[J-Character]
Ultraman Ace
ยอดมนุษย์นักรบผู้พิชิตสัตว์อสูรจากมิติต่างดาว(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596443-257.jpeg)
หลังจากยุคของแจ็คผ่านไป ทางสึบุรายะก็ได้เปิดตัวซีรีส์ลำดับที่ 4 ในชื่อ "อุลตร้าแมน เอซ"
(Ultraman Ace) ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการเล่าเรื่องครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากศัตรูประเภท
"สัตว์ประหลาด" ทั่วไป มาเป็น "สัตว์อสูร" (Choju) ที่ถูกดัดแปลงและส่งมาจากมิติต่างดาว
โดยจอมมาร "ยาพูล" ทำให้เนื้อหาภาคนี้มีความโหดและแอ็กชันที่ฉูดฉาดกว่าภาคก่อนๆ
อย่างเห็นได้ชัดจุดกำเนิดจากการรวมจิตวิญญาณของชายหญิงคู่แรก(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596472-0911.jpeg)
ความแปลกใหม่ที่สุดของภาคนี้คือการแปลงร่างแบบคู่ โดยเอซได้มอบชีวิตใหม่ให้แก่
"โฮคุโตะ เซอิจิ" และ "มินามิ ยูโกะ" ชายหนุ่มและหญิงสาวผู้เสียสละชีวิตช่วยเหลือ
ผู้คนจากการโจมตีของสัตว์อสูรตัวแรก ทั้งคู่ได้รับ "อัลตร้าริง" (Ultra Ring) คนละวง
ซึ่งเมื่อแหวนกะพริบแสง ทั้งสองต้องกระโดดประสานมือกันเพื่อรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว
กลายเป็นอุลตร้าแมนเอซเพื่อเข้าสังกัดหน่วย "TAC" (Terrible Monster Attacking Crew)
ปกป้องโลกจากมิติมืด
ดีไซน์นักรบหน้าเหลี่ยมและศาสตร์แห่งลำแสงตัดเฉือน(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596508-3314.jpeg)
อุลตร้าแมนเอซถูกออกแบบให้ดูมีพละกำลังมากขึ้น โดยมีใบหน้าที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจนและมีครีบ
บนศีรษะที่ดูคล้ายหมวกนักรบโบราณ จุดเด่นที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "จ้าวแห่งลำแสง"
คือท่าไม้ตายที่มีความหลากหลายและรุนแรง โดยเฉพาะ "เมทัลเลียม" (Metallium Ray)
ลำแสงหลากสีที่เป็นท่าปิดฉาก และ "อุลตร้ากิลโลติน" (Ultra Guillotine) ลำแสง
กงจักรตัดเฉือนที่ทรงพลัง ซึ่งถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในการกำจัดสัตว์อสูรที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าปกติ
สัตว์อสูรอมตะและแผนร้ายเหนือเมฆของจอมมาร "ยาพูล"ศัตรูในภาคเอซถูกยกระดับจากสัตว์ประหลาดทั่วไปกลายเป็น "สัตว์อสูร" (Choju) ซึ่งเกิดจาก
การรวมร่างของสัตว์โลกและสิ่งมีชีวิตต่างดาวโดยฝีมือของ "จอมมารยาพูล" (Alien Yapool)
ศัตรูคู่อาฆาตที่หลบซ่อนอยู่ในมิติต่างๆ(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596567-4585.jpeg)
สัตว์อสูรที่แฟนๆ จำได้ติดตาที่สุดคือ "เบรอนัส" (Verokron) ตัวแรกที่บุกทำลายเมืองด้วย
มิสไซล์ทั่วตัว และ "บัคบาทะ" (Vakishim) ที่สามารถแหวกท้องฟ้าออกมาเหมือนกระจกแตก
ซึ่งเป็นงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ล้ำมากในยุคนั้น ส่วนบอสใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวคือ "เอซ คิลเลอร์"
(Ace Killer) หุ่นยนต์สังหารที่สร้างมาเพื่อขโมยพลังของพี่น้องอุลตร้าทั้ง 4 และนำมาใช้
รุมถล่มเอซจนเกือบเอาตัวไม่รอดบนดาวกอลโกธา
ฉากสะเทือนขวัญ "กางเขนอวกาศ" และการอำลาของมินามิ ยูโกะ(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596592-3064.jpeg)
ฉากที่โลกต้องจดจำและเป็นภาพจำที่คลาสสิกที่สุดคือตอนที่ "พี่น้องอุลตร้าทั้ง 5" ถูกยาพูล
หลอกล่อไปที่ดาวกอลโกธาจนถูกตรึงบน "กางเขนอวกาศ" และถูกสูบพลังจนร่างกลายเป็น
สีเทาขุ่น เป็นฉากที่สร้างความกดดันให้คนดูอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีฉากหักมุมสะเทือนใจในช่วงกลางเรื่อง เมื่อ "มินามิ ยูโกะ" ต้องอำลาจาก
ทีม TAC ไปอย่างกะทันหัน โดยเปิดเผยความจริงว่าเธอคือชาวดวงจันทร์ที่ต้องกลับไป
ฟื้นฟูบ้านเกิด ทิ้งให้ "โฮคุโตะ" ต้องรับหน้าที่แปลงร่างและสู้เพียงลำพังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โทนของเรื่องดูโดดเดี่ยวและจริงจังขึ้น
ผู้สวมบทบาทคู่หูพิชิตอสูรและสถานะในปัจจุบัน(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596619-7126.jpeg)
นักแสดงผู้รับบท โฮคุโตะ เซอิจิ คือคุณ เคจิ ทากามิเนะ (Keiji Takamine) และบท
มินามิ ยูโกะ รับบทโดยคุณ มิสึโกะ โฮชิ (Mitsuko Hoshi) ทั้งคู่มีเคมีที่เข้ากันได้
อย่างดีเยี่ยมจนกลายเป็นคู่หูในตำนานปัจจุบันในปี 2026 คุณทากามิเนะในวัย 79 ปี ยังคงเป็นหนึ่งในนักแสดงอาวุโสที่มักจะ
กลับมาให้เสียงพากย์และปรากฏตัวในงานรำลึกเสมอ ส่วนคุณโฮชิเองแม้จะถอนตัวจากซีรีส์ไป
ในช่วงกลางเรื่อง (ตามบทบาทในอดีต) แต่เธอก็ยังคงร่วมงานอีเวนต์เคียงข้างคู่หูของเธอ
สร้างความประทับใจให้แฟนคลับรุ่นใหญ่ไม่เสื่อมคลาย
กระแสนิยมและการเป็นที่จดจำในไทย(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596648-5403.jpeg)
ในประเทศไทย อุลตร้าแมนเอซได้รับความนิยมสูงมากในฐานะฮีโร่ที่ "แปลงร่างเป็นคู่"
ซึ่งเป็นกิมมิกที่เด็กไทยยุคนั้นชอบนำไปเล่นเลียนแบบกับเพื่อนหรือพี่น้อง ภาพจำที่เอซ
มักจะถูกพี่น้องอุลตร้า (Ultra Brothers) มาช่วยรุมสู้หรือถูกยาพูลกลั่นแกล้ง
จนเกือบพ่ายแพ้ ยิ่งทำให้แฟนๆ ในไทยเอาใจช่วยและจดจำความสามัคคีของเหล่า
พี่น้องอุลตร้าได้แม่นยำ ภาคนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้คำว่า "พี่น้องอุลตร้า"
ฝังรากลึกในใจคนไทย
บทสรุป: ความกล้าหาญที่สืบทอดผ่านมิตรภาพอุลตร้าแมนเอซทิ้งท้ายบทเรียนสำคัญไว้ในตอนจบว่า
"จงอย่าลืมความมีเมตตา และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
แม้จะถูกหักหลังเป็นร้อยครั้งก็ตาม" คำสอนนี้ยังคงเป็นหนึ่งในประโยคที่กินใจที่สุดในประวัติศาสตร์ยอดมนุษย์ และทำให้
เอซไม่ได้เป็นเพียงนักรบผู้แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นตัวแทนของความเชื่อมั่นในความเป็น
มนุษย์อย่างแท้จริง
เกร็ดน่าสนใจและเบื้องหลังของจ้าวแห่งลำแสงเจ้าพ่ออุลตร้าปรากฏตัวครั้งแรกในภาคเอซนี้เองที่จักรวาลอุลตร้าได้เปิดตัว
"เจ้าพ่ออุลตร้า" (Father of Ultra) เป็นครั้งแรก
โดยท่านได้ลงมาช่วยชุบชีวิตพี่น้องอุลตร้าที่ถูกตรึงกางเขน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ
"ครอบครัวอุลตร้า" อย่างเป็นทางการ
ท่าไม้ตายสายโหดเอซขึ้นชื่อเรื่องการใช้ลำแสงที่คมกริบเหมือนใบมีด (Guillotine) ซึ่งในยุคนั้นฉากที่เอซ
ใช้ลำแสงตัดหัวหรือตัดแขนสัตว์อสูรเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้บ่อยครั้ง ทำให้เขาได้รับฉายา
ว่าเป็นนักรบที่ดุดันที่สุดคนหนึ่ง
ชื่อเดิมคือ "อุลตร้าแมน เอ"ก่อนจะมาเป็นชื่อ Ace ทางผู้สร้างตั้งใจจะใช้ชื่อว่า "Ultraman A" (อ่านว่า เอ) เฉยๆ
แต่กลัวว่าจะไปซ้ำซ้อนกับชื่ออื่นหรือดูเรียบง่ายเกินไป จึงเติมคำว่า "ce" ต่อท้ายจนกลายเป็น
นักรบหมายเลขหนึ่งหรือ "Ace" ที่เราคุ้นเคยกันนั้นเอง
(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596721-7619.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596734-143.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596677-5914.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596681-3284.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596691-4685.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596700-149.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596709-3951.jpeg)(https://www.cnxseed.com/cmx_files/server/php/files/1786596741-2764.jpeg)