้วยความสับสนปนสิ้นหวัง สำหรับเขาแล้ว สังคมเก่าที่มีแต่
ความยากจนและพวกทวงหนี้โหดเป็นสิ่งที่เขาอยากจะสลัดทิ้งไปใจจะขาดอยู่แล้ว

"ตกลง... ฉันยอมรับข้อเสนอ"

เขารับนาฬิกาพกทองเหลืองมาถือไว้ในมือ สัมผัสของมันเย็นเยือกทว่ากลับสั่นเบา ๆ
ตามจังหวะชีพจร กรณ์หลับตาลงและอธิษฐานขอความร่ำรวยและเกียรติยศที่ไม่มีวัน
จบสิ้น โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของสัญญามรณะ



บทที่ 3: สลัดอดีต สวมตัวตนใหม่

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406222-9905.png)

ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู้ร้านลึกลับ กรณ์ก็เริ่มกระบวนการ "ลบตัวตนเก่า" อย่างเป็นระบบ
และเหี้ยมเกรียมที่สุดเพื่อล็อกความปลอดภัยให้ตัวเองตามกฎเหล็ก เขาตระหนักดีว่าการ
จะหนีจากอดีตเขาต้องทำอย่างเด็ดขาดและปราศจากความอาลัยอาวรณ์

กรณ์เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังที่ทำการอำเภอ ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่
ทางกฎหมายทั้งหมดเป็น "กฤติน" เพื่อสลัดชื่อเดิมที่เคยติดตัวมาตั้งแต่เกิดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
จากนั้นในค่ำคืนที่เงียบสงัด เขาเดินไปที่สะพานข้ามแม่น้ำปิง นำซิมการ์ดโทรศัพท์เบอร์เดิม
ที่เคยใช้ติดต่อเพื่อนพ้อง ญาติพี่น้อง และคนรู้จักทั้งหมด หักครึ่งแล้วโยนทิ้งลงสู่กระแสน้ำเชี่ยว
กรากสีดำทึบ ก่อนจะหันมาใช้โทรศัพท์และเบอร์ VIP ใหม่เอี่ยมที่ลงทะเบียนภายใต้ชื่อกฤติน

ความพยายามของเขายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เขากดลบบัญชีโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง
เป็นการถาวร ทั้ง Facebook ที่เคยเก็บภาพถ่ายวันวานกับครอบครัว Instagram
ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตอันแสนซอมซ่อ และกลุ่ม Line สมัยเรียนทั้งหมด

เขาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพียงใบเดียว ย่องออกจากห้องเช่าราคาถูกกลางดึกโดยไม่บอกกล่าว
เพื่อนบ้านหรือโทรลาผู้ใด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ
กฤติน อย่างสมบูรณ์แบบ


บทที่ 4: รุ่งโรจน์บนความเงียบงัน

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406266-7331.png)

ผลลัพธ์ของนาฬิกาพกโบราณช่างรวดเร็วและหอมหวานจนน่าใจหาย พอร์ตการเก็งกำไรของ
"กฤติน" พุ่งทะยานราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการ ทุกการลงทุนสร้างผลตอบแทน
มหาศาลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์


ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขากลายเป็นเศรษฐีพันล้านคนใหม่ในแวดวงสังคมชั้นสูง
ย้ายเข้าสู่เพนต์เฮาส์สุดหรูราคาเหยียบร้อยล้านใจกลางกรุงเทพมหานคร แวดล้อมไปด้วย
ผู้ดีและนักธุรกิจระดับประเทศที่พยายามเข้ามาประจบสอพลอ

กฤตินท่องจำคำเตือนใส่สมองตลอดเวลาว่า "กรณ์คนเก่าได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว"

เขากลายเป็นคนเย็นชา ไร้ไมตรี และสลัดคราบมนุษย์ผู้มีมนุษยสัมพันธ์ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
หากมีใครในวงสังคมเก่าบังเอิญส่งข้อความอีเมลมาทักทายหรือพยายามค้นหาเขา กฤติน
จะกดบล็อกและลบทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะอ่าน เขาสร้างกำแพงสูงชันกักขังตัวเองไว้
ในหอคอยแห่งความร่ำรวย ดำเนินชีวิตมุ่งไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ภายใต้เสียงเดิน
"แกร๊ก... แกร๊ก..." ของนาฬิกาพกโบราณที่พกติดตัวตลอดเวลา


บทที่ 5: สัญชาตญาณอันทรยศ

ความพยายามหนีอดีตของกฤตินเกือบจะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าเขาลืมไปว่า
สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งเย่อหยิ่งและทำงานรวดเร็วกว่าสมอง
ที่ผ่านการคิดคำนวณเสมอ

เย็นวันหนึ่ง ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านหนาตาในห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมือง
กฤตินในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับกำลังก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยเพื่อตรงไปยัง
ลานจอดรถ VIP ทันใดนั้น เสียงแหบเครืออันแสนคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
ของหญิงชราคนหนึ่งก็ตะโกนฝ่าเสียงฝูงชนขึ้นมาจากเบื้องหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

"กรณ์... ใช่กรณ์ลูกแม่ไหม?!"

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406296-2054.png)

น้ำเสียงของมารดาผู้แก่ชราที่เขาละทิ้งมา... ก่อนที่สมองและสติสัมปชัญญะของ
กฤตินจะทันคิดคำนวณถึงกฎข้อห้าม สัญชาตญาณดิบในก้นบึ้งของความเป็นมนุษย์
กลับทรยศเขาอย่างเลือดเย็น ร่างกายของเขาหยุดก้าวเดินโดยอัตโนมัติ และสะบัดหัว
เหลียวกลับไปสบตาเข้ากับดวงตาฝ้าฟางของหญิงชราผู้นั้นเข้าอย่างจัง

เสี้ยววินาทีที่สบตากัน... เสียง "แกร๊ก!!!" แหลมสูงดังสะท้อนก้องมาจากนาฬิกา
พกโบราณในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาจนหน้าอกของเขาสั่นสะท้าน!


บทที่ 6: ห้วงเวลาซ้อนทับขยี้วิญญาณ

กฤตินตระหนักถึงภัยพิบัติทันที เขาสลัดตัวหนีเตลิดออกมาวิ่งพล่านกลับมาที่เพนต์เฮาส์
ของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ล็อกประตูแน่นหนาแต่ทว่าสายเกินไปแล้ว กฎเหล็กได้ถูก
ทำลายลงโดยสัญชาตญาณอันโง่เขลา

ภายในห้องทำงานอันหรูหรา แสงไฟดับวูบลงแทนที่ด้วยเสียงฟ้าร้องครามครัน เข็มวินาที
ของนาฬิกาพกโบราณบนโต๊ะเริ่มหมุนย้อนกลับและเดินหน้าสลับไปมาอย่างรวดเร็วจนเกิด
แสงแฟลร์สีเหลืองสลัว มิติรอบตัวของเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนน่าคลื่นไส้ กฤตินก้มมองมือตัวเอง
แล้วต้องกรีดร้องด้วยความสยดสยองขีดสุด เมื่อร่างกายของเขาเกิดภาวะ

"การซ้อนทับของกาลเวลา (Time Overlay)"

(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1783406319-6025.png)

เงามืดของตัวเขาในอดีตนับร้อย ๆ ร่าง—ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กน้อยร้องไห้, ชายหนุ่มวัยรุ่นที่สิ้นหวัง,
และร่างอันซูบซีดซอมซ่อสมัยก่อนร่ำรวย—ค่อย ๆ แยกตัวและโผล่มาซ้อนทับกันในพื้นที่เดียวกัน
ทุกร่างส่งเสียงกรีดร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจากการบีบอัดของกาลเวลา แรงดึงดูดหมุนวน
ม้วนเอาเนื้อหนัง กล้ามเนื้อ และโครงกระดูกของกรณ์ทุกช่วงอายุให้หดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ บิดเบี้ยว
กลายเป็นเกลียวเนื้อที่ไม่มีกลิ่นคาวเลือด แต่ถูกม้วนรวมและดูดกลืนหายวับเข้าไปในช่องว่าง
ที่หน้าปัดนาฬิกาพกทองเหลืองในพริบตาเดียว

เมื่อความมืดและพายุฝนผ่านพ้นไป... บนพื้นห้องเพนต์เฮาส์ว่างเปล่า ไม่มีร่างของกฤติน หรือ กรณ์
หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงนาฬิกาพกโบราณทองเหลืองที่เปิดฝาอ้าออกวางนิ่งสนิทอยู่

บัดนี้ บนแผ่นหน้าปัดทองเหลืองสลัก ลวดลายอักขระได้แปรเปลี่ยนเป็นรูปภาพนูนต่ำ
รูปใบหน้ามนุษย์ของกรณ์ที่กำลังเบิกตากว้างและอ้าปากกรีดร้องด้วยความสยดสยองขีดสุด
ติดแน่นเป็นเนื้อเดียวกับหน้าปัดนาฬิกาไปชั่วนิรันดร์ ตัวตนและกาลเวลาของเขาถูกกักขัง
และชดใช้กรรม และที่น่าเวทนาที่สุด... ในโลกปัจจุบัน

ความทรงจำของทุกคนเกี่ยวกับ "กรณ์" และ "กฤติน" ได้ถูกลบหายไปจากใจของผู้คน
อย่างสิ้นเชิง แม้แต่มารดาผู้ชราของเขาก็ไม่จดจำชื่อนี้อีกต่อไป ราวกับเขาไม่เคยได้ถือ
กำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เลยตั้งแต่แรกเริ่ม