Show posts - Calla Lily
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Calla Lily

#1



เมื่อธุรกิจดำเนินไปถึงจุดที่มีการเติบโต การเพิ่มสาขาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับใครที่กำลังวางแผน อยาก จดทะเบียนเพิ่มสาขา ทาง นรินทร์ทอง จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียนเพิ่มสาขา และมีขั้นตอนอะไรบ้างที่คุณจะต้องเตรียมตัว
อยากรู้ จดทะเบียนเพิ่มสาขา ต้องทำตอนไหน? อ่านเต็มๆ ที่นี่


ใครสามารถจดทะเบียนเพิ่มสาขาได้?


  • ใช้สถานที่ประกอบกิจการ
  • ใช้สถานที่ผลิตสินค้าหรือวัสดุ
  • ใช้สถานที่เป็นคลังเก็บสินค้า
ควรจดทะเบียนเพิ่มสาขา ตอนไหน?
การจดทะเบียนเพิ่มสาขาสามารถทำตอนไหนก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับการวางแผนของผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ต้องเป็นการทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการแจ้งให้หน่วยงานภาครัฐได้ทราบ และป้องกันปัญหาที่มีโอกาสตามมาในอนาคต
สนใจอยากจะเพิ่มสาขาธุรกิจของตัวเอง ที่ นรินทร์ทอง พร้อมให้คำปรึกษา

มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง?


  • แบบ ภ.พ. 09 : คำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่า
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านกรรมการผู้มีอำนาจ
  • แผนที่ตั้งสาขาบริษัทที่เพิ่มใหม่
  • กรณีที่ซื้อหรือเช่าสถานที่ : ให้นำสำเนาสัญญาซื้อขาย/เช่า มา
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานประกอบการ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่า
  • สำเนาทะเบียน เจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่า
  • รูปถ่ายบริษัท 3 รูป : รูประยะไกลให้เห็นป้ายชื่อบริษัทและป้ายบ้านเลขที่ในรูปเดียวกัน, รูปถ่ายระยะไกลให้เห็นทั้งตัวอาคาร และรูปถ่ายภายในอาคาร
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (ฉบับล่าสุด ไม่เกิน 6 เดือน)
  • กรณีที่ไม่สามารถไปขอจดทะเบียนเองได้ : ให้นำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมา
จดทะเบียนเพิ่มสาขาใช้เอกสารอะไรบ้าง กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียน
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือ มติพิเศษ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
  • กรณีที่ไม่สามารถไปขอจดทะเบียนเองได้ : ให้นำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมา
จดทะเบียนเพิ่มสาขาใช้เอกสารอะไรบ้าง กับทางประกันสังคม (ต้องดำเนินการจดก่อนเปิดสาขาไม่ต่ำกว่า 15 วัน)
  • แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส. 6-15) ใช้สำหรับแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเพิ่มสาขาใหม่ของบริษัทกับสำนักงานประกันสังคม
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ต้องใช้สำเนาหนังสือรับรองบริษัทที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่รับรองไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของกรรมการ
  • แผนที่ตั้ง และภาพถ่ายของสถานประกอบการ แสดงที่ตั้งของสาขาใหม่อย่างชัดเจน
  • สัญญาเช่า หรือ หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าบ้าน
อ่านรายละเอียด ขั้นตอนจดทะเบียนเพิ่มสาขา แบบเต็มๆ คลิกที่นี่


อยากจดทะเบียนเพิ่มสาขา ต้องที่ นรินทร์ทอง !
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ

นรินทร์ทองอยากให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด
และรู้ทุกการเคลื่อนไหวทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook :NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#2



เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต สิ่งที่เจ้าของกิจการควรรู้คือ จดเพิ่มสาขา หลายคนมักค้นหาคำว่า จดทะเบียนเพิ่มสาขาราคา เท่าไร? เพิ่มสาขาบริษัท ต้องทำยังไง? เปิดสาขาใหม่ ต้องแจ้งที่ไหนบ้าง? บทความนี้สรุปให้ครบ!

อยาก จดทะเบียนเพิ่มสาขา แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่? นรินทร์ทอง มีคำตอบ คลิกเลย!


จดทะเบียนเพิ่มสาขา ราคาเท่าไร?


แพ็กเกจที่ 1 : ดำเนินการเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ราคา 3,500 บาท
(ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ดำเนินการยื่นเอกสารกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแก้ไขข้อมูลบริษัทและเพิ่มสาขาในทะเบียนนิติบุคคล


แพ็กเกจที่ 2 : เหมาจบครบทุกหน่วยงาน
ราคา 5,000 บาท
(ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ดำเนินการครบทั้ง
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • กรมสรรพากร
  • สำนักงานประกันสังคม
ขั้นตอนจดเพิ่มสาขา กับเรานรินทร์ทอง


1. ตรวจสอบข้อมูลบริษัท และรายละเอียดสาขาใหม่
2. ประกาศเรียกประชุมผู้ถือหุ้น (กรณีต้องมีมติ)
3. จัดทำเอกสารมติกรรมการ / รายงานการประชุม
4. ยื่นคำขอเพิ่มสาขา
5. แจ้งเพิ่มสถานประกอบการ (กรณีจด VAT)
6. แจ้งเพิ่มสาขากับประกันสังคม (กรณีมีพนักงาน)


อ่านขั้นตอนจดเพิ่มสาขาแบบละเอียด คลิกที่นี่


ระยะเวลาดำเนินงาน จดเพิ่มสาขา


ระยะเวลาดำเนินงาน จดเพิ่มสาขา
หลายคนสงสัยว่า จดเพิ่มสาขาใช้เวลากี่วัน?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทต้องมีมติผู้ถือหุ้นหรือไม่
ขั้นตอนหลัก ๆ จะเป็นแบบนี้
1.ประกาศเรียกประชุมผู้ถือหุ้นก่อน
ต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์และรอให้ครบกำหนดตามกฎหมาย
  • มติทั่วไป → อย่างน้อย 7 วัน
  • มติพิเศษ → อย่างน้อย 14 วัน
ประชุมผู้ถือหุ้น
ใช้เวลา 1 วัน (หากผู้ถือหุ้นพร้อม)
หลังประชุมแล้วดำเนินการยื่นและแจ้งหน่วยงานต่าง ๆ
  • ยื่นเพิ่มสาขากับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้ง กรมสรรพากร (กรณีจด VAT)
  • แจ้ง สำนักงานประกันสังคม (กรณีมีพนักงาน)
ช่วงนี้ปกติจะใช้เวลาอีกประมาณ 3–7 วันทำการ


สรุปจ้างจดเพิ่มสาขา ราคาเท่าไร
จดเพิ่มสาขา ราคาเท่าไร สำหรับที่นรินทร์ทองการบัญชี เราเริ่มต้นที่
  • 3,500 บาท → ดำเนินการเฉพาะกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • 5,000 บาท → เหมาจบครบทั้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมสรรพากร และ สำนักงานประกันสังคม
(ทั้งสองแบบยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
สนใจอยาก จดเพิ่มสาขา กับ นรินทร์ทอง คลิกที่นี่

จริง ๆ แล้วการเปิดสาขาใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องเพิ่มยอดขายอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ภาษี และเรื่องพนักงาน ถ้าไม่อยากเสียเวลาจัดเอกสารเอง ให้ทีมงาน นรินทร์ทอง ให้คำปรึกษา ช่วยดูแลให้ครบตั้งแต่ต้นจนจบ แบบสบายใจได้เลยครับ โดยทางเราให้บริการทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีบริการให้คุณเลือกอีกหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการ ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ

สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#3

ให้บริการตั้งแต่การรับเอกสาร บันทึกบัญชี ยื่นภาษีอากร ดูแลประกันสังคม ไปจนถึงการปิดงบการเงิน พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนบัญชี เพื่อช่วยประหยัดภาษี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สนใจ ทำบัญชี แนะนำ นรินทร์ทอง อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่


ทำบัญชีเลือกทำที่นรินทร์ทองดีอย่างไร ?

นรินทร์ทองให้บริการรับทำบัญชีครบวงจร ดูแลตั้งแต่การบันทึกบัญชี ยื่นภาษีอากร ดูแลประกันสังคม จนถึงการปิดงบการเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนด้านบัญชีและภาษี

  • ให้บริการมามากกว่า 10 ปี
เรามีประสบการณ์ในการให้บริการด้านบัญชีมากว่า 10 ปีซึ่งทำให้ มีความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจลึกซึ้งในด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม

  • ผ่านหลักสูตรจาก DBD
ทีมงานของเราผ่านการฝึกอบรมและได้รับการรับรองจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและคุณภาพในการให้บริการด้านบัญชีที่เชื่อถือ

  • ให้บริการด้านบัญชีและภาษีครบวงจร
บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการจัดทำบัญชี ยื่นภาษีการตรวจสอบบัญชี และการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษี

  • บริการและใส่ใจลูกค้า
เรายังให้ความสำคัญ กับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย ทีมงานของเราจะให้คำแนะนำอย่างตรงจุด และช่วยเหลือในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดด้วยความใส่ใจ


บริการรับทำบัญชี คืออะไร?
บริการทำบัญชี คือการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีเข้ามาดูแลจัดการงานบัญชีของธุรกิจ อย่างครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกรายรับรายจ่าย การจัดทำบัญชีรายเดือน การยื่นภาษีอากร การดูแลประกันสังคม ไปจนถึงการจัดทำและปิดงบการเงินประจำปี

Pain Point เราช่วยแก้ปัญหา

เพิ่งจดทะเบียนบริษัทไม่รู้จะเริ่มต้นทำบัญชีอย่างไร
หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน การวางแผนธุรกิจที่ครอบคลุม จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นคง

ถูกทิ้งงาน จ่ายเงินแต่งานไม่จบ
ที่ Narinthong เราให้บริการอย่างมืออาชีพ มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอน พร้อมสัญญาที่ชัดเจนและตรวจสอบได้

ทำบัญชีมาทั้งปี เสียภาษีแพง
การวางแผนภาษีล่วงหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณสามารถลดภาระภาษี ในแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย รับทำบัญชี วางแผนภาษีล่วงหน้ากับเรา นรินทร์ทอง

ส่งภาษี โดนค่าปรับแรง
หากธุรกิจของคุณประสบปัญหานี้ การทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้การส่งภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง

ไม่อยากเจอปัญหาเดิมๆ แบบนี้ แนะนำที่ นรินทร์ทอง ปรึกษาเราคลิกเลย!


ราคาค่าบริการ รับทำบัญชี นรินทร์ทอง

ค่าบริการ รับทำบัญชี นรินทร์ทอง 1–50 ชุด 3,500 บาท / มากกว่า 50 ชุดขึ้นไป ติดต่อเพื่อสอบถามราคาเพิ่มเติม โดยทางเราให้บริการครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

  • รับเอกสารและบันทึกบัญชี
  • ยื่นภาษีอากร
  • ดูแลประกันสังคม
  • ปิดงบการเงินประจำปี
  • สมุดรายวัน และบัญชีแยกประเภท
  • นำส่งงบต่อกรมสรรพากร
  • ส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษี
  • ส่งเอกสารผ่านระบบบัญชีออนไลน์

หมายเหตุ : ไม่รวมค่าจัดส่งเอกสาร EMS , ค่าใช้ในการเดินทางรับเอกสาร , ค่าธรรมเนียม และ ภาษี


ขั้นตอนการทำบัญชี

1. รับเอกสารจากลูกค้า
ลูกค้าจัดส่งเอกสารทางบัญชีผ่านระบบบัญชีออนไลน์ หรือช่องทางที่กำหนด เพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปอย่างสะดวกและเป็นระบบ

2. ให้คำปรึกษาก่อนเริ่มบันทึกบัญชี
ให้คำแนะนำแนวทางการจัดทำและบันทึกบัญชีที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ เพื่อช่วยบริหารภาษี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงด้านบัญชีในระยะยาว

3. เริ่มบันทึกบัญชี
ดำเนินการบันทึกบัญชีรายเดือนและรายปี เพื่อให้ทราบผลประกอบการและภาพรวมทางการเงิน ของธุรกิจ พร้อมจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการปิดงบการเงินอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

4. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัญชี
ตรวจสอบเอกสารทางบัญชีและรายการบันทึกบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยประหยัดภาษีภายใต้กรอบกฎหมาย

5. ส่งงบการเงินให้ผู้สอบบัญชี
ประสานงานและจัดส่งงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและเพิ่มความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

6. นำส่งงบการเงินและให้คำปรึกษาเพิ่มเติม
ช่วยผู้ประกอบการนำส่งงบการเงินต่อกรมสรรพากร พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ และแก้ไขปัญหา ด้านบัญชีและภาษีในกรณีที่เกิดข้อสงสัยหรือปัญหาในการดำเนินธุรกิจ

ทำความรู้จัก นรินทร์ทอง เพิ่มเติม ก่อนเลือกใช้บริการ คลิกที่นี่
#4


สำหรับบริษัทต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า "การทำบัญชี" สำคัญต่อธุรกิจ และมีความซับซ้อนไม่น้อย หลายๆ บริษัทจึงเลือกที่จะจ้างสำนักงานทำบัญชี เพื่อเข้ามาดูแลส่วนนี้โดยตรง และในส่วนเรื่องของค่าใช้จ่าย หลายๆ คนอาจจะเกิดคำถามว่า จ้างสำนักงาน รับทําบัญชีราคา เท่าไหร่? บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้คุณแล้ว!

ทำความรู้จัก นรินทร์ทอง สำนักงานรับทำบัญชีและยื่นภาษีแบบครบวงจร เพิ่มเติมคลิก


บริษัทนรินทร์ทอง รับทําบัญชีราคา เท่าไหร่


  • บริการ รับทำบัญชี รายเดือน ตามมาตรฐาน เริ่มต้น 3,500 บาท
  • รับปรึกษาด้านบัญชี และภาษี เริ่มต้น 10,000 บาท
  • บริการบัญชีออนไลน์ ลูกค้าจัดส่งเอกสารผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์
อ่านรายละเอียดราคาทำบัญชี กับ นรินทร์ทอง เพิ่มเติมคลิก


ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับราคา


การเลือกใช้บริการ รับทําบัญชีราคา เท่าไหร่? มีขั้นตอน และ มีปัจจัยใดบ้าง ที่มีผลต่อการคิดค่าบริการทำบัญชีของสำนักงานบัญชี ซึ่งประกอบไปด้วยกันหลายปัจจัย ดังนี้
  • สโคปในการทำงาน
อย่างแรกต้องดูว่า ทางบริษัทจ้างสำนักงานบัญชีเข้ามาดูแลในส่วนไหนบ้าง โดยทั่วไปแล้วหน้าที่หลักๆ ของสำนักงานบัญชี คือ
- ปิดบัญชีทั่วไป ประกอบไปด้วย
- การยื่นภาษี และ ประกันสังคมรายเดือน
- การยื่นภาษีประจำปี
- การยื่นงบการเงิน
  • มาตรฐานในการบัญชีของบริษัท
มาตรฐานการบัญชีของบริษัทโดยทั่วไป ประกอบไปด้วย การรวบรวมหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องทางการเงิน, การจดบันทึกหลักฐานทางการเงิน, การจำแนกประเภทหรือแยกบัญชีให้เป็นหมวดหมู่, การสรุปรวมข้อมูล และการจัดทำงบการเงิน
  • จำนวนเอกสาร ความซับซ้อนในตัวงาน
งานบัญชีจะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร หรือธุรกิจมีความซับซ้อนมากน้อยขนาดไหน เช่น เดือนนี้มีเอกสารจำนวนกี่ใบ หรือมีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ภายในเดือนนี้
  • การจัดส่งเอกสาร
ทางสำนักงานบัญชีจะต้องนำส่งเอกสารรายการต่างๆ ในแต่ละเดือนให้กับทางบริษัท ได้แก่ เอกสารรายได้ – ยอดขาย, เอกสารรายจ่าย, Statement และ รายงานการจ่ายเงินเดือน
มองหาสำนักงาน รับทำบัญชีราคา คุ้มค่า เลือกนรินทร์ทอง สนใจคลิก!


เลือกสำนักงาน รับทำบัญชีราคา คุ้มค่า บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ ต้องที่ นรินทร์ทอง


นอกจากจะมองหาสำนักงานบัญชีที่มีบริการ รับทำบัญชีราคา คุ้มค่าแล้ว ต้องเลือกสำนักงานบัญชีที่มีองค์ประกอบอย่างอื่นช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจเลือกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการให้คำปรึกษาในเรื่องบัญชีและภาษีได้, ติดต่อง่าย สะดวก รวดเร็ว ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหาสำนักงานรับทำบัญชีราคาคุ้มค่า และให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ ขอแนะนำ  ให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

การจดทะเบียนบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรทำอย่างรอบคอบ ที่ [url=https://www.narinthong.com/บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
เริ่มต้นทดจะเบียนบริษัท 3500 บาท หากคุณต้องการลดความยุ่งยากและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
 

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่...
Facebook : [url="https://www.facebook.com/NarinthongAccounting/NarinthongOfficial"]NarinthongOfficial

E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#5


สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท กำลังศึกษาข้อมูล บทความนี้จะช่วยคุณเจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท  รวมถึงดำเนินการด้วยตัวเอง หรือ จ้างสำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

อ่าน เจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มเติมคลิก


จดบริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง


ค่าบริการจดบริษัทกับนริทร์ทอง ราคา 3,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
  • ให้คำปรึกษาเรื่องชื่อบริษัท และวัตถุประสงค์
  • จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • จัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนทั้งหมด

จดบริษัทแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?


1. ค่าทำบัญชีรายเดือน
ค่าทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,500 บาท / เดือน
ครอบคลุมงาน เช่น
  • บันทึกรายรับ–รายจ่ายประจำเดือน
  • จัดทำและยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง


จดบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
2. ค่าปิดงบการเงิน
ในกรณีที่บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยังไม่มีรายได้หรือการดำเนินงาน จะเข้าข่ายเป็น งบเปล่า
ค่าปิดงบการเงินงบเปล่า เริ่มต้น 7,000 บาท
บริการครอบคลุม
  • จัดทำงบการเงินประจำปี
  • ผู้สอบบัญชีรับรองงบ (CPA)

สนใจใช้บริการ จดบริษัท กับ นรินทร์ทอง คลิกที่นี่

สรุป จดบริษัทค่าใช้จ่ายเท่าไร
การจดทะเบียนบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรทำอย่างรอบคอบ ที่ เริ่มต้นทดจะเบียนบริษัท 3500 บาท หากคุณต้องการลดความยุ่งยากและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
 

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่...
Facebook : [url="https://www.facebook.com/NarinthongAccounting/NarinthongOfficial"]NarinthongOfficial

E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#6


ปัจจุบันนี้เมื่อเทคโนโลยีพัฒนา อะไรๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ง่ายขึ้น เรื่องการจดทะเบียนบริษัทก็เช่นเดียวกัน เพราะเราสามารถ จดบริษัทออนไลน์  ผ่านระบบ DBD Biz Regist ได้ด้วยตัวเอง สำหรับใครที่ต้องการศึกษาหาข้อมูลก่อนจดทะเบียนบริษัท นรินทร์ทอง แนะนำว่าให้อ่านบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ จดบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เอาไว้ที่นี่!

ทำความเข้าใจ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เพิ่มเติมคลิก

จดบริษัทออนไลน์ ราคาเท่าไหร่?


1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
2. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)  ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
3. แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)
4. ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
5. หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัท  เพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)
6. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคน (โดยดูจากหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว)
7. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)  (โดยดูจากหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน)
8. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist
วิธีสมัครเพื่อเข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist ก่อนเริ่ม จดบริษัทออนไลน์

  • จากนั้นจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของเราขึ้นมาอัตโนมัติ > กดดำเนินการต่อ
  • กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และกรอกที่อยู่ในประเทศไทย
  • เมื่อกรอกเสร็จแล้ว ระบบจะให้ยืนยันการส่งข้อมูลอีกครั้ง หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง > กดดำเนินการต่อ
  • ทางระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail จากนั้นใส่ PIN Code ที่ได้รับและกดยืนยัน ทางเว็บไซต์จะขึ้นว่า 'ลงทะเบียนสำเร็จ'
ทำความเข้าใจ ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์  เพิ่มเติมคลิก
ขั้นตอนที่ 1 ระบุข้อมูลบริษัท
  • เข้ามาที่หัวข้อ'จัดตั้งบริษัท'หากต้องการจดบริษัททันทีเลือกหัวข้อ 'จดหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมจัดตั้งบริษัท'


  • รายการข้อมูลที่จำเป็น ต้องเตรียมก่อนจดจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมา ให้กดรับทราบด้านล่าง และกดดำเนินการต่อ
  • ระบุข้อมูลบริษัท ในขั้นตอนนี้ให้เริ่มจากการระบุข้อมูล 'ชื่อบริษัท' หากใครต้องการตั้งชื่อเฉพาะ ต้องจองชื่อในกรมธุรกิจารค้าก่อน
  • ตราประทับของบริษัท หากไม่มีให้กด 'ไม่มี' และถ้าบริษัทไหนมีให้กด 'มี' และแนบรูปแบบตราประทับ
  • ทุนบริษัท  ในปัจจุบันจะหมายถึง ทุนจดทะเบียนต่อหุ้น มูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 บาท
  • ทำการกรอกข้อมูลที่ตั้ง เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วกดดำเนินการต่อ จากนั้นระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail เพื่อกดยืนยัน
ขั้นตอนที่ 2 เพิ่มข้อมูลบุคคลในบริษัท
  • ระบุข้อมูลส่วนตัวผู้เริ่มก่อการ (เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องมีอย่างน้อย 2 คน) หากกรอกข้อมูลในขั้นตอนแรกครบถ้วน ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวให้อัตโนมัติ แต่ต้องระบุข้อมูลตรง 'อาชีพ' เพิ่มเติม
  • กรอกข้อมูลผู้ถือหุ้น หากมีมากกว่าผู้เริ่มก่อการ สามารถเพิ่มรายชื่อผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมได้ ในส่วนของขั้นตอนนี้ให้ทำการกรอก 'จำนวนหุ้น' (ต้องตรงกับข้อเท็จจริง) และ 'จำนวนเงินที่ชำระค่าหุ้น'
  • กรอกข้อมูลกรรมการ เป็นได้ทั้งผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น หากเป็นผู้ถือหุ้นให้เลือก 'ชื่อกรรมการจากรายชื่อผู้ถือหุ้น' หากไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ให้เลือก 'ตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการ'

ขั้นตอนที่ 3 สร้างเอกสาร


  • เลือกวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ในส่วนนี้เป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ หากใครทำธุรกิจตรงกับหัวข้อไหนในระบบก็กดติ๊กได้เลย แต่ถ้าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจทั่วไปให้เลือก 'ไม่ใช่ธุรกิจพิเศษ'
  • เลือกรหัสธุรกิจ ค้นหารหัสที่มีหมวดหมู่ตรงกับธุรกิจของคุณ จากนั้นทำการกดบันทึก และดำเนินการต่อ
  • สร้างข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี ให้เลือก 'มีข้อบังคับ' ทางระบบมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป และกำหนดเอง
  • รายละเอียดการประชุม ในส่วนนี้จะต้องใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท, เวลาเปิด – ปิดการประชุม, สถานที่ประชุม, ข้อมูลประธานที่ประชุม, ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท, ข้อมูลผู้สอบบัญชี
ขั้นตอนที่ 4 ข้อมูลการประกอบธุรกิจ


  • ข้อมูลประกอบธุรกิจ ในหัวข้อแรกจะขึ้นมาว่า รายการอื่นซึ่งเห็นสมควรให้ประชาชนทราบ ให้ตอบว่า 'ไม่มี' เพราะโดยทั่วไปแล้วจะไม่มี และถัดมาคือแบบบันทึกคำขอ
ขั้นตอนที่ 5 สรุปข้อมูลทั้งหมด 
ขั้นตอนนี้ทางระบบจะสรุปข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทให้ทั้งหมด ซึ่งคุณต้องทำการเช็กให้ดีว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องไหม หรือสามารถทำการดาวน์โหลด แล้วปริ้นออกมาเป็นเอกสารได้
ศึกษาขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบละเอียด เพิ่มเติมคลิก


อยากได้ที่ปรึกษา จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบส่วนตัว แนะนำที่ นรินทร์ทอง

หลังจากที่ได้ศึกษาขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist ระบบใหม่ บอกเลยว่ามีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายมากๆ เพราะในระหว่างที่เราทำการกรอกข้อมูล ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลอีกด้วย แต่สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่ไม่มีความรู้ด้านบัญชีและภาษี ต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสารให้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง คอยดำเนินการให้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้าย สามารถจดได้ใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการเอง ขอแนะนำ บริษัทนริทร์ทอง สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#7

การจะเริ่มต้นทำธุรกิจทั้งที แค่มีไอเดียอาจยังไม่พอ เพราะคำถามยอดฮิตที่เจ้าของมือใหม่ต้องเจอคือ 'จะจด หจก. หรือ บริษัทดี?' แม้ทั้งคู่จะเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ความรับผิดชอบเรื่อง 'หนี้สิน' และ 'ความน่าเชื่อถือ' นั้นต่างกัน บทความนี้ นรินทร์ทอง จะช่วยคุณเจาะลึกว่า ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท มีอะไรบ้าง
อยากรู้ ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท แบบละเอียด คลิกที่นี่

ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจเลือกโครงสร้างธุรกิจ หัวข้อนี้ นรินทร์ทอง ได้ โดยเฉพาะเรื่อง "ความเสี่ยง" และ "ภาพลักษณ์" ซึ่งเป็นจุดที่ต่างกันมากที่สุด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)
ข้อดี:
  • โครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ใช้ทุนเริ่มต้นน้อย
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและตรวจสอบบัญชีน้อยกว่า
  • เหมาะสำหรับกิจการขนาดเล็ก หรือกิจการครอบครัว
ข้อเสีย:
  • หุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดไม่จำกัด อาจมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัว
  • ความน่าเชื่อถือต่อธนาคาร หรือคู่ค้าระดับองค์กรต่ำกว่า บจก.
  • การระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจทำได้ยากกว่า


บริษัทจำกัด (บจก.)
ข้อดี:
  • ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจำกัดอยู่แค่เงินลงทุน
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีแผนขยายหรือระดมทุน
  • ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือมากกว่าสำหรับการทำธุรกิจกับองค์กร
    หรือหน่วยงานภาครัฐ
  • มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่เป็นระบบ
ข้อเสีย:
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและดำเนินการสูงกว่า
  • ขั้นตอนการบริหาร การประชุม และการจัดทำเอกสารมีความซับซ้อนมากกว่า
  • ต้องมีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกปี
อ่านสรุปทั้ง ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท แบบละเอียด คลิกที่นี่

หจก เหมาะกับใคร

1. ธุรกิจครอบครัวหรือเครือญาติ
2. ผู้เริ่มต้นที่ต้องการประหยัดต้นทุน (SME ระยะเริ่มต้น)
3. ธุรกิจที่เน้นงานรับเหมาขนาดเล็กหรือขายสินค้ากับภาครัฐ
4. ธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ
5. ผู้ที่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จในคนเดียว
 
จดบริษัท เหมาะกับใคร
การจดทะเบียนเป็น บริษัทจำกัด (บจก.) โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ การเติบโตและการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะ ซึ่งจะเหมาะกับกลุ่มคนดังนี้

1. ผู้ที่ต้องการ "เซฟ" ทรัพย์สินส่วนตัว (ลดความเสี่ยง)
2. ธุรกิจที่วางแผนจะขยายตัว หรือ ระดมทุน หากคุณต้องการขยายธุรกิจในอนาคต เช่น
  • การดึงพาร์ทเนอร์
  • Startup / Tech
3. ธุรกิจที่เน้นความน่าเชื่อถือระดับสากล
4. ธุรกิจที่มีกำไรสูง (เพื่อการวางแผนภาษี)
5. ผู้ที่ต้องการความยั่งยืน (ส่งต่อธุรกิจ)

สรุป เป็นตารางเปรียบเทียบ
อยากจด ห จก หรือ บริษัท พร้อมรับคำปรึกษา กับ นรินทร์ทอง คลิกที่นี่


ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท ในมุมมองนักบัญชี โดย นรินทร์ทอง
จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลทั้งที คำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการต้องหาคำตอบให้ได้คือ ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท เพราะการเลือกโครงสร้างผิดตั้งแต่วันแรก อาจส่งผลถึงภาระภาษีและความรับผิดชอบในหนี้สินที่ตามมาอย่างมหาศาล ดังนั้นหากคุณอยากก้าวเข้าสู่สนามธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง นริทร์ทอง พร้อมให้คำปรึกษา ด้วยบริการรับจดทะเบียนธุรกิจโดยทีมงานมืออาชีพ โดยทางเราให้บริการทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีบริการให้คุณเลือกอีกหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของคุณ ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#8

บทความนี้ นรินทร์ทอง เราจะพาคุณทำความเข้าใจทุกเรื่อง ตั้งแต่ใครต้องยื่น ยื่นตอนไหน ไปจนถึงขั้นตอนการยื่น ภ งด 90 ออนไลน์ แบบละเอียด สำหรับใครที่ยื่น ภ.ง.ด.90 ครั้งแรก และต้องการคู่มือในการยื่นแบบห้ามพลาดเลย!
อยากรู้วิธีการยื่น ภ งด 90 ออนไลน์ ทำตามได้ง่ายๆ  คลิกอ่านที่นี่เลย!

ใครต้องยื่น ภ งด 90


  • ผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือน/ค่าจ้าง พร้อมรายได้อื่น - เช่น เงินเดือน + ค่าเช่า, โบนัส, ค่าลิขสิทธิ์ หรือรายได้พิเศษอื่น ๆ
  • ผู้ที่มีรายได้จากธุรกิจหรืออาชีพอิสระ -  ฟรีแลนซ์, SME, เจ้าของธุรกิจส่วนตัว และวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์, ทนาย, วิศวกร, นักบัญชี
  • ผู้ที่มีรายได้จากทรัพย์สินและการลงทุน - ดอกเบี้ยเงินฝาก, เงินปันผล, ค่าเช่าทรัพย์สิน และรายได้จากการขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ (ต้องรวมในรายได้ปีนั้น)
  • ผู้ที่มีรายได้จากหลายช่องทางรวมกัน - เช่น เงินเดือน, ดอกเบี้ย, ค่าเช่า หรือรายได้ที่ได้รับจากหลายช่องทางที่รวมกันแล้วเกินเกณฑ์ยื่นภาษี
อ่าน รายละเอียดใครต้องยื่น ภ งด 90 ?  คลิกอ่านที่นี่เลย!
ขั้นตอนการยื่น ภงด 90
ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์
ขั้นตอนแรกให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของ efiling  ของกรมสรรพากร เพื่อทำการยื่นภาษี
ขั้นตอนที่ 2 สมัครบัญชีและเข้าสู่ระบบ
ในเว็บไซต์คุณสามารถ Login ได้ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือเข้าระบบด้วย Digital ID แต่ถ้าใครยังไม่เคยมีบัญชี ต้องสมัครสมาชิกใหม่ โดยใช้เลขบัตรประชาชนของผู้เสียภาษี 13 หลัก
ขั้นตอนที่ 3 เลือกเมนูยื่นภาษีออนไลน์
เมื่อทุกคนเข้าสู้ระบบแล้ว ให้ค้นหาและเลือกเมนูยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษี
หลังจากกดเมนูยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 ระบบจะแสดงข้อมูลผู้เสียภาษีให้ตรวจสอบและข้อมูลรายได้ของเรา ที่ดึงมาจากหน่วยงานและบริษัท เกี่ยวกับรายได้และค่าลดหย่อน หรือการยกเว้น
ขั้นตอนที่ 5 แก้ไขและกรอกข้อมูลรายได้เพิ่มเติม

หลังระบบแสดงข้อมูลรายได้ เราสามารถแก้ไขหรือกรอกข้อมูลรายได้ส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น รายได้จากงานฟรีแลนซ์ หรือรายได้จากมรดก
ขั้นตอนที่ 6 กรอกค่าลดหย่อนภาษี
ระบบจะแสดงข้อมูลค่าลดหย่อนในแต่ละหมวด ในส่วนนี้สามารถตรวจสอบแล้วใส่ข้อมูลตามสิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมได้

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบผลคำนวณค่าภาษี
เมื่อกรอกข้อมูลลดหย่อนภาษีแล้ว ระบบจะประเมินข้อมูลภาษีทันทีว่า ต้องชำระเพิ่ม หรือได้รับเงินคืน และหน้าต่างตัวเลือกแบ่งชำระเป็นงวด
ขั้นตอนที่ 8 ยืนยันการยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบและกรอกข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนแล้ว หากยังไม่พร้อมยื่นแบบคุณสามารถบันทึกแบบร่างไว้ก่อนได้ หรือหากตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนและพร้อมส่งแบบแล้ว ให้กด "ยืนยันการยื่นแบบ"
ขั้นตอนที่ 9 เลือกช่องทางการชำระภาษี
หากต้องชำระภาษี สามารถเลือกจ่ายได้หลายช่องทาง เช่น ชำระออนไลน์, Mobile Banking และ เคาน์เตอร์ธนาคาร
 
ขั้นตอนที่ 10 บันทึกหลักฐานการยื่นภาษีออนไลน์ 2569
เมื่อชำระภาษีเสร็จสิ้นแล้ว ให้บันทึกไฟล์ใบยื่นภาษีหรือหลักฐานการยื่นภาษีอื่นๆ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
อ่านขั้นตอนการยื่น ภงด 90 ออนไลน์ แบบละเอียด คลิกที่นี่


สรุป การยื่น ภงด 90 ออนไลน์ จากผู้เชี่ยวชาญ นรินทร์ทอง
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่า การยื่น ภงด 90 ออนไลน์ อาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายๆ คนกังวล หากเรารู้ขั้นตอนการยื่นภาษีอย่างถูกต้อง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถยื่นภาษีเองได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางกลับกัน ถึงแม้ว่ายุคนี้จะมีการยื่นภาษีผ่านทางออนไลน์ แต่การยื่นภาษีโดยใช้บริการ สำนักงานบัญชี ก็ยังคงจำเป็นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในธุรกิจและบุคคลที่ต้องการความถูกต้อง ความมั่นใจ และการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นระบบ
ซึ่งทาง นริทร์ทอง เราไม่ได้มีหน้าที่แค่ "ยื่นภาษีแทน" แต่เราคือ ผู้ช่วยวางแผน ผู้ลดความเสี่ยง และผู้ดูแลธุรกิจในระยะยาว ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ซึ่งเราให้บริการหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#9

สำหรับใครที่เป็นพนักงานเงินเดือน และมีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ต้องยื่นภาษีเงินได้ หรือ ภ.ง.ด. 91 หลายๆ คนเมื่อได้ยินแล้ว อาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพราะไม่รู้ว่าต้องยื่นตอนไหน ใครต้องยื่นบ้าง และขั้นตอนการยื่นเป็นอย่างไร? วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแนะนำวิธีการยื่น ภ งด 91 ออนไลน์ แบบ Step by Step

อ่านการยื่น ภ งด 91 ออนไลน์ แบบละเอียด คลิกที่นี่

ขั้นตอนการยื่น ภงด 91

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวยื่น ภงด 91 ออนไลน์ ในหัวข้อนี้ นรินทร์ทอง เราได้เตรียมข้อมูล ขั้นตอนการยื่น ภ.ง.ด.91 แบบละเอียด เข้าใจง่าย ผ่านเว็บไซต์ e-Filing มาไว้ให้คุณแล้ว! โดยขั้นตอนการยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ คุณสามารถทำตามได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th/ และเลือก "ยื่นแบบออนไลน์" หากท่านใดยังไม่มีบัญชีให้กด "สมัครสมาชิก" ก่อน โดยระบบจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร), วันเดือนปีเกิด, เลขหลังบัตรประชาชน, ที่อยู่, อีเมล, พร้อมสร้างรหัสผ่านเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบ E-filing สำหรับยื่นภาษีออนไลน์
ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร
เข้าสู่ระบบ E-filing โดยการกรอกเลขบัตรประชาชนในช่องชื่อผู้ใช้งาน พร้อมกรอกรหัสผ่าน และกด "ตกลง" จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP 6 หลัก ผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ
ขั้นตอนที่ 3 เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91
อ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร จากนั้นกด "เข้าสู่ระบบ" และเลือก "ยื่นแบบ" ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91
อยากรู้ขั้นตอนการยื่น ภ งด 91 ออนไลน์ แบบละเอียด คลิกที่นี่

ขั้นตอนที่ 4 กรอกข้อมูลผู้เสียภาษี
ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษี ได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสถานที่ติดต่อ จากนั้นเลือกสถานะ และกด "ถัดไป"
ขั้นตอนที่ 5 กรอกเงินได้
กรอกข้อมูลรายได้จากเงินเดือน โดยนำข้อมูลมาจากหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) พร้อมกรอกเลขผู้จ่ายเงินได้ (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทที่เราทำงานอยู่) ทั้งนี้สำหรับคนที่เปลี่ยนที่ทำงานระหว่างปี ให้ขอหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) กับที่ทำงานเก่าเพื่อนำมากรอกข้อมูลยื่นภาษีเงินได้
และหากใครมีรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น รายได้จากฟรีแลนซ์, รับจ้างทั่วไป, รายได้จากการทำธุรกิจ, รายได้จากการลงทุน และรายได้จากมรดก ให้กรอกข้อมูลลงไปด้วย และหลังจากกรอกข้อมูลเงินได้เรียบร้อยแล้วให้กด "ถัดไป"
ขั้นตอนที่ 6 กรอกค่าลดหย่อน

กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่มี เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา ค่าลดหย่อนบุตร, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, เงินสมทบกองทุนประกันสังคม, เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพ, จำนวนเงินที่ซื้อกองทุน RMF, กองทุน Thai ESG และเงินบริจาค เป็นต้น และหลังจากที่กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนเรียบร้อยแล้วให้กด "ถัดไป"
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อนทั้งหมดที่ได้กรอกไป โดยระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้อัตโนมัติ ซึ่งหากมีการชำระภาษีไปแล้วระบบจะแจ้งยอดที่ชำระเกิน โดยสามารถขอคืนภาษีที่ชำระเกินได้ รวมถึงนำเงินภาษีที่ชำระเกินไปอุดหนุนพรรคการเมืองได้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้กด "ถัดไป"
ขั้นตอนที่ 8 ยืนยันการยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด "ยืนยันการยื่นแบบ" ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์
ในกรณีที่มีภาษีต้องชำระเพิ่ม สามารถเลือกชำระภาษีได้หลายช่องทาง ได้แก่ QR Code, E-Payment, Internet Credit Card, ATM on Internet, บัตรภาษี หรือชำระผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น Pay-In Slip ผ่านช่องทาง Counter Service, Tele-Banking และอื่นๆ
สนใจอยากให้ นรินทร์ทอง ช่วยดูแลเรื่องการยื่นภาษี  คลิกที่นี่


นรินทร์ทอง ให้บริการดูแลและให้คำปรึกษาการยื่น ภงด 91 ออนไลน์
แม้ว่าปัจจุบันการยื่นแบบ ภงด 91 ออนไลน์ จะสะดวกและรวดเร็ว แต่การยื่นภาษีผ่าน สำนักงานบัญชี ยังคงมีข้อดีที่สำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงสร้างรายได้หรือภาษีมีความซับซ้อน ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่มีความรู้ด้านกฎหมาย ภาษี และประสบการณ์ตรง ขอแนะนำ บริษัทนริทร์ทอง ทางเราให้บริการทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีบริการให้คุณเลือกอีกหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของคุณ ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#10


ปัจจุบันนี้เมื่อเทคโนโลยีพัฒนา อะไรๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ง่ายขึ้น เรื่องการจดทะเบียนบริษัทก็เช่นเดียวกัน เพราะเราสามารถ จดบริษัทออนไลน์  ผ่านระบบ DBD Biz Regist ได้ด้วยตัวเอง สำหรับใครที่ต้องการศึกษาหาข้อมูลก่อนจดทะเบียนบริษัท นรินทร์ทอง แนะนำว่าให้อ่านบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ จดบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เอาไว้ที่นี่!

ทำความเข้าใจ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เพิ่มเติมคลิก

จดบริษัทออนไลน์ ราคาเท่าไหร่?


1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
2. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)  ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
3. แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)
4. ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
5. หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัท  เพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)
6. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคน (โดยดูจากหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว)
7. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)  (โดยดูจากหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน)
8. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist
วิธีสมัครเพื่อเข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist ก่อนเริ่ม จดบริษัทออนไลน์

  • จากนั้นจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของเราขึ้นมาอัตโนมัติ > กดดำเนินการต่อ
  • กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และกรอกที่อยู่ในประเทศไทย
  • เมื่อกรอกเสร็จแล้ว ระบบจะให้ยืนยันการส่งข้อมูลอีกครั้ง หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง > กดดำเนินการต่อ
  • ทางระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail จากนั้นใส่ PIN Code ที่ได้รับและกดยืนยัน ทางเว็บไซต์จะขึ้นว่า 'ลงทะเบียนสำเร็จ'
ทำความเข้าใจ ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์  เพิ่มเติมคลิก
ขั้นตอนที่ 1 ระบุข้อมูลบริษัท
  • เข้ามาที่หัวข้อ'จัดตั้งบริษัท'หากต้องการจดบริษัททันทีเลือกหัวข้อ 'จดหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมจัดตั้งบริษัท'


  • รายการข้อมูลที่จำเป็น ต้องเตรียมก่อนจดจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมา ให้กดรับทราบด้านล่าง และกดดำเนินการต่อ
  • ระบุข้อมูลบริษัท ในขั้นตอนนี้ให้เริ่มจากการระบุข้อมูล 'ชื่อบริษัท' หากใครต้องการตั้งชื่อเฉพาะ ต้องจองชื่อในกรมธุรกิจารค้าก่อน
  • ตราประทับของบริษัท หากไม่มีให้กด 'ไม่มี' และถ้าบริษัทไหนมีให้กด 'มี' และแนบรูปแบบตราประทับ
  • ทุนบริษัท  ในปัจจุบันจะหมายถึง ทุนจดทะเบียนต่อหุ้น มูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 บาท
  • ทำการกรอกข้อมูลที่ตั้ง เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วกดดำเนินการต่อ จากนั้นระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail เพื่อกดยืนยัน
ขั้นตอนที่ 2 เพิ่มข้อมูลบุคคลในบริษัท
  • ระบุข้อมูลส่วนตัวผู้เริ่มก่อการ (เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องมีอย่างน้อย 2 คน) หากกรอกข้อมูลในขั้นตอนแรกครบถ้วน ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวให้อัตโนมัติ แต่ต้องระบุข้อมูลตรง 'อาชีพ' เพิ่มเติม
  • กรอกข้อมูลผู้ถือหุ้น หากมีมากกว่าผู้เริ่มก่อการ สามารถเพิ่มรายชื่อผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมได้ ในส่วนของขั้นตอนนี้ให้ทำการกรอก 'จำนวนหุ้น' (ต้องตรงกับข้อเท็จจริง) และ 'จำนวนเงินที่ชำระค่าหุ้น'
  • กรอกข้อมูลกรรมการ เป็นได้ทั้งผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น หากเป็นผู้ถือหุ้นให้เลือก 'ชื่อกรรมการจากรายชื่อผู้ถือหุ้น' หากไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ให้เลือก 'ตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการ'

ขั้นตอนที่ 3 สร้างเอกสาร


  • เลือกวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ในส่วนนี้เป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ หากใครทำธุรกิจตรงกับหัวข้อไหนในระบบก็กดติ๊กได้เลย แต่ถ้าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจทั่วไปให้เลือก 'ไม่ใช่ธุรกิจพิเศษ'
  • เลือกรหัสธุรกิจ ค้นหารหัสที่มีหมวดหมู่ตรงกับธุรกิจของคุณ จากนั้นทำการกดบันทึก และดำเนินการต่อ
  • สร้างข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี ให้เลือก 'มีข้อบังคับ' ทางระบบมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป และกำหนดเอง
  • รายละเอียดการประชุม ในส่วนนี้จะต้องใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท, เวลาเปิด – ปิดการประชุม, สถานที่ประชุม, ข้อมูลประธานที่ประชุม, ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท, ข้อมูลผู้สอบบัญชี
ขั้นตอนที่ 4 ข้อมูลการประกอบธุรกิจ


  • ข้อมูลประกอบธุรกิจ ในหัวข้อแรกจะขึ้นมาว่า รายการอื่นซึ่งเห็นสมควรให้ประชาชนทราบ ให้ตอบว่า 'ไม่มี' เพราะโดยทั่วไปแล้วจะไม่มี และถัดมาคือแบบบันทึกคำขอ
ขั้นตอนที่ 5 สรุปข้อมูลทั้งหมด 
ขั้นตอนนี้ทางระบบจะสรุปข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทให้ทั้งหมด ซึ่งคุณต้องทำการเช็กให้ดีว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องไหม หรือสามารถทำการดาวน์โหลด แล้วปริ้นออกมาเป็นเอกสารได้
ศึกษาขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบละเอียด เพิ่มเติมคลิก


อยากได้ที่ปรึกษา จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบส่วนตัว แนะนำที่ นรินทร์ทอง

หลังจากที่ได้ศึกษาขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist ระบบใหม่ บอกเลยว่ามีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายมากๆ เพราะในระหว่างที่เราทำการกรอกข้อมูล ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลอีกด้วย แต่สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่ไม่มีความรู้ด้านบัญชีและภาษี ต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสารให้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง คอยดำเนินการให้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้าย สามารถจดได้ใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการเอง ขอแนะนำ บริษัทนริทร์ทอง สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#11


สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท กำลังศึกษาข้อมูล บทความนี้จะช่วยคุณเจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท  รวมถึงดำเนินการด้วยตัวเอง หรือ จ้างสำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

อ่าน เจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มเติมคลิก


จดบริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง


ค่าบริการจดบริษัทกับนริทร์ทอง ราคา 3,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
  • ให้คำปรึกษาเรื่องชื่อบริษัท และวัตถุประสงค์
  • จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • จัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนทั้งหมด

จดบริษัทแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?


1. ค่าทำบัญชีรายเดือน
ค่าทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,500 บาท / เดือน
ครอบคลุมงาน เช่น
  • บันทึกรายรับ–รายจ่ายประจำเดือน
  • จัดทำและยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง


จดบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
2. ค่าปิดงบการเงิน
ในกรณีที่บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยังไม่มีรายได้หรือการดำเนินงาน จะเข้าข่ายเป็น งบเปล่า
ค่าปิดงบการเงินงบเปล่า เริ่มต้น 7,000 บาท
บริการครอบคลุม
  • จัดทำงบการเงินประจำปี
  • ผู้สอบบัญชีรับรองงบ (CPA)

สนใจใช้บริการ จดบริษัท กับ นรินทร์ทอง คลิกที่นี่

สรุป จดบริษัทค่าใช้จ่ายเท่าไร
การจดทะเบียนบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรทำอย่างรอบคอบ ที่ เริ่มต้นทดจะเบียนบริษัท 3500 บาท หากคุณต้องการลดความยุ่งยากและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
 

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่...
Facebook : [url="https://www.facebook.com/NarinthongAccounting/NarinthongOfficial"]NarinthongOfficial

E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#12


สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท กำลังศึกษาข้อมูล บทความนี้จะช่วยคุณเจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท  รวมถึงดำเนินการด้วยตัวเอง หรือ จ้างสำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

อ่าน เจาะลึกรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มเติมคลิก


จดบริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง


ค่าบริการจดบริษัทกับนริทร์ทอง ราคา 3,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
  • ให้คำปรึกษาเรื่องชื่อบริษัท และวัตถุประสงค์
  • จองชื่อบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • จัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนทั้งหมด

จดบริษัทแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?


1. ค่าทำบัญชีรายเดือน
ค่าทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,500 บาท / เดือน
ครอบคลุมงาน เช่น
  • บันทึกรายรับ–รายจ่ายประจำเดือน
  • จัดทำและยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง


จดบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
2. ค่าปิดงบการเงิน
ในกรณีที่บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยังไม่มีรายได้หรือการดำเนินงาน จะเข้าข่ายเป็น งบเปล่า
ค่าปิดงบการเงินงบเปล่า เริ่มต้น 7,000 บาท
บริการครอบคลุม
  • จัดทำงบการเงินประจำปี
  • ผู้สอบบัญชีรับรองงบ (CPA)

สนใจใช้บริการ จดบริษัท กับ นรินทร์ทอง คลิกที่นี่

สรุป จดบริษัทค่าใช้จ่ายเท่าไร
การจดทะเบียนบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรทำอย่างรอบคอบ ที่ เริ่มต้นทดจะเบียนบริษัท 3500 บาท หากคุณต้องการลดความยุ่งยากและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
 

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่...
Facebook : [url="https://www.facebook.com/NarinthongAccounting/NarinthongOfficial"]NarinthongOfficial

E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339





#13


การเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาให้มาอยู่ในรูปแบบของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน แต่ยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง หจก กับ บริษัท ว่าแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาไขข้อสงสัย และแนะนำรูปแบบการจดทะเบียนทั้งรูปแบบ หจก กับ บริษัท ให้คุณสามารถเลือกจดทะเบียนได้ถูกต้อง ใครที่ไม่อยากเลือกพลาดต้องไปอ่านบทความนี้กันเลย!!
หจก กับ บริษัท ต่างกันอย่างไร อยากรู้แบบละเอียด คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

1. หจก กับ บริษัท ต่างกันยังไง?

จำนวนผู้ร่วมลงทุน (จำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้ง)
บริษัทจำกัด
  • ปัจจุบันสามารถจัดตั้งได้โดยมี ผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน
  • (ปรับตามกฎหมายใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ต้องมีผู้ร่วมลงทุน อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป
2. รูปแบบการลงทุน
บริษัทจำกัด
  • เป็นการลงทุนในรูปแบบ ทุนเรือนหุ้น (Capital Stock)
  • ต้องแบ่งทุนออกเป็นหุ้น มูลค่าหุ้นต้องเท่ากัน
  • มูลค่าหุ้น ไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท
  • การลงทุนต้องเป็น เงินสดเท่านั้น
  • หุ้นสามารถโอนให้กัน หรือโอนให้บุคคลภายนอกได้ (ตามข้อบังคับบริษัท)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
แบ่งหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภท
  • หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ)
  • มีอำนาจบริหารกิจการ
  • สามารถลงทุนได้ทั้ง เงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน
  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด
  • ไม่มีอำนาจบริหารกิจการ
  • ลงทุนได้เฉพาะ เงินสด หรือทรัพย์สิน
  • รับผิดไม่เกินเงินที่ลงทุน
3. ความรับผิดชอบตามกฎหมาย
บริษัทจำกัด
  • ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด ไม่เกินจำนวนเงินที่ถือหุ้น
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิด ไม่จำกัดจำนวน (รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว)
  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด รับผิดเฉพาะเงินที่ลงทุน
4. ค่าธรรมเนียม
  • บริษัทจำกัด : บริษัท จำกัด ค่าธรรมเนียมจัดตั้งจะอยู่ที่ 5,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ห้างหุ้นส่วน จำกัด ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 1,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
อ่านรายละเอียดระหว่าง หจก กับ บริษัท เพิ่มเติม คลิกที่นี่


5. การปิดงบการเงินประจำปี
บริษัทจำกัด
  • ต้องให้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)[/b][/color] ตรวจสอบและเซ็นรับรองงบการเงิน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • สามารถใช้
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือ
- ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
  • (ขึ้นอยู่กับขนาดและเงื่อนไขของกิจการ)
6. อัตราภาษี (อัปเดตปัจจุบัน)
ทั้ง บริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด ถือเป็น นิติบุคคล ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกัน
  • อัตราภาษีทั่วไป: 20% ของกำไรสุทธิ
  • สำหรับ SMEs อาจได้รับอัตราภาษีพิเศษแบบขั้นบันได (0%–20%)
  • ต้องยื่นงบการเงิน และแบบภาษีต่อ กรมสรรพากร ทุกปี
7. ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
  • บริษัทจำกัด : ความน่าเชื่อถือสูง เหมาะกับการขอสินเชื่อ หรือทำธุรกิจกับองค์กรขนาด
ใหญ่
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ความน่าเชื่อถือปานกลาง เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง
สนใจอยากจดบริษัทจำกัด กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพิ่มเติม คลิกที่นี่




อยากจดทะเบียน บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน เลือกทำที่นรินทร์ทอง
สำหรับใครที่สนใจจะจดทะเบียนบริษัท ยื่นภาษีอากร หรือทำบัญชีบริษัท ต้องเลือกทำกับ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี ทำให้มั่นใจได้เลยว่าหากเลือกใช้บริการกับเรา จะทำให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดแน่นอน อยากเติบโตในธุรกิจเลือก Narinthong !!
  • บริการส่งภาษีอากร
  • บริการจดทะเบียนบริษัท
  • บริการทำเงินเดือนพนักงาน
  • บริการรับทำบัญชี
นรินทร์ทองอยากให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา นรินทร์ทอง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#14

การทำธุรกิจ นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องบัญชี และ ภาษี การศึกษาเรื่องวิธีปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ จำเป็นต้องศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวกับ กฎหมาย วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์วิธีการ "ปิดงบย้อนหลัง" สำหรับธุรกิจทุกประเภท จะมีขั้นตอนการยื่นอย่างไรบ้าง? มาดูไปพร้อมกัน
อ่านรายละเอียด การปิดงบย้อนหลัง สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่คลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลัง คือ


1. การนำส่งงบการเงินล่าช้า (Late Filing) – หมายถึง การทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และนำส่งเอกสารของรอบบัญชีที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ได้เลยกำหนดเวลาตามกฎหมายไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือภายใน 5-6 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี) และไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อ กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน
  • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ประกอบการต้องรีบดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีสำหรับรอบปีที่ขาดหายไป พร้อมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและยื่นส่งทันที
  • ผลที่ตามมา: จะต้องเสียค่าปรับ และ เงินเพิ่ม จากทั้งสองหน่วยงาน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร) ซึ่งค่าปรับจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้าและจำนวนปีที่ขาดหายไป
2. การปรับปรุงแก้ไขงบการเงินที่เคยยื่นไปแล้ว (Restatement) – หมายถึง การแก้ไขตัวเลขในงบการเงินของงวดบัญชีที่เคยเผยแพร่และนำส่งไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: มักเกิดจากการค้นพบ ข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญ (เช่น การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือผิดพลาด, การใช้นโยบายบัญชีที่ผิดพลาด, หรือการทุจริต) ในงบการเงินงวดก่อนหน้า
  • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้า (งบการเงินย้อนหลัง) เพื่อให้งบการเงินปัจจุบันและงบเปรียบเทียบแสดงผลที่ถูกต้องที่สุด และต้องแจ้งเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม การปิดงบย้อนหลัง คืออะไรคลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลังต้องเตรียมตัวอย่างไร


1. ตรวจสอบและประเมินสถานะปัจจุบัน
  • ตรวจสอบรอบบัญชีที่ขาดหาย: ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นงบการเงินและแบบภาษีปีใดบ้าง (เช่น ปี 2565, 2566) และรอบบัญชีเหล่านั้นสิ้นสุดเมื่อใด (ส่วนใหญ่ 31 ธันวาคม)
  • ตรวจสอบค่าปรับ: ประเมินค่าปรับ และ เงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการนำส่งงบล่าช้า ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30 ถ้ามี)
  • ค้นหาเอกสารสำคัญ: รวบรวมงบการเงิน และ งบทดลองของปีก่อนหน้าที่ยื่นล่าสุด (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นยอดคงเหลือยกมาในการทำบัญชีปีถัดไป

2. รวบรวมเอกสารทั้งหมดของรอบบัญชีที่ขาดหาย
  • ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่นักบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำการบันทึกบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ต้น
- หมวดรายได้/การขาย: ใบกำกับภาษีขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญาการขาย
- หมวดค่าใช้จ่าย/การซื้อ: ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับ (สำหรับค่าใช้จ่าย), สัญญาเช่า, เอกสารการซื้อทรัพย์สิน
- หมวดธนาคาร/การเงิน: Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ของทุกบัญชีธนาคารของบริษัทตลอดปีที่ขาดหาย, สลิปโอนเงิน (ถ้ามี)
- หมวดภาษี: ใบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3, 53) ที่บริษัทออกให้ผู้รับเงิน, ใบรับรองการหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทได้รับ
- หมวดเงินเดือน: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนพนักงาน, แบบยื่น ภ.ง.ด. 1
- หมวดสินค้า/ทรัพย์สิน: รายงานสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี (ถ้ามี), ทะเบียนทรัพย์สิน


3. ติดต่อสำนักงานบัญชี/ผู้สอบบัญชี
  • แต่งตั้งผู้ทำบัญชี: จ้าง สำนักงานบัญชี หรือ ผู้ทำบัญชี ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำบัญชีย้อนหลัง เพื่อให้นำเอกสารทั้งหมดไปบันทึกบัญชี ทำการปรับปรุงรายการ และจัดทำงบการเงิน
  • ติดต่อผู้สอบบัญชี: เตรียมพร้อมที่จะว่าจ้าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเหล่านั้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายบังคับสำหรับนิติบุคคล)
  • วางแผนการนำส่ง: ประสานงานกับสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดแผนงานการยื่นงบการเงิน และแบบภาษีที่ค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามลำดับปี และจัดการชำระค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
ปิดงบย้อนหลัง มีขั้นตอนอย่างไร

1. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อกรมสรรพากร
  • ยื่นแบบ: สำนักงานบัญชีจะนำส่ง แบบ ภ.ง.ด. 50 ของแต่ละรอบปีที่ค้าง พร้อมแนบเอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
  • ชำระภาษีและเงินเพิ่ม: หากงบการเงินแสดง กำไรสุทธิ ที่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบ และต้องชำระ เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน (ของยอดภาษีที่ต้องชำระ) นับตั้งแต่วันครบกำหนดจนถึงวันที่ยื่นจริง
  • ชำระค่าปรับอาญา: ปกติปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สำหรับ ภ.ง.ด. 50) โดยมีการแบ่งอัตราปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า (เช่น ยื่นเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท) หากไม่ยื่นงบการเงินพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50 ปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท (รวมกับค่าปรับยื่นแบบเป็นไม่เกิน 4,000 บาท)

2. นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • นำส่งงบ: ยื่นงบการเงิน (แบบ ส.บช. 3) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5 สำหรับบริษัทจำกัด) ของแต่ละปีที่ค้างผ่านระบบ DBD e-Filing
  • ชำระค่าปรับ (ค่าเปรียบเทียบปรับ)
- ค่าปรับนิติบุคคลและกรรมการ: นิติบุคคลและผู้มีอำนาจทำการแทน (กรรมการ/ผู้จัดการ) ต้องรับผิดชอบค่าปรับแยกกัน
- อัตราค่าปรับ: อัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า (ยิ่งล่าช้านาน ยิ่งปรับสูง) และประเภทของนิติบุคคล ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 8,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 12,000 บาท
**โดยค่าปรับกรณีมิได้ยื่นงบการเงิน มีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นงบการเงิน**
- วิธีการชำระ: DBD จะแจ้งให้ชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่ง 1. หนังสือแจ้งขอกล่าวหา และ 2. คำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาลแพ่ง
มองหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านบัญชี และ กฎหมายคลิกที่นี่




นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ยินดีให้คำปรึกษา ปิดงบย้อนหลัง
สำหรับเรื่องการ ปิดงบย้อนหลัง ในเนื้อหาข้างต้นจากที่อ่านมาจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ทางกฎหมาย และ มาตรฐานบัญชี ซึ่งในขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดการเองได้ง่ายๆ นั่นคือ การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีที่ซับซ้อน และการเจรจาจัดการกับค่าปรับ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และมีความรู้ด้านกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ขอแนะนำ  นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#15

การทำธุรกิจ นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องบัญชี และ ภาษี การศึกษาเรื่องวิธีปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ จำเป็นต้องศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวกับ กฎหมาย วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์วิธีการ "ปิดงบย้อนหลัง" สำหรับธุรกิจทุกประเภท จะมีขั้นตอนการยื่นอย่างไรบ้าง? มาดูไปพร้อมกัน
อ่านรายละเอียด การปิดงบย้อนหลัง สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่คลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลัง คือ


1. การนำส่งงบการเงินล่าช้า (Late Filing) – หมายถึง การทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และนำส่งเอกสารของรอบบัญชีที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ได้เลยกำหนดเวลาตามกฎหมายไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือภายใน 5-6 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี) และไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อ กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน
  • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ประกอบการต้องรีบดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีสำหรับรอบปีที่ขาดหายไป พร้อมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและยื่นส่งทันที
  • ผลที่ตามมา: จะต้องเสียค่าปรับ และ เงินเพิ่ม จากทั้งสองหน่วยงาน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร) ซึ่งค่าปรับจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้าและจำนวนปีที่ขาดหายไป
2. การปรับปรุงแก้ไขงบการเงินที่เคยยื่นไปแล้ว (Restatement) – หมายถึง การแก้ไขตัวเลขในงบการเงินของงวดบัญชีที่เคยเผยแพร่และนำส่งไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: มักเกิดจากการค้นพบ ข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญ (เช่น การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือผิดพลาด, การใช้นโยบายบัญชีที่ผิดพลาด, หรือการทุจริต) ในงบการเงินงวดก่อนหน้า
  • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้า (งบการเงินย้อนหลัง) เพื่อให้งบการเงินปัจจุบันและงบเปรียบเทียบแสดงผลที่ถูกต้องที่สุด และต้องแจ้งเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม การปิดงบย้อนหลัง คืออะไรคลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลังต้องเตรียมตัวอย่างไร


1. ตรวจสอบและประเมินสถานะปัจจุบัน
  • ตรวจสอบรอบบัญชีที่ขาดหาย: ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นงบการเงินและแบบภาษีปีใดบ้าง (เช่น ปี 2565, 2566) และรอบบัญชีเหล่านั้นสิ้นสุดเมื่อใด (ส่วนใหญ่ 31 ธันวาคม)
  • ตรวจสอบค่าปรับ: ประเมินค่าปรับ และ เงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการนำส่งงบล่าช้า ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30 ถ้ามี)
  • ค้นหาเอกสารสำคัญ: รวบรวมงบการเงิน และ งบทดลองของปีก่อนหน้าที่ยื่นล่าสุด (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นยอดคงเหลือยกมาในการทำบัญชีปีถัดไป

2. รวบรวมเอกสารทั้งหมดของรอบบัญชีที่ขาดหาย
  • ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่นักบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำการบันทึกบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ต้น
- หมวดรายได้/การขาย: ใบกำกับภาษีขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญาการขาย
- หมวดค่าใช้จ่าย/การซื้อ: ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับ (สำหรับค่าใช้จ่าย), สัญญาเช่า, เอกสารการซื้อทรัพย์สิน
- หมวดธนาคาร/การเงิน: Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ของทุกบัญชีธนาคารของบริษัทตลอดปีที่ขาดหาย, สลิปโอนเงิน (ถ้ามี)
- หมวดภาษี: ใบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3, 53) ที่บริษัทออกให้ผู้รับเงิน, ใบรับรองการหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทได้รับ
- หมวดเงินเดือน: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนพนักงาน, แบบยื่น ภ.ง.ด. 1
- หมวดสินค้า/ทรัพย์สิน: รายงานสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี (ถ้ามี), ทะเบียนทรัพย์สิน


3. ติดต่อสำนักงานบัญชี/ผู้สอบบัญชี
  • แต่งตั้งผู้ทำบัญชี: จ้าง สำนักงานบัญชี หรือ ผู้ทำบัญชี ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำบัญชีย้อนหลัง เพื่อให้นำเอกสารทั้งหมดไปบันทึกบัญชี ทำการปรับปรุงรายการ และจัดทำงบการเงิน
  • ติดต่อผู้สอบบัญชี: เตรียมพร้อมที่จะว่าจ้าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเหล่านั้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายบังคับสำหรับนิติบุคคล)
  • วางแผนการนำส่ง: ประสานงานกับสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดแผนงานการยื่นงบการเงิน และแบบภาษีที่ค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามลำดับปี และจัดการชำระค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
ปิดงบย้อนหลัง มีขั้นตอนอย่างไร

1. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อกรมสรรพากร
  • ยื่นแบบ: สำนักงานบัญชีจะนำส่ง แบบ ภ.ง.ด. 50 ของแต่ละรอบปีที่ค้าง พร้อมแนบเอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
  • ชำระภาษีและเงินเพิ่ม: หากงบการเงินแสดง กำไรสุทธิ ที่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบ และต้องชำระ เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน (ของยอดภาษีที่ต้องชำระ) นับตั้งแต่วันครบกำหนดจนถึงวันที่ยื่นจริง
  • ชำระค่าปรับอาญา: ปกติปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สำหรับ ภ.ง.ด. 50) โดยมีการแบ่งอัตราปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า (เช่น ยื่นเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท) หากไม่ยื่นงบการเงินพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50 ปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท (รวมกับค่าปรับยื่นแบบเป็นไม่เกิน 4,000 บาท)

2. นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • นำส่งงบ: ยื่นงบการเงิน (แบบ ส.บช. 3) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5 สำหรับบริษัทจำกัด) ของแต่ละปีที่ค้างผ่านระบบ DBD e-Filing
  • ชำระค่าปรับ (ค่าเปรียบเทียบปรับ)
- ค่าปรับนิติบุคคลและกรรมการ: นิติบุคคลและผู้มีอำนาจทำการแทน (กรรมการ/ผู้จัดการ) ต้องรับผิดชอบค่าปรับแยกกัน
- อัตราค่าปรับ: อัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า (ยิ่งล่าช้านาน ยิ่งปรับสูง) และประเภทของนิติบุคคล ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 8,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 12,000 บาท
**โดยค่าปรับกรณีมิได้ยื่นงบการเงิน มีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นงบการเงิน**
- วิธีการชำระ: DBD จะแจ้งให้ชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่ง 1. หนังสือแจ้งขอกล่าวหา และ 2. คำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาลแพ่ง
มองหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านบัญชี และ กฎหมายคลิกที่นี่




นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ยินดีให้คำปรึกษา ปิดงบย้อนหลัง
สำหรับเรื่องการ ปิดงบย้อนหลัง ในเนื้อหาข้างต้นจากที่อ่านมาจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ทางกฎหมาย และ มาตรฐานบัญชี ซึ่งในขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดการเองได้ง่ายๆ นั่นคือ การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีที่ซับซ้อน และการเจรจาจัดการกับค่าปรับ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และมีความรู้ด้านกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ขอแนะนำ  นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#16

การทำธุรกิจ นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องบัญชี และ ภาษี การศึกษาเรื่องวิธีปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ จำเป็นต้องศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวกับ กฎหมาย วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์วิธีการ "ปิดงบย้อนหลัง" สำหรับธุรกิจทุกประเภท จะมีขั้นตอนการยื่นอย่างไรบ้าง? มาดูไปพร้อมกัน
อ่านรายละเอียด การปิดงบย้อนหลัง สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่คลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลัง คือ


1. การนำส่งงบการเงินล่าช้า (Late Filing) – หมายถึง การทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และนำส่งเอกสารของรอบบัญชีที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ได้เลยกำหนดเวลาตามกฎหมายไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือภายใน 5-6 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี) และไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อ กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน
  • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ประกอบการต้องรีบดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีสำหรับรอบปีที่ขาดหายไป พร้อมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและยื่นส่งทันที
  • ผลที่ตามมา: จะต้องเสียค่าปรับ และ เงินเพิ่ม จากทั้งสองหน่วยงาน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร) ซึ่งค่าปรับจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้าและจำนวนปีที่ขาดหายไป
2. การปรับปรุงแก้ไขงบการเงินที่เคยยื่นไปแล้ว (Restatement) – หมายถึง การแก้ไขตัวเลขในงบการเงินของงวดบัญชีที่เคยเผยแพร่และนำส่งไปแล้ว
  • สาเหตุเกิดจาก: มักเกิดจากการค้นพบ ข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญ (เช่น การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือผิดพลาด, การใช้นโยบายบัญชีที่ผิดพลาด, หรือการทุจริต) ในงบการเงินงวดก่อนหน้า
  • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้า (งบการเงินย้อนหลัง) เพื่อให้งบการเงินปัจจุบันและงบเปรียบเทียบแสดงผลที่ถูกต้องที่สุด และต้องแจ้งเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม การปิดงบย้อนหลัง คืออะไรคลิกที่นี่


ปิดงบย้อนหลังต้องเตรียมตัวอย่างไร


1. ตรวจสอบและประเมินสถานะปัจจุบัน
  • ตรวจสอบรอบบัญชีที่ขาดหาย: ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นงบการเงินและแบบภาษีปีใดบ้าง (เช่น ปี 2565, 2566) และรอบบัญชีเหล่านั้นสิ้นสุดเมื่อใด (ส่วนใหญ่ 31 ธันวาคม)
  • ตรวจสอบค่าปรับ: ประเมินค่าปรับ และ เงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการนำส่งงบล่าช้า ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30 ถ้ามี)
  • ค้นหาเอกสารสำคัญ: รวบรวมงบการเงิน และ งบทดลองของปีก่อนหน้าที่ยื่นล่าสุด (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นยอดคงเหลือยกมาในการทำบัญชีปีถัดไป

2. รวบรวมเอกสารทั้งหมดของรอบบัญชีที่ขาดหาย
  • ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่นักบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำการบันทึกบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ต้น
- หมวดรายได้/การขาย: ใบกำกับภาษีขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญาการขาย
- หมวดค่าใช้จ่าย/การซื้อ: ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับ (สำหรับค่าใช้จ่าย), สัญญาเช่า, เอกสารการซื้อทรัพย์สิน
- หมวดธนาคาร/การเงิน: Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ของทุกบัญชีธนาคารของบริษัทตลอดปีที่ขาดหาย, สลิปโอนเงิน (ถ้ามี)
- หมวดภาษี: ใบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3, 53) ที่บริษัทออกให้ผู้รับเงิน, ใบรับรองการหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทได้รับ
- หมวดเงินเดือน: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนพนักงาน, แบบยื่น ภ.ง.ด. 1
- หมวดสินค้า/ทรัพย์สิน: รายงานสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี (ถ้ามี), ทะเบียนทรัพย์สิน


3. ติดต่อสำนักงานบัญชี/ผู้สอบบัญชี
  • แต่งตั้งผู้ทำบัญชี: จ้าง สำนักงานบัญชี หรือ ผู้ทำบัญชี ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำบัญชีย้อนหลัง เพื่อให้นำเอกสารทั้งหมดไปบันทึกบัญชี ทำการปรับปรุงรายการ และจัดทำงบการเงิน
  • ติดต่อผู้สอบบัญชี: เตรียมพร้อมที่จะว่าจ้าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเหล่านั้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายบังคับสำหรับนิติบุคคล)
  • วางแผนการนำส่ง: ประสานงานกับสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดแผนงานการยื่นงบการเงิน และแบบภาษีที่ค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามลำดับปี และจัดการชำระค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
ปิดงบย้อนหลัง มีขั้นตอนอย่างไร

1. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อกรมสรรพากร
  • ยื่นแบบ: สำนักงานบัญชีจะนำส่ง แบบ ภ.ง.ด. 50 ของแต่ละรอบปีที่ค้าง พร้อมแนบเอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
  • ชำระภาษีและเงินเพิ่ม: หากงบการเงินแสดง กำไรสุทธิ ที่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบ และต้องชำระ เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน (ของยอดภาษีที่ต้องชำระ) นับตั้งแต่วันครบกำหนดจนถึงวันที่ยื่นจริง
  • ชำระค่าปรับอาญา: ปกติปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สำหรับ ภ.ง.ด. 50) โดยมีการแบ่งอัตราปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า (เช่น ยื่นเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท) หากไม่ยื่นงบการเงินพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50 ปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท (รวมกับค่าปรับยื่นแบบเป็นไม่เกิน 4,000 บาท)

2. นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • นำส่งงบ: ยื่นงบการเงิน (แบบ ส.บช. 3) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5 สำหรับบริษัทจำกัด) ของแต่ละปีที่ค้างผ่านระบบ DBD e-Filing
  • ชำระค่าปรับ (ค่าเปรียบเทียบปรับ)
- ค่าปรับนิติบุคคลและกรรมการ: นิติบุคคลและผู้มีอำนาจทำการแทน (กรรมการ/ผู้จัดการ) ต้องรับผิดชอบค่าปรับแยกกัน
- อัตราค่าปรับ: อัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า (ยิ่งล่าช้านาน ยิ่งปรับสูง) และประเภทของนิติบุคคล ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 8,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 12,000 บาท
**โดยค่าปรับกรณีมิได้ยื่นงบการเงิน มีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นงบการเงิน**
- วิธีการชำระ: DBD จะแจ้งให้ชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่ง 1. หนังสือแจ้งขอกล่าวหา และ 2. คำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาลแพ่ง
มองหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านบัญชี และ กฎหมายคลิกที่นี่




นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ยินดีให้คำปรึกษา ปิดงบย้อนหลัง
สำหรับเรื่องการ ปิดงบย้อนหลัง ในเนื้อหาข้างต้นจากที่อ่านมาจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ทางกฎหมาย และ มาตรฐานบัญชี ซึ่งในขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดการเองได้ง่ายๆ นั่นคือ การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีที่ซับซ้อน และการเจรจาจัดการกับค่าปรับ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และมีความรู้ด้านกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ขอแนะนำ  นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#17

สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง" เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เนื่องจากสินค้าทองคำมีทั้งส่วนที่ได้รับการ ยกเว้น VAT และส่วนที่ ต้องเสีย VAT ซึ่งวันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การจดภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด
ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง จำเป็นต้องจดไหม?

การจดภาษีมูลค่าเพิ่มในร้านทองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กิจการร้านทองมีเงินได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ในกรณีที่ร้านทองมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ถ้ามีการขาย ทองคำแท่ง และต้องการให้ธุรกรรมนั้นได้รับการยกเว้น VAT อย่างถูกกฎหมาย ควรจด VAT และดำเนินการตามเงื่อนไข (ภ.พ.01.3) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีในอนาคต
ศึกษาแนวทางการจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. การขายทองรูปพรรณ (ทองใหม่และทองเก่า)
การขายทองรูปพรรณเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่าง ราคาขายทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักด้วย ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน
2. การขายทองคำแท่ง (ได้รับยกเว้น VAT)
ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5% ขึ้นไป) จะได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อเมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นแบบ ภ.พ.01.3 เพื่อแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่อกรมสรรพากรแล้ว และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ
3. การขายฝาก
รายได้จากการขายฝาก คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในการทำสัญญาขายฝาก คือ
  • กรณีมีการกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
    สูตรคือ (มูลค่าสินไถ่ตามสัญญา – ราคาขายฝาก) x 7% = VAT
  • กรณีไม่มีกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
4. การขายทองรูปพรรณเก่า
การขายทองรูปพรรณเก่าต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายทองรูปพรรณใหม่
5. รายได้อื่นๆ ที่ได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการ
รายได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องคำนวณ VAT จากฐานภาษีปกติ
ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติม คลิกอ่านที่นี่


อย่าเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด! จัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง ที่ซับซ้อนให้ถูก ด้วยผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณไม่อยากเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#18

สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง" เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เนื่องจากสินค้าทองคำมีทั้งส่วนที่ได้รับการ ยกเว้น VAT และส่วนที่ ต้องเสีย VAT ซึ่งวันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การจดภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด
ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง จำเป็นต้องจดไหม?

การจดภาษีมูลค่าเพิ่มในร้านทองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กิจการร้านทองมีเงินได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ในกรณีที่ร้านทองมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ถ้ามีการขาย ทองคำแท่ง และต้องการให้ธุรกรรมนั้นได้รับการยกเว้น VAT อย่างถูกกฎหมาย ควรจด VAT และดำเนินการตามเงื่อนไข (ภ.พ.01.3) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีในอนาคต
ศึกษาแนวทางการจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. การขายทองรูปพรรณ (ทองใหม่และทองเก่า)
การขายทองรูปพรรณเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่าง ราคาขายทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักด้วย ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน
2. การขายทองคำแท่ง (ได้รับยกเว้น VAT)
ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5% ขึ้นไป) จะได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อเมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นแบบ ภ.พ.01.3 เพื่อแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่อกรมสรรพากรแล้ว และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ
3. การขายฝาก
รายได้จากการขายฝาก คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในการทำสัญญาขายฝาก คือ
  • กรณีมีการกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
    สูตรคือ (มูลค่าสินไถ่ตามสัญญา – ราคาขายฝาก) x 7% = VAT
  • กรณีไม่มีกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
4. การขายทองรูปพรรณเก่า
การขายทองรูปพรรณเก่าต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายทองรูปพรรณใหม่
5. รายได้อื่นๆ ที่ได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการ
รายได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องคำนวณ VAT จากฐานภาษีปกติ
ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติม คลิกอ่านที่นี่


อย่าเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด! จัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง ที่ซับซ้อนให้ถูก ด้วยผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณไม่อยากเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#19

สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่คิดว่าธุรกิจอยู่ในจุดที่ต้องการปิดงบเปล่า และสงสัยว่าการ ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ? วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์วิธีการปิดงบเปล่าด้วยตัวเอง จะมีขั้นตอนยังไงบ้าง และทางเลือกนี้ส่งผลดีต่อธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้ในบทความนี้
ไขข้อสงสัย ปิดงบเปล่า ทำเองได้ไหม? คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ?

1. ต้องมี "ผู้ทำบัญชี"
  • บุคคลที่จัดทำบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาด้านบัญชี ตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ที่จัดทำงบต้องลงนามรับรองในเอกสารในฐานะผู้ทำบัญชี
2. ต้องมี "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)"
  • งบการเงินของนิติบุคคลทุกแห่ง (รวมถึงงบเปล่า) จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและรับรอง จาก ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

อ่านรายละเอียดการปิดงบเปล่า เพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ขั้นตอน การปิดงบเปล่า ที่ต้องทำและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

1. การจัดเตรียมเอกสาร (Input)
  • จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารของบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (บอจ. 5) และ Bank Statement ของธนาคาร (ที่ต้องแสดงว่าไม่มีการเคลื่อนไหว)
2. การอนุมัติงบการเงิน
  • จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบการเงิน ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นรอบบัญชี ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับตามกฎหมายก่อนนำส่งงบการเงิน
3. การลงนามรับรอง
  • กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องเซ็นรับรองในเอกสารที่สำคัญ ได้แก่
- งบการเงิน ที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA แล้ว
- แบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับยื่นกรมสรรพากร
- รายงานการประชุม ของผู้ถือหุ้น
4. การนำส่งเอกสาร (DBD e-Filing)
  • ในทางปฏิบัติมักจะเป็นสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีดำเนินการให้ แต่ในฐานะกรรมการบริษัท คุณต้องมอบอำนาจให้ผู้ทำบัญชี/ตัวแทน ยื่นงบการเงินและ บอจ. 5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่อกรมสรรพากร ภายในกำหนดเวลา
5. เก็บเอกสารค่าใช้จ่าย
  • หากมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเพื่อรักษาสถานะ เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือค่าบริการทำบัญชี/สอบบัญชี ควรรวบรวมไว้ให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ ผู้ทำบัญชี รับผิดชอบ ได้แก่

1. การบันทึกรายการบัญชี
2. การจัดทำบัญชีแยกประเภท
3. การจัดทำงบทดลอง
4. การปรับปรุงรายการบัญชี
5. การปิดบัญชี
6. การจัดทำงบการเงิน

ขั้นตอนที่ "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)" รับผิดชอบ
1. การตรวจสอบงบการเงิน
  • ตรวจสอบความถูกต้องของรายการบัญชีและงบการเงินว่าได้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
2. การออกรายงานผู้สอบบัญชี
  • จัดทำและลงนามในรายงานผู้สอบบัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน (เช่น เห็นว่าถูกต้องตามที่ควร, ไม่แสดงความเห็น หรือแสดงความเห็นว่างบไม่ถูกต้อง)
ศึกษาขั้นการ ปิดงบเปล่า ต่างๆ แบบละเอียดเพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


ปิดงบเปล่าง่าย ไม่เสี่ยงค่าปรับ ด้วยบริการผู้เชี่ยวชาญจาก นรินทร์ทอง
จากที่อ่านมาจะเห็นว่า ผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องการปิดงบเปล่า หากคุณต้องการดำเนินการปิดงบเปล่าให้มั่นใจว่าถูกต้องและทันเวลา ขอแนะนำนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#20


การเริ่มต้นทำ "ธุรกิจแฟรนไชส์" มีหลักการคล้ายกับการทำบัญชีธุรกิจทั่วไป แต่มีจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแนะนำวิธีการวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ สำหรับมือใหม่ที่กังวลว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ยังไงดี มาดูพร้อมกันไปกับเราบทความนี้

มือใหม่เริ่มต้นศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียด คลิกเลย

เริ่มต้นวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ยังไงให้ไม่มีพลาด?

การวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของธุรกิจแฟรนไชส์ และกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการบัญชีที่เป็นมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมการเงินของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นรินทร์ทอง แนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการทำ "ผังบัญชีมาตรฐาน" (Standard Chart of Accounts) เพราะผังบัญชีคือ พิมพ์เขียวทางการเงิน ที่กำหนดว่าธุรกิจจะจัดหมวดหมู่และบันทึกรายการต่างๆ อย่างไร โดยบทความนี้เราจะเน้นเป็นพิเศษที่ ต้นทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการคำนวณ กำไร/ขาดทุน ในแต่ละวันได้

การบันทึกต้นทุน ของ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
1. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
ต้นทุนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสร้าง ขยาย และดูแลระบบ ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญตามแหล่งที่มาของรายได้ ได้แก่ ต้นทุนการขายสิทธิ์, ต้นทุนการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ ต้นทุนกองทุนการตลาด
2. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
เน้นที่การจัดการต้นทุนการดำเนินงานของสาขา รวมถึงต้นทุนพิเศษที่เกิดจากการซื้อและใช้สิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งมีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปตรงที่ ต้องมีการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และ ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์อย่างสม่ำเสมอ
อ่าน การบันทึกต้นทุน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย

รายได้ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
รายได้หลักของแฟรนไชส์ซอร์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน และมีผลต่อ VAT ที่ต่างกัน ได้แก่
1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee) เป็นเงินก้อนเดียวที่ได้รับเมื่อมีการเซ็นสัญญา เพื่อแลกกับสิทธิ์การใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า และชุดความรู้เริ่มต้น
2. รายได้ค่าสิทธิ์ (Royalty Fees) เป็นเงินที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ (มักเป็นรายเดือน) คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของแฟรนไชส์ซี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและรักษาระบบ
3. รายได้จากกองทุนการตลาด/โฆษณา (Advertising Fund) เป็นเงินที่เก็บจากแฟรนไชส์ซีตามสัดส่วน เพื่อใช้ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยรวม
2. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
คือ รายได้จากการดำเนินงานของร้านตามปกติ
1. รายได้จากการขายสินค้า/บริการ[/b][/color] เป็นรายได้หลักที่มาจากการขายสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า
2. การจัดการภาษีซื้อและภาษีขาย (VAT Management)[/b][/color] แฟรนไชส์ซีต้องจัดการ VAT ดังนี้

ค่าใช้จ่ายบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
การบันทึกค่าใช้จ่ายในบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องแยกตามบทบาทของธุรกิจ โดยมี ผู้ขายสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซอร์) และ ผู้ซื้อสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซี)
1. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
แฟรนไชส์ซอร์ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การขยาย และการบริหารจัดการระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด
1. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนระบบ (System Support & Admin Costs)
  • ค่าใช้จ่ายฝ่ายปฏิบัติการ
  • ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานใหญ่
2. ต้นทุนการขายและภาระผูกพันเริ่มต้น
  • ค่าคอมมิชชั่นการขาย
  • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและเอกสาร
3. การจัดการกองทุนการตลาด (Advertising Fund Expense)
  • ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
แฟรนไชส์ซีต้องบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงานร้าน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์ ซึ่งสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์
  • ค่าสิทธิ์
  • ค่าธรรมเนียมการตลาด
ค่าใช้จ่ายที่มาจากการดำเนินงานร้าน
  • ต้นทุนสินค้าขาย (COGS)
  • ต้นทุนค่าแรง
  • ค่าเช่าและสาธารณูปโภค
ค่าใช้จ่ายที่มาจากการลงทุนเริ่มต้น (หักแบบตัดจำหน่าย/ค่าเสื่อม) 
  • ค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์แฟรนไชส์
  • ค่าเสื่อมราคา
ค่าใช้จ่ายทางภาษีและกฎหมาย
  • ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี
  • ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ (ถ้ามี)
[centerสนใจอยากศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย[/center]


วางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ให้สำเร็จ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา!
การวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง นรินทร์ทอง เข้าใจดีว่าความสำเร็จของแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดการตัวเลขที่แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย นรินทร์ทองเราพร้อมเป็นคู่คิดที่ช่วยคุณวางระบบบัญชี สำหรับการรับรู้รายได้ค่าสิทธิ์ ไปจนถึงการจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขาย (VAT) ของทุกสาขา
นอกจากนี้เรายังมีบริการอื่นๆ ที่พร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#21


การเริ่มต้นทำ "ธุรกิจแฟรนไชส์" มีหลักการคล้ายกับการทำบัญชีธุรกิจทั่วไป แต่มีจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแนะนำวิธีการวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ สำหรับมือใหม่ที่กังวลว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ยังไงดี มาดูพร้อมกันไปกับเราบทความนี้

มือใหม่เริ่มต้นศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียด คลิกเลย

เริ่มต้นวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ยังไงให้ไม่มีพลาด?

การวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของธุรกิจแฟรนไชส์ และกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการบัญชีที่เป็นมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมการเงินของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นรินทร์ทอง แนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการทำ "ผังบัญชีมาตรฐาน" (Standard Chart of Accounts) เพราะผังบัญชีคือ พิมพ์เขียวทางการเงิน ที่กำหนดว่าธุรกิจจะจัดหมวดหมู่และบันทึกรายการต่างๆ อย่างไร โดยบทความนี้เราจะเน้นเป็นพิเศษที่ ต้นทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการคำนวณ กำไร/ขาดทุน ในแต่ละวันได้

การบันทึกต้นทุน ของ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
1. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
ต้นทุนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสร้าง ขยาย และดูแลระบบ ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญตามแหล่งที่มาของรายได้ ได้แก่ ต้นทุนการขายสิทธิ์, ต้นทุนการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ ต้นทุนกองทุนการตลาด
2. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
เน้นที่การจัดการต้นทุนการดำเนินงานของสาขา รวมถึงต้นทุนพิเศษที่เกิดจากการซื้อและใช้สิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งมีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปตรงที่ ต้องมีการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และ ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์อย่างสม่ำเสมอ
อ่าน การบันทึกต้นทุน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย

รายได้ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
รายได้หลักของแฟรนไชส์ซอร์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน และมีผลต่อ VAT ที่ต่างกัน ได้แก่
1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee) เป็นเงินก้อนเดียวที่ได้รับเมื่อมีการเซ็นสัญญา เพื่อแลกกับสิทธิ์การใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า และชุดความรู้เริ่มต้น
2. รายได้ค่าสิทธิ์ (Royalty Fees) เป็นเงินที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ (มักเป็นรายเดือน) คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของแฟรนไชส์ซี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและรักษาระบบ
3. รายได้จากกองทุนการตลาด/โฆษณา (Advertising Fund) เป็นเงินที่เก็บจากแฟรนไชส์ซีตามสัดส่วน เพื่อใช้ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยรวม
2. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
คือ รายได้จากการดำเนินงานของร้านตามปกติ
1. รายได้จากการขายสินค้า/บริการ[/b][/color] เป็นรายได้หลักที่มาจากการขายสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า
2. การจัดการภาษีซื้อและภาษีขาย (VAT Management)[/b][/color] แฟรนไชส์ซีต้องจัดการ VAT ดังนี้

ค่าใช้จ่ายบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
การบันทึกค่าใช้จ่ายในบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องแยกตามบทบาทของธุรกิจ โดยมี ผู้ขายสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซอร์) และ ผู้ซื้อสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซี)
1. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
แฟรนไชส์ซอร์ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การขยาย และการบริหารจัดการระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด
1. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนระบบ (System Support & Admin Costs)
  • ค่าใช้จ่ายฝ่ายปฏิบัติการ
  • ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานใหญ่
2. ต้นทุนการขายและภาระผูกพันเริ่มต้น
  • ค่าคอมมิชชั่นการขาย
  • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและเอกสาร
3. การจัดการกองทุนการตลาด (Advertising Fund Expense)
  • ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
แฟรนไชส์ซีต้องบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงานร้าน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์ ซึ่งสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์
  • ค่าสิทธิ์
  • ค่าธรรมเนียมการตลาด
ค่าใช้จ่ายที่มาจากการดำเนินงานร้าน
  • ต้นทุนสินค้าขาย (COGS)
  • ต้นทุนค่าแรง
  • ค่าเช่าและสาธารณูปโภค
ค่าใช้จ่ายที่มาจากการลงทุนเริ่มต้น (หักแบบตัดจำหน่าย/ค่าเสื่อม) 
  • ค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์แฟรนไชส์
  • ค่าเสื่อมราคา
ค่าใช้จ่ายทางภาษีและกฎหมาย
  • ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี
  • ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ (ถ้ามี)
[centerสนใจอยากศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย[/center]


วางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ให้สำเร็จ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา!
การวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง นรินทร์ทอง เข้าใจดีว่าความสำเร็จของแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดการตัวเลขที่แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย นรินทร์ทองเราพร้อมเป็นคู่คิดที่ช่วยคุณวางระบบบัญชี สำหรับการรับรู้รายได้ค่าสิทธิ์ ไปจนถึงการจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขาย (VAT) ของทุกสาขา
นอกจากนี้เรายังมีบริการอื่นๆ ที่พร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#22

ธุรกิจหลายธุรกิจเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว มักจะขยายสาขา หรือ ทำธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) หากคุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับการขยายแฟรนไชส์ วันนี้  นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ "ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์" สำหรับมือใหม่ ถ้าอยากเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ส่งผลกระทบตามมาภายหลัง

ศึกษา ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติม อ่านแบบเต็มๆ คลิกที่นี่
การเสียภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ต้องเสียอะไรบ้าง ?

ภาษีเงินได้ (Income Tax)
  • ภาษีเงินได้ถือเป็นภาษีหลักที่ทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ (ผู้ให้สิทธิ์) และ แฟรนไชส์ซี (ผู้รับสิทธิ์) ต้องรับผิดชอบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
    1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
    ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT)
    • สำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) หากมีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บในอัตรา 7% จากผู้ซื้อแฟรนไชส์
    • ส่วนผู้ซื้อแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) ที่มีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน แม้ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์จะไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ตาม
    ภาษีศุลกากร
    • ในกรณีที่เจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการนำวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ ในการประกอบธุรกิจเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าของแฟรนไชส์มีหน้าที่ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า โดยการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless)
    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
    • ภาระนี้ตกอยู่กับแฟรนไชส์ซี (ผู้จ่ายเงิน) ที่ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่ายค่าตอบแทนให้แฟรนไชส์ซอร์
    - ค่าแฟรนไชส์/ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทในไทย) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายเวลาได้ถึงวันที่ 15) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 3% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
    - ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทต่างประเทศ) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ตามแบบ ภ.พ. 36) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 15% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
    ภาษีป้าย
    • ต้องยื่นแบบ ภ.ป. 1 และชำระภาษีภายในเดือน มี.ค. ของทุกปี (หรือภายใน 15 วันนับจากติดตั้งป้ายใหม่)
    อยากรู้วิธีการคำนวณ ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติมอ่านแบบเต็มๆ คลิก

    ภาษีแต่ละประเภทต้องเสียตอนไหน ?
    ภาษีเงินได้ (Income Tax)
    • เป็นภาษีที่เก็บจากรายได้หรือกำไรจากการดำเนินกิจการ ซึ่งมีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยแต่ละรูปแบบมีการยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง ได้แก่
    1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    • ภ.ง.ด. 94 (ครึ่งปี) จะเสียจากเงินได้พึงประเมิน 6 เดือนแรก (โดยหักค่าใช้จ่าย/ค่าลดหย่อนตามเกณฑ์) โดยยื่นภายในเดือน ก.ย. ของปีภาษีนั้นๆ (สำหรับเงินได้ ม.ค. - มิ.ย.)
    • ภ.ง.ด. 90 (สิ้นปี) จะเสียจากเงินได้สุทธิทั้งปี (หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 94 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้  และยื่นภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป (สำหรับเงินได้ ม.ค. - ธ.ค.)
    2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
    • ภ.ง.ด. 51 (ครึ่งปี) เสียจากการประมาณการกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก อัตราหลัก 20% โดยยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 31 ส.ค. / 8 ก.ย. ทางออนไลน์)
    • ภ.ง.ด. 50 (สิ้นปี) เสียจากกำไรสุทธิทั้งปี โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 51 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ โดยยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 30 พ.ค. / 7 มิ.ย. ของปีถัดไปทางออนไลน์)
    ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT)
    • สำหรับธุรกิจที่มีรายได้จากการขาย/บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และมีภาระภาษีรายเดือน โดยทางเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะต้องนำส่งภาษี (ภ.พ.30) ที่เรียกเก็บมาแก่กรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
    ภาษีศุลกากร
    • ภาษีศุลกากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยผู้มีภาระเสียภาษีคือ ผู้นำเข้า ซึ่งจะต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษี ณ ด่านศุลกากร ก่อนนำสินค้าออกจากอารักขา

    อย่าเสี่ยงทำบัญชีเอง! ให้ นรินทร์ทอง ดูแลเรื่อง ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ของคุณครบวงจร
    ไม่อยากให้การดำเนินธุรกิจของคุณสะดุด นรินทร์ทอง การบัญชีและกฎหมาย ผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี สามารถดูแลความมั่นคงด้านภาษีให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณได้ โดยทางเรามีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
    • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
    • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
    • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
    • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


    สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
    Facebook : NarinthongOfficial
    E-mail : narinthong.ac@gmail.com
    Line : @Narinthong
    Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#23

สำหรับท่านใดที่อยากเปิดธุรกิจเสริมความงาม แต่ไม่แน่ใจว่าต้อง จด VAT ไหม วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ? แล้วแบบไหนต้องเสีย Vat และแบบไหนได้รับการยกเว้น ? เพื่อการวางแผนทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
อยากศึกษาเรื่องการจด VAT ก่อนประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามสนใจคลิกที่นี่
คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ?


1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
  • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
  • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568[/li][/list]


8]แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น

1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
  • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
    • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
      วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568

      แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น


      1. รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Exempt)
      รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคตามประมวลรัษฎากร ซึ่งคลินิกจะต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาโรคทั่วไป, การรักษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง, การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อการรักษา
      หากคลินิกมีการขายยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาดังกล่าว และมีการให้คำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษาอย่างถูกต้อง จะถือเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ได้รับยกเว้นภาษีด้วย
      ทำความเข้าใจรายได้แต่ละรูปแบบ ของธุรกิจเสริมความงามคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
      2. รายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Not Exempt)
      รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการที่เน้นด้านความสวยความงามเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ยกตัวอย่างเช่น หัตถการเพื่อความงาม, การขายอาหารเสริม, บริการเสริมอื่นๆ ที่เน้นความงาม
      เมื่อมีรายได้เหล่านี้เกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คิด VAT 7% และออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ได้รับเงินจากลูกค้า
      สนใจเปิดคลินิกความงาม มองหาที่ปรึกษาด้านบัญชี แนะนำที่ นรินทร์ทอง สนใจคลิก


      คลินิกความงามต้องจด VAT ไหม ? อยากหาที่ปรึกษา ที่ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำแนะนำ
      เพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นกับการพัฒนาธุรกิจ และดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ไร้กังวลเรื่องภาษีที่ซับซ้อน ให้ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านภาษีคู่คิด ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

      • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
      • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
      • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
      • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


      สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
      Facebook : NarinthongOfficial
      E-mail : narinthong.ac@gmail.com
      Line : @Narinthong
      Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#24

สำหรับท่านใดที่อยากเปิดธุรกิจเสริมความงาม แต่ไม่แน่ใจว่าต้อง จด VAT ไหม วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ? แล้วแบบไหนต้องเสีย Vat และแบบไหนได้รับการยกเว้น ? เพื่อการวางแผนทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
อยากศึกษาเรื่องการจด VAT ก่อนประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามสนใจคลิกที่นี่
คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ?


1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
  • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
  • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568[/li][/list]


8]แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น

1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
  • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
  • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
    • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
      วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568

      แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น


      1. รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Exempt)
      รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคตามประมวลรัษฎากร ซึ่งคลินิกจะต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาโรคทั่วไป, การรักษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง, การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อการรักษา
      หากคลินิกมีการขายยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาดังกล่าว และมีการให้คำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษาอย่างถูกต้อง จะถือเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ได้รับยกเว้นภาษีด้วย
      ทำความเข้าใจรายได้แต่ละรูปแบบ ของธุรกิจเสริมความงามคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
      2. รายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Not Exempt)
      รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการที่เน้นด้านความสวยความงามเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ยกตัวอย่างเช่น หัตถการเพื่อความงาม, การขายอาหารเสริม, บริการเสริมอื่นๆ ที่เน้นความงาม
      เมื่อมีรายได้เหล่านี้เกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คิด VAT 7% และออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ได้รับเงินจากลูกค้า
      สนใจเปิดคลินิกความงาม มองหาที่ปรึกษาด้านบัญชี แนะนำที่ นรินทร์ทอง สนใจคลิก


      คลินิกความงามต้องจด VAT ไหม ? อยากหาที่ปรึกษา ที่ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำแนะนำ
      เพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นกับการพัฒนาธุรกิจ และดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ไร้กังวลเรื่องภาษีที่ซับซ้อน ให้ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านภาษีคู่คิด ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

      • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
      • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
      • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
      • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


      สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
      Facebook : NarinthongOfficial
      E-mail : narinthong.ac@gmail.com
      Line : @Narinthong
      Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339



#25

"ธุรกิจขนส่ง" เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนสูงและรายละเอียดเยอะ ทั้งค่าน้ำมัน, ค่าซ่อมบำรุง, ค่าประกันภัย, ค่าแรงคนขับ ดังนั้น การวางแผน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดย นรินทร์ทอง จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจการวางแผน ทำบัญชีธุรกิจขนส่ง ก่อนเริ่มต้นธุรกิจอย่างถูกต้อง
เริ่มต้นวางแผนทำบัญชีธุรกิจขนส่งคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่
การวางแผนธุรกิจขนส่ง เริ่มจากอะไร


1. วิเคราะห์ตลาด และลูกค้าเป้าหมาย
  • สำรวจความต้องการ: วิเคราะห์ความต้องการในพื้นที่ที่สนใจ รวมถึงประเภทสินค้าและบริการที่ต้องการขนส่ง
  • ศึกษาคู่แข่ง: ตรวจสอบคู่แข่งในตลาดและวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา
2. จัดทำแผนธุรกิจ
  • กำหนดเป้าหมาย: ตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวของธุรกิจ
  • วางกลยุทธ์: กำหนดกลยุทธ์การตลาดและการดำเนินงาน
3. การวางแผนต้นทุนและการเงิน
  • ต้นทุนคงที่: รถขนส่ง, ค่าเสื่อม, ค่าประกันภัย
  • ต้นทุนผันแปร: น้ำมัน, ค่าทางด่วน, ค่าแรงพนักงาน
  • เงินทุนหมุนเวียน: ในส่วนนี้ต้องมีไว้จ่ายก่อน เช่น น้ำมัน (แต่ลูกค้าอาจจ่ายปลายเดือน)
4. การวางระบบบัญชีและภาษี - ธุรกิจขนส่งเกี่ยวข้องกับภาษีหลัก 3 อย่าง
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ต้องจดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายได้และประเภทการขนส่ง
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ลูกค้ามักจะหักไว้ 1–3% ทุกครั้ง
  • ภาษีเงินได้: บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) หรือ นิติบุคคล (20% ของกำไรสุทธิ)
5. การจัดการด้านกฎหมายและใบอนุญาต
  • จดทะเบียนธุรกิจ: พิจารณาเป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล
  • ขอใบอนุญาตและขึ้นทะเบียน: ขึ้นทะเบียนรถขนส่ง, ยื่นขอใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (กรณีบางประเภท)
  • ตรวจสอบกฎหมาย: ศึกษากฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง
  • จัดหาประกันภัย: ประกันภัยรถขนส่ง / ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง

ต้นทุนของการทำธุรกิจขนส่ง

1. ต้นทุนตรง (Direct Costs)
  • ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง - ต้นทุนหลัก คิดเป็นสัดส่วนสูงสุด
  • ค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่ - ยาง เครื่องยนต์ ระบบเบรก ฯลฯ
  • ค่าเสื่อมราคารถขนส่ง - รถบรรทุก รถตู้ หรือรถกระบะที่ใช้ในการขนส่ง
  • ค่าประกันภัยและภาษีรถ - ทั้งประกันภัยภาคบังคับและสมัครใจ
  • ค่าทางด่วน/ค่าผ่านทาง/ค่าขนถ่ายสินค้า
2. ต้นทุนแรงงาน (Labor Costs)
  • เงินเดือนและสวัสดิการพนักงานขับรถ
  • ค่าแรงคนงานขนถ่ายสินค้า
  • ค่าอบรม/ค่าใบอนุญาตขับรถบรรทุกเฉพาะทาง
3. ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Costs)
  • ค่าเช่าออฟฟิศ/โกดัง
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าซอฟต์แวร์บริหารงานขนส่ง (TMS), GPS Tracking
  • ค่าใช้จ่ายสำนักงานทั่วไป
ศึกษาต้นทุนการทำบัญชีธุรกิจขนส่งแบบละเอียดอ่านเพิ่มเติมคลิก

รายได้ของทำบัญชีธุรกิจขนส่ง

1. รายได้จากการให้บริการขนส่ง (หลัก)
  • ค่าขนส่งตามระยะทาง (คิดกิโลเมตร/เที่ยว/เส้นทาง)
  • ค่าขนส่งแบบเหมาคัน, เหมาตู้ หรือเหมารายเดือน
  • ค่าบริการขนส่งด่วนพิเศษ (Express / Same-day delivery)
2. รายได้จากการบริการเสริม
  • ค่าบริการยก-ขนถ่ายสินค้า (Loading/Unloading)
  • ค่าบริการจัดเก็บหรือกระจายสินค้า (Warehousing & Distribution)
  • ค่าบริการบรรจุหีบห่อ (Packaging)
  • ค่าประกันสินค้าเพิ่มเติมระหว่างขนส่ง
3. รายได้จากการเช่าใช้ทรัพย์สิน
  • รายได้จากการให้เช่ารถขนส่งพร้อมคนขับ
  • รายได้จากการให้เช่าคลังสินค้า/พื้นที่เก็บของ
4. รายได้จากค่าธรรมเนียม และบริการอื่น ๆ
  • ค่าธรรมเนียมจอดรถ/พักสินค้า
  • ค่าดำเนินการเอกสาร (เช่น ใบขนสินค้า ใบตราส่ง Bill of Lading)
  • ค่าบริการจัดการภาษีหรือพิธีการศุลกากร (สำหรับขนส่งระหว่างประเทศ)
5. รายได้ทางการเงิน/อื่น ๆ
  • ดอกเบี้ยรับ (เช่น จากเงินฝากธุรกิจ)
  • รายได้จากการขายสินทรัพย์ เช่น รถบรรทุกเก่า
  • รายได้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น รายได้จากการเช่า, รายได้จากค่าธรรมเนียม, รายได้ทางการเงิน
วางแผนทำธุรกิจขนส่งรอบด้านตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาษีสนใจคลิก!

ลดต้นทุน เพิ่มกำไร วางแผน ทำบัญชีธุรกิจขนส่ง กับ นรินทร์ทอง การบัญชีและภาษี
การเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง  นรินทร์ทอง การบัญชีและภาษี จะช่วยจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบันทึกบัญชี การวางแผนภาษี จนถึงการปิดงบการเงิน ทำให้คุณโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้เต็มที่ เพื่อให้ธุรกิจขนส่งเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ เพราะเราให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#26

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ประเด็นแรกๆ ที่ควรให้ความสำคัญ คือ "การจดทะเบียนบริษัท" ว่าจะเป็นในรูปแบบ "บุคคลธรรมดา" หรือ "นิติบุคคล" เพราะ 2 รูปแบบนี้มีความต่างกันทั้งในเรื่องข้อดี ข้อเสีย รวมถึงการจัดทำบัญชีและภาษี ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมาย ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดีๆ เหล่านี้ นรินทร์ทอง มีสาระดีๆ มานำเสนอ
นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดาต่าง กัน อย่างไร ?หาคำตอบเพิ่มเติมที่นี่
นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา ต่าง กัน อย่างไร ?

1. ความรับผิดชอบต่อหนี้สิน
  • สำหรับบุคคลธรรมดา: ต้องรับผิดชอบไม่จำกัด สามารถนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชดใช้หนี้ธุรกิจได้
  • สำหรับนิติบุคคล: จำกัดความรับผิดตามทุนที่ลงทุน เช่น ผู้ถือหุ้นลงทุน 100,000 บาท ก็รับผิดชอบแค่ในวงเงินนั้น
2. การเสียภาษี
  • สำหรับบุคคลธรรมดา: อัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 35% โดยการคำนวณภาษีมี 2 วิธี
วิธีที่ 1 เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีก้าวหน้า (เงินได้สุทธิ = รายได้ – รายจ่าย – ค่าลดหย่อน)
วิธีที่ 2 รายได้นอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างแรงงานก่อนหักค่าใช้จ่าย x 0.5%
  • สำหรับนิติบุคคล: ผู้ประกอบการจะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ (รายได้-รายจ่าย) อัตราภาษี หากเป็นนิติบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 20% สำหรับ SME มีการยกเว้น/ลดหย่อน อัตราภาษีในลักษณะขั้นบันได สูงสุดไม่เกิน 20%
3. การคำนวณค่าใช้จ่าย
  • สำหรับบุคคลธรรมดา: สามารถเลือกหักค่าใช้จ่าย ได้ 2 วิธี คือ 1. หักแบบเหมา โดยไม่ต้องมีหลักฐานพิสูจน์รายจ่าย แต่ส่วนใหญ่จะหักได้น้อยกว่าหักค่าใช้จ่ายตามจริง และ 2. หักตามจริง ซึ่งต้องมีหลักฐานพิสูจน์รายจ่ายนั้นๆ
  • สำหรับนิติบุคคล: ผู้ประกอบการ SME จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถนำรายการค่าใช้จ่ายบางประเภทมาหักได้มากกว่าค่าใช้จ่ายจริง สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินบางประเภทในอัตราเร่งได้ (นับจากวันที่ได้มา)
4. อายุธุรกิจ
  • สำหรับบุคคลธรรมดา: จะสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าของเสียชีวิตหรือหยุดกิจการ
  • สำหรับนิติบุคคล: สามารถอยู่ต่อได้แม้เจ้าของเปลี่ยนมือ และสามารถโอนหุ้นหรือสืบทอดกิจการได้
5. การขยายธุรกิจ
  • สำหรับบุคคลธรรมดา: ใช้ทุนส่วนตัวเป็นหลัก อาจกู้ยืมได้ยาก
  • สำหรับนิติบุคคล: สามารถจัดระดมทุน เพิ่มทุน หรือจัดหาพันธมิตรธุรกิจได้ง่ายกว่า
ศึกษาการทำธุรกิจรูปแบบ นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา ก่อนทำกิจการคลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

เปรียบเทียบ นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา แบบไหนเหมาะกับคุณ
การทำธุรกิจรูปแบบ "บุคคลธรรมดา"

การทำธุรกิจรูปแบบนี้ส่วนมากจะเป็นกิจการขนาดเล็ก เจ้าของลงทุนคนเดียว หรือในลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่ได้จดทะเบียน) ซึ่งมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และถึงแม้ไม่ต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานบัญชี แต่ต้องจัดทำรายงานเงินสดรับ - จ่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบถึงรายได้ รายจ่าย ผลกําไรหรือขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจ และใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
การทำธุรกิจรูปแบบ "นิติบุคคล"

ธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล จะมีทั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รูปแบบนี้จะต้องมีการจัดทำบัญชีตามมาตรฐานบัญชี พร้อมทั้งมีผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี จึงทำให้ง่ายต่อการขยายกิจการ การติดต่อกับลูกค้า หรือแม้แต่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็สามารถทำได้ง่ายกว่าเช่นกัน เนื่องจากมีข้อมูลทางบัญชีที่น่าเชื่อถือ  แต่หากมองเรื่องของความเสี่ยงในแง่ความรับผิดชอบในหนี้สิน ก็จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะธุรกิจจะถูกแยกจากตัวเจ้าของกิจการอย่างชัดเจน
อยากรู้รายละเอียดการทำธุรกิจแต่ละรูปแบบเพิ่มเติมคลิกอ่านได้ที่นี่

นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา ต่าง กัน อย่างไร ? มุมมองที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนวางแผนภาษี
การทำความเข้าใจว่า นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา ต่าง กัน อย่างไร ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความใส่ใจเป็นอันดับแรก เพราะการทำความเข้าใจถึงบริบทความแตกต่างของ นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา จะช่วยให้คุณเลือกเส้นทางธุรกิจที่เหมาะสม ประหยัดภาษี ลดความเสี่ยง และสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาว 
สนใจอยากวางแผนภาษี ขอแนะนำนรินทร์ทอง เพราะเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีโดยตรง ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น


  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339



#27


ปัจจุบันนี้เมื่อเทคโนโลยีพัฒนา อะไรๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ง่ายขึ้น เรื่องการจดทะเบียนบริษัทก็เช่นเดียวกัน เพราะเราสามารถ จดบริษัทออนไลน์  ผ่านระบบ DBD Biz Regist ได้ด้วยตัวเอง สำหรับใครที่ต้องการศึกษาหาข้อมูลก่อนจดทะเบียนบริษัท นรินทร์ทอง แนะนำว่าให้อ่านบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ จดบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เอาไว้ที่นี่!

ทำความเข้าใจ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ กับ DBD Biz Regist เพิ่มเติมคลิก

จดบริษัทออนไลน์ ราคาเท่าไหร่?


1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
2. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)  ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
3. แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)
4. ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
5. หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัท  เพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)
6. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคน (โดยดูจากหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว)
7. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)  (โดยดูจากหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน)
8. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist
วิธีสมัครเพื่อเข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist ก่อนเริ่ม จดบริษัทออนไลน์

  • จากนั้นจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของเราขึ้นมาอัตโนมัติ > กดดำเนินการต่อ
  • กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และกรอกที่อยู่ในประเทศไทย
  • เมื่อกรอกเสร็จแล้ว ระบบจะให้ยืนยันการส่งข้อมูลอีกครั้ง หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง > กดดำเนินการต่อ
  • ทางระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail จากนั้นใส่ PIN Code ที่ได้รับและกดยืนยัน ทางเว็บไซต์จะขึ้นว่า 'ลงทะเบียนสำเร็จ'
ทำความเข้าใจ ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์  เพิ่มเติมคลิก
ขั้นตอนที่ 1 ระบุข้อมูลบริษัท
  • เข้ามาที่หัวข้อ'จัดตั้งบริษัท'หากต้องการจดบริษัททันทีเลือกหัวข้อ 'จดหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมจัดตั้งบริษัท'


  • รายการข้อมูลที่จำเป็น ต้องเตรียมก่อนจดจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมา ให้กดรับทราบด้านล่าง และกดดำเนินการต่อ
  • ระบุข้อมูลบริษัท ในขั้นตอนนี้ให้เริ่มจากการระบุข้อมูล 'ชื่อบริษัท' หากใครต้องการตั้งชื่อเฉพาะ ต้องจองชื่อในกรมธุรกิจารค้าก่อน
  • ตราประทับของบริษัท หากไม่มีให้กด 'ไม่มี' และถ้าบริษัทไหนมีให้กด 'มี' และแนบรูปแบบตราประทับ
  • ทุนบริษัท  ในปัจจุบันจะหมายถึง ทุนจดทะเบียนต่อหุ้น มูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 บาท
  • ทำการกรอกข้อมูลที่ตั้ง เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วกดดำเนินการต่อ จากนั้นระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail เพื่อกดยืนยัน
ขั้นตอนที่ 2 เพิ่มข้อมูลบุคคลในบริษัท
  • ระบุข้อมูลส่วนตัวผู้เริ่มก่อการ (เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องมีอย่างน้อย 2 คน) หากกรอกข้อมูลในขั้นตอนแรกครบถ้วน ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวให้อัตโนมัติ แต่ต้องระบุข้อมูลตรง 'อาชีพ' เพิ่มเติม
  • กรอกข้อมูลผู้ถือหุ้น หากมีมากกว่าผู้เริ่มก่อการ สามารถเพิ่มรายชื่อผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมได้ ในส่วนของขั้นตอนนี้ให้ทำการกรอก 'จำนวนหุ้น' (ต้องตรงกับข้อเท็จจริง) และ 'จำนวนเงินที่ชำระค่าหุ้น'
  • กรอกข้อมูลกรรมการ เป็นได้ทั้งผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น หากเป็นผู้ถือหุ้นให้เลือก 'ชื่อกรรมการจากรายชื่อผู้ถือหุ้น' หากไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ให้เลือก 'ตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการ'

ขั้นตอนที่ 3 สร้างเอกสาร


  • เลือกวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ในส่วนนี้เป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ หากใครทำธุรกิจตรงกับหัวข้อไหนในระบบก็กดติ๊กได้เลย แต่ถ้าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจทั่วไปให้เลือก 'ไม่ใช่ธุรกิจพิเศษ'
  • เลือกรหัสธุรกิจ ค้นหารหัสที่มีหมวดหมู่ตรงกับธุรกิจของคุณ จากนั้นทำการกดบันทึก และดำเนินการต่อ
  • สร้างข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี ให้เลือก 'มีข้อบังคับ' ทางระบบมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป และกำหนดเอง
  • รายละเอียดการประชุม ในส่วนนี้จะต้องใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท, เวลาเปิด – ปิดการประชุม, สถานที่ประชุม, ข้อมูลประธานที่ประชุม, ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท, ข้อมูลผู้สอบบัญชี
ขั้นตอนที่ 4 ข้อมูลการประกอบธุรกิจ


  • ข้อมูลประกอบธุรกิจ ในหัวข้อแรกจะขึ้นมาว่า รายการอื่นซึ่งเห็นสมควรให้ประชาชนทราบ ให้ตอบว่า 'ไม่มี' เพราะโดยทั่วไปแล้วจะไม่มี และถัดมาคือแบบบันทึกคำขอ
ขั้นตอนที่ 5 สรุปข้อมูลทั้งหมด 
ขั้นตอนนี้ทางระบบจะสรุปข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทให้ทั้งหมด ซึ่งคุณต้องทำการเช็กให้ดีว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องไหม หรือสามารถทำการดาวน์โหลด แล้วปริ้นออกมาเป็นเอกสารได้
ศึกษาขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบละเอียด เพิ่มเติมคลิก


อยากได้ที่ปรึกษา จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แบบส่วนตัว แนะนำที่ นรินทร์ทอง

หลังจากที่ได้ศึกษาขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist ระบบใหม่ บอกเลยว่ามีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายมากๆ เพราะในระหว่างที่เราทำการกรอกข้อมูล ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลอีกด้วย แต่สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่ไม่มีความรู้ด้านบัญชีและภาษี ต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสารให้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง คอยดำเนินการให้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้าย สามารถจดได้ใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการเอง ขอแนะนำ บริษัทนริทร์ทอง สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#28


การ จดบริษัทออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ "จดบริษัทออนไลน์ ราคาเท่าไหร่?" และหากเลือกจดกับผู้ให้บริการอย่าง บริษัท นริทร์ทอง จะคุ้มค่าหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ


อยาก จดบริษัทออนไลน์ ราคา เท่าไหร่?  คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

จดบริษัทออนไลน์ ราคาเท่าไหร่?


  • แพ็กเกจมาตรฐาน 4,500 บาท – ครอบคลุมการจองชื่อ เตรียมเอกสาร ตรวจสอบ เอกสาร กรอกแบบฟอร์ม และยื่นผ่านระบบ DBD ออนไลน์
*แพ็กเกจไม่รวมค่าธรรมเนียมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า*

อ่านรายละเอียดราคา จดบริษัทออนไลน์ กัน นรินทร์ทอง  คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

บริการ จดบริษัทออนไลน์ แบบครบวงจร โดยมีขั้นตอนดังนี้



1. ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
2. จองชื่อบริษัท
3. จัดเตรียมเอกสารจดทะเบียนครบชุด
4. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
5. กรอกข้อมูลและยื่นจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist
6. ติดตามผลการจดทะเบียน
7. ส่งมอบเอกสารบริษัทหลังจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์


อ่านเนื้อหาการ จดบริษัทออนไลน์ กัน นรินทร์ทอง แบบละเอียด    คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

จดบริษัทออนไลน์กับ นรินทร์ทองดีอย่างไร


การเลือกใช้บริการกับบริษัท นริทร์ทอง จะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอน ด้วยข้อดีที่เหนือกว่า ได้แก่
  • ประสบการณ์กว่า 10 ปี[/b]  ในการจดทะเบียนและดูแลธุรกิจ ทำให้เราเข้าใจความต้องการและปัญหาของลูกค้าเป็นอย่างดี
  • มี ที่ปรึกษาส่วนตัว[/b] คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตอบทุกคำถามและแก้ไขปัญหาได้ทันที
  • บริการ ยื่นแบบออนไลน์ครบถ้วนและรวดเร็ว[/b] โดยไม่มีการทิ้งงานกลางคัน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเอกสารจะผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างถูกต้อง
  • เราให้บริการ ครบวงจรทั้งด้านบัญชี ภาษี และกฎหมาย[/b] เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียเวลาหาที่ปรึกษาหลายที่
  • มีผลงานจริงจากเจ้าของธุรกิจ[/b] ที่ไว้วางใจและใช้บริการกับเรามาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อคุณเลือกใช้บริการกับ บริษัทนริทร์ทองนอกจากจะได้รับการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ในราคาคุ้มค่าและโปร่งใสแล้ว เรายังช่วยดูแลทุกขั้นตอนให้คุณอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจและพร้อมเติบโตในอนาคตเมื่อคุณเลือกใช้บริการ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#29

รับทำบัญชี เลือกทำที่นรินทร์ทองดีอย่างไร ?
ทำไมต้องเลือกทำบัญชีกับนรินทร์ทอง
1. ให้บริการมามากกว่า 20 ปี
2. ผ่านหลักสูตรจาก DBD
3. ให้บริการด้านบัญชีและภาษีครบวงจร
4. บริการและใส่ใจลูกค้า

สนใจ ทำบัญชี ปิดงบการเงิน ที่นรินทร์ทอง คลิกที่นี่เลย!

Pain Point ปัญหาของคุณ
เพิ่งจดทะเบียนบริษัทไม่รู้จะเริ่มต้นทำบัญชีอย่างไร
หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน การวางแผนธุรกิจที่ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดทำบัญชีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการยื่นแบบภาษีต่างๆ
ถูกทิ้งงาน จ่ายเงินแต่งานไม่จบ
ถูกทิ้งงานหลังจากชำระเงินการเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญ จึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อป้องกันการถูกละทิ้งงานหรือการทำงานที่ไม่สมบูรณ์ ที่ Narinthong เราให้บริการอย่างมืออาชีพ มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอน

ศึกษา Pain Point ปัญหาหลักๆ ที่ต้องเจอ ระหว่างจดทะเบียนแบบละเอียด คลิกที่นี่


ขั้นตอนการทำบัญชี รับทำบัญชี
- ตรวจสอบความถูกต้อง
- ส่งงบให้ผู้สอบบัญชี
- นำส่งงบการเงิน
ขอบเขตการ รับทำบัญชี ที่เราให้บริการ
เรามีบริการทำบัญชีครบวงจรที่ครอบคลุมทุกด้าน ของการจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจของคุณ
- ทางสำนักงานบัญชีให้คำปรึกษาแนะนำ การออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีอย่างเป็นระบบ เช่น การออกแบบ ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับ ใบเสร็จ รับ เงิน ใบสำคัญรับ-จ่าย เพื่อให้ได้มาตรฐาน
- รับเอกสารจากทางลูกค้า โดยลูกค้าสามารถทำจัดการจัดส่งผ่านไปรษณีย์ หรือส่งทางขนส่งมาตรฐานให้กับทางสำนักงานบัญชีนรินทร์ทอง หากประสงค์ส่งในรูปแบบออนไลน์สามารถแสกนผ่านข้อมูลผ่านทาง Google Drive หรือ โปรแกรมบัญชีที่รองรับ
- โดยทางสำนักงานจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ก่อนการเริ่มทำการบันทึกบัญชี
- เรามีบริการทำบัญชีครบวงจรที่ครอบคลุมทุกด้าน ของการจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจของคุณ
- จัดทำภาษีเงินเดือน ภงด 1 และ ภาษีหัก ณ ที่ จ่าย ภงด.3 ภงด.53
- จัดทำแบบประกันสังคม และ ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต
- จัดทำภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ยื่น ภพ 30 กับสรรพากร
- จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ประจำเดือน
- ทำการปิดบัญชี ส่งงบการเงินประจำปีเรามีบริการทำบัญชีครบวงจรที่ครอบคลุมทุกด้าน ของการจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจของคุณ
จัดทำรายละเอียด ประกอบงบการเงิน
- รายละเอียดทรัพย์สิน
- รายละเอียดเจ้าหนี้ ลูกหนี้
- รายงานสินค้าคงเหลือ (ในกรณีที่ลูกค้าต้องการรายงานสินค้าคงเหลือ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ยื่นเอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD)
- ยื่นงบการเงิน และ สบช.3
- ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ.5
ยื่นเอกสารกรมสรรพากร
- ประมาณการและยื่น ภ.ง.ด.51 (ภาษีกลางปี)
- จัดทำและยื่น ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคล)

ราคาค่าบริการ รับทำบัญชี และค่าบริการที่เกี่ยวกับบัญชีเพิ่มเติม
- เอกสารทางบัญชี 1-50 ชุด 3,500 บาท / เดือน
 - เอกสารทางบัญชีชุดที่ 51-100 ชุด 4,500 บาท / เดือน
 - เอกสารทางบัญชีชุดที่ 151-200 ชุด 5,500 บาท / เดือน
 - เอกสารทางบัญชีชุดที่ 201-250 ชุด 6,500 บาท / เดือน


การรับส่งเอกสารกับนรินทร์ทอง
เพื่อความสะดวกและประสิทธิภาพในการให้บริการบริษัทนรินทร์ทองมีระบบการรับส่งเอกสารที่รวดเร็วและปลอดภัยสำหรับลูกค้าทุกท่านโดยเน้นความเป็นส่วนตัวและการจัดการเอกสารทางบัญชีและภาษีอย่างมืออาชีพ รวมถึงมีการรับส่งเอกสารในรูปแบบต่างๆเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม

ทำความรู้จักเรา นรินทร์ทอง ก่อนใช้บริการจริง คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
สอบถามข้อมูล / รับคำปรึกษาฟรี
รับทำบัญชี จดทะเบียนบริษัท ด้วยทีมมากประสบการณ์
- รับยื่นภาษี
- รับทำเงินเดือนพนักงาน
- รับทำบัญชี
- รับจดทะเบียนบริษัท


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#30


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจ หากคุณต้องการ ปิดงบเปล่า ให้กับธุรกิจ และกำลังมองหาสำนักงานบัญชีที่น่าเชื่อถือ วันนี้เราจะมาะเปรียบเทียบผู้ให้บริการ ปิดงบเปล่าราคา จากผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อให้มั่นใจว่าได้งานคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
 

ทำความเข้าใจวิธีการปิดงบเปล่า แบบละเอียด คลิกอ่านที่นี่

ปิดงบเปล่าราคา ของนรินทร์ทอง


ปิดงบเปล่า ราคาเพียง 14,000 บาท
  • ราคานี้รวมค่าสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
  • รวมบริการยื่นงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเรียบร้อย

สนใจบริการ ปิดงบเปล่า ที่นรินทร์ทอง แบบละเอียด
คลิกอ่านที่นี่

ขอบเขตในการให้บริการของนรินทร์ทอง



ตรวจสอบข้อมูลบริษัทและความพร้อมในการปิดงบเปล่า
  • ก่อนเริ่มงาน เราจะทำการตรวจสอบสถานะของบริษัทอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นงบปีก่อน รายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร การยื่นภาษีในรอบปี หรือยอดสินทรัพย์ต่าง ๆ
จัดทำงบการเงินเปล่าโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
  • เมื่อบริษัทของคุณเข้าเงื่อนไขแล้ว ทีมบัญชีของเราจะเริ่มกระบวนการจัดทำ งบการเงินเปล่า ซึ่งจะจัดทำตามมาตรฐานการบัญชี โดยไม่มีรายการรายได้หรือค่าใช้จ่าย
เซ็นรับรองโดยผู้สอบบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • งบการเงินที่จัดทำแล้ว จะถูกส่งให้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เซ็นรับรองความถูกต้องและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร
อ่านขอบเขตการ ปิดงบเปล่า ที่นรินทร์ทอง เพิ่มเติมแบบละเอียด
คลิกอ่านที่นี่



สรุปปิด งบเปล่าราคา

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ ยื่นงบเปล่า ราคาเบา ๆ กับผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ นรินทร์ทองขอเป็นผู้ช่วยให้คุณปิดงบอย่างถูกต้องและคุ้มค่า โดยรวม ค่าใช้จ่ายสำหรับการปิดงบเปล่าอยู่ที่เพียง 14000 บาท บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
 

สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

#31

อยากเปิดคลินิกทันตกรรมเป็นของตัวเอง อย่าลืมวางแผนวิธีการจัดทำ บัญชีคลินิกทันตกรรม ให้ดีก่อนเปิดกิจการ ซึ่งวันนี้ นรินทร์ทอง ได้นำวิธีการวางแผนทำบัญชีคลินิกทันตกรรม มาแชร์ให้ทุกคนในบทความนี้!
อยากเปิดคลินิกทันตกรรม หาที่ปรึกษาด้าน บัญชี แนะนำ นรินทร์ทองคลิกอ่านที่นี่

การวางแผนทำ บัญชีคลินิกทันตกรรม


1. กำหนดผังบัญชี (Chart of Accounts) - ด้วยการจัดหมวดหมู่รายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการบันทึกและตรวจสอบ ซึ่งผังบัญชีที่ควรมีสำหรับคลินิกทันตกรรม ได้แก่
  • ต้นทุนสินค้าและบริการ (Cost of Goods Sold - COGS)
  • ค่าใช้จ่าย (Expenses)
  • รายได้ (Revenue)
2.  บันทึกรายรับ-รายจ่าย อย่างสม่ำเสมอ  - คือการบันทึกข้อมูลอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • บันทึกรายรับ
  • บันทึกรายจ่าย
  • การจัดการสต็อก
3. จัดทำรายงานทางการเงิน  - เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจทางธุรกิจ
  • งบกำไรขาดทุน (Income Statement)
  • งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
4. การจัดการภาษี  - คลินิกทันตกรรมต้องมีการจัดการภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ภาษีเงินได้
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ทำความเข้าใจรายละเอียด การวางแผนทำ บัญชีคลินิกทันตกรรมเพิ่มเติมคลิก

โครงสร้างธุรกิจบัญชีคลินิกทันตกรรม


1. ต้นทุนของบัญชีคลินิกทันตกรรม - คือ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการรักษาแต่ละเคส ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผันแปรตามจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ ตัวอย่างเช่น
  • ค่าวัสดุและอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโดยตรง
  • ค่าใช้จ่ายทางห้องปฏิบัติการ (Dental Lab)
  • ค่าคอมมิชชั่นทันตแพทย์
2. ค่าใช้จ่ายบัญชีคลินิกทันตกรรม - คือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษา แต่จำเป็นต่อการเปิดให้บริการ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
  • ค่าใช้จ่ายคงที่
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร


3. รายได้ของบัญชีคลินิกทันตกรรม - มาจากการให้บริการและขายสินค้า ซึ่งควรมีการแยกประเภทรายได้ให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์
  • รายได้ค่ารักษาทางทันตกรรม
  • รายได้จากการขายสินค้า
  • รายได้อื่นๆ

การเก็บเอกสาร
1.  หมวด "ข้อมูลกิจการ" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียน และเอกสารการจดทะเบียนบริษัท
  • งบการเงินของปีก่อน
  • ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51 ของปีก่อน
  • ภ.พ.01 , ภ.พ.09 , ภ.พ.20
  • สัญญาต่างๆ

2. หมวด "เอกสารขาย" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ใบสำคัญรับเงิน Receipt Voucher
  • สำเนาใบเสร็จรับเงิน
  • สำเนาใบแจ้งหนี้ / ใบส่งของ / ใบกำกับภาษีขาย
  • สำเนาใบลดหนี้ขาย กรณีราคาผิด คืนสินค้า
  • หลักฐานการรับชำระเงิน สำเนาเช็ครับ สลิปการโอน
  • ธุรกิจบริการ สำเนาหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • อื่นๆ เช่น ใบสั่งซื้อ (ถ้ามี)
3. หมวด "เอกสารซื้อ" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ใบสำคัญจ่าย ต้องมีลายเซ็นผู้รับเงิน
  • ใบแจ้งหนี้ / ใบส่งของ / สำเนาใบกำกับภาษี
  • ต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน
  • หลักฐานการจ่ายเงิน สลิปโอนเงิน สำเนาเช็ค
  • หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50ทวิ)
  • สำเนาบัตรประชาชน (กรณีจ้างบุคคล)
  • ใบรับเงินหรือใบแทนใบเสร็จรับเงิน (กรณีผู้ขายไม่ออกใบเสร็จรับเงิน)
  • อื่นๆ เช่น ใบสั่งซื้อ หนังสือจัดจ้าง (ถ้ามี)
4. หมวด "ภาษีขาย" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • สำเนาใบกำกับภาษีขาย
  • รายงานภาษีขาย
5. หมวด "ภาษีซื้อ" ซึ่งประกอบด้วย


  • ต้นฉบับใบกำกับภาษีซื้อ

  • รายงานภาษีซื้อ
6. หมวด "ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย" เมื่อมีผู้เข้ารับบริการในคลินิกโดยใช้สิทธิ์ประกันสังคม ทางคลินิกจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการให้แก่คลินิก พร้อมให้ต้นฉบับกับสำเนาหนังสือภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ต้นฉบับเก็บแฟ้มภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • สำเนาชุดใบสำคัญรับชำระหนี้
7. หมวด "งานภาษี (Tax File)" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่น ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53
  • สำหรับคลินิกทันตกรรมที่จดทะเบียน VAT ต้องเก็บ ภ.พ.30
  • รายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ของปีปัจจุบัน
  • ประกันสังคมและกองทุนทดแทนต่างๆ
8. หมวด "เงินเดือนและประกันสังคม" ซึ่งประกอบไปด้วย
  • แบบยื่นภาษี ภ.ง.ด.1
  • แบบนำส่งเงินสมทบประกันสังคม (สปส.1-10)
  • ตารางสรุปการจ่ายเงินเดือน


9. หมวด "ทะเบียนสินทรัพย์" สินทรัพย์จะต้องมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี และมีมูลค่าขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป หรือตามนโยบายของคลินิก ซึ่งประกอบไปด้วย
  • เอกสารการซื้อ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี
  • ทะเบียนทรัพย์สิน

อ่านตัวอย่างเคส การบันทึกบัญชีคลินิกทันตกรรมเพิ่มเติมคลิก

จัดทำ บัญชีคลินิกทันตกรรม อย่างมืออาชีพ ป้องกันปัญหาภาษีในอนาคต เลือก นรินทร์ทอง!

อันที่จริงแล้วการจัดทำ บัญชีคลินิกทันตกรรม ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากคุณเริ่มต้นจากการวางแผนและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้คุณบริหารคลินิกได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพในระยะยาว ขอแนะนำ นรินทร์ทอง เป็นที่ปรึกษาด้านการทำบัญชี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#32

หากใครที่มีแนวโน้มอยากปิดบริษัท หรือต้องการเลิกทำกิจการ แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นจากขั้นตอนไหน? แล้วการ จดเลิกบริษัท ราคา เท่าไหร่? มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันได้ในบทความนี้ กับ นรินทร์ทอง
จดเลิกบริษัท ราคา เท่าไหร่? ปรึกษาเราได้ที่ นรินทร์ทองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

จดเลิกบริษัท ราคา เท่าไหร่?


  • กรณีบริษัทไม่มี VAT - ค่าบริการจดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จการชำระบัญชี อาจอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท
  • กรณีบริษัทมี VAT - ค่าบริการอาจอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียม - ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จการชำระบัญชีที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประมาณ 1,260 บาท
  • ค่าโฆษณาหนังสือพิมพ์ - อาจมีค่าใช้จ่ายในการประกาศโฆษณาเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
  • ค่าบริการอื่นๆ - อาจมีค่าบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าจัดทำบัญชี, ค่าตรวจสอบบัญชี, ค่าที่ปรึกษา, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

อยาก จดเลิกบริษัท ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่
ขั้นตอนการดำเนิน จดเลิกบริษัทราคา


1. การจดทะเบียนเลิกบริษัท - ขั้นตอนแรกเพื่อประกาศเจตนาอย่างเป็นทางการว่าจะเลิกบริษัท
  • มีมติเลิกบริษัท
  • แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
  • ยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัท
2. การจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี - ดำเนินการหลังจากบริษัทได้เลิกกิจการและชำระบัญชีเรียบร้อยแล้ว
  • ชำระบัญชี
  • ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์
  • จัดทำงบการเงินฉบับสุดท้าย
  • ประชุมอนุมัติงบการเงิน
  • ยื่นจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี


จดเลิกบริษัท ราคา เท่าไหร่? ปรึกษาเราได้ที่ นรินทร์ทองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
เอกสารที่ลูกค้าจะได้รับในการจดเลิกบริษัท
1. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเลิกบริษัท (เลิกกิจการ)
2. หนังสือขีดชื่อเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีที่บริษัทจด Vat)
3. หนังสือรับรองการเสร็จชำระบัญชีบริษัท
ศึกษา ขั้นตอนการดำเนิน จดเลิกบริษัท กับ นรินทร์ทอง แบบละเอียดคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

อยาก จดเลิกบริษัท ราคา สุดคุ้ม ไม่มีบวกเพิ่ม ให้ นรินทร์ทอง ช่วยวางแผน

จะเห็นว่า "การจดเลิกบริษัท" เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน ดังนั้นการเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้อง และรวดเร็ว สำหรับใครที่กำลังมองหาที่จดเลิกบริษัท ราคา สุดคุ้ม ไม่มีบวกเพิ่ม เราขอแนะนำ นรินทร์ทอง สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


#33
นรินทร์ทอง จะพาทุกท่านไปเรียนรู้ การวางแผนทําบัญชีร้านขายเสื้อผ้า พร้อมเรียนรู้แนวทางโครงสร้างของธุรกิจ การเก็บเอกสาร และตัวอย่างการบันทึกบัญชีในแต่ละเคสที่น่าสนใจ สำหรับใครต้องการแนวทางเหล่านี้ต้องห้ามพลาด!
เปิดร้านขายเสื้อผ้า ยังไงให้ราบรื่น ให้ นรินทร์ทอง ช่วยแนะนำอ่านเพิ่มเติมคลิก

การวางแผน ทำบัญชีขายเสื้อผ้า


1. ทำความเข้าใจประเภทของบัญชี - คุณต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจบัญชีพื้นฐาน 3 ประเภท
  • รายได้ (Revenue)
  • ต้นทุนสินค้าที่ขาย (Cost of Goods Sold - COGS)
  • ค่าใช้จ่าย (Expenses)

2. เลือกระบบการทำบัญชี
  • บัญชีมือ (Manual Accounting)
  • โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป (Accounting Software)
  • จ้างนักบัญชี (Accountant)

3. บันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย
  • บัญชีรายรับ
  • บัญชีรายจ่าย
4. การจัดการต้นทุนสินค้าคงคลัง (Inventory Management)
  • บันทึกการซื้อสินค้า
  • บันทึกการขายสินค้า
  • ตรวจสอบสต็อก
5. การจัดทำรายงานทางการเงิน - การบันทึกบัญชีอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณต้องนำข้อมูลมาสรุปเป็นรายงานเพื่อดูผลประกอบการ
  • งบกำไรขาดทุน (Income Statement)
  • งบดุล (Balance Sheet)
  • งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)

6. การจัดการภาษี
  • ภาษีเงินได้
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • ภาษีอื่นๆ
เรียนรู้การวางแผนทำบัญชีร้านเสื้อผ้า แบบละเอียดอ่านเพิ่มเติมคลิก

โครงสร้างธุรกิจเสื้อผ้า

- ต้นทุน (Cost) 
  • คือค่าใช้จ่ายจากต้นทุนจริง ที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิตสินค้าหรือบริการ เช่น แรงงาน, วัสดุ, ค่าการตลาดและโฆษณา เป็นต้น
- รายได้ (Revenue)
  • รายได้จากการขายปลีก - การขายเสื้อผ้าให้กับลูกค้าโดยตรงผ่านหน้าร้าน, ร้านค้าออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มต่างๆ
  • รายได้จากการขายส่ง - ขายเสื้อผ้าให้กับร้านค้าอื่นๆ หรือตัวแทนจำหน่ายในปริมาณมาก
  • รายได้จากการรับจ้างผลิต - รับจ้างผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ หรือลูกค้าที่สั่งผลิตในปริมาณมาก
- ค่าใช้จ่าย (Expenses)
คือค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ได้แก่
  • ค่าสาธารณูปโภค - ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าเช่า - ค่าเช่าพื้นที่สำหรับหน้าร้าน, โกดัง, หรือสำนักงาน
  • ค่าขนส่ง - ค่าจัดส่งสินค้า, ค่าขนส่งวัตถุดิบ
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม - ค่าธรรมเนียมในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-Commerce
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ - ค่าบัญชี, ค่าที่ปรึกษา, ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์

การเก็บเอกสาร
1. เอกสารการซื้อขาย
2. เอกสารการผลิต
3. เอกสารการเงิน
4. เอกสารทางการตลาด
5. เอกสารอื่นๆ
ซึ่งวิธีการจัดเก็บเอกสารสำหรับธุรกิจเสื้อผ้า สามารถทำได้ดังนี้
1. แบ่งแยกประเภทเอกสาร - แบ่งเอกสารตามประเภท เช่น เอกสารการเงิน, เอกสารการขาย, เอกสารการผลิต และเอกสารการตลาด เป็นต้น
2.จัดเก็บให้เป็นระบบ - คุณสามารถใช้ตัวช่วยอย่าง แฟ้มเอกสาร, ตู้เก็บเอกสาร หรือระบบจัดเก็บดิจิทัล (Cloud storage) เพื่อจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ
3. ระบุหมวดหมู่ให้ชัดเจน - ติดป้ายชื่อหรือใช้ระบบการจัดหมวดหมู่ที่ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาเอกสาร
4. จัดทำสำเนา - จัดเก็บเอกสารต้นฉบับและสำเนาไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายหรือการสูญหาย
5. รักษาความปลอดภัย - จัดเก็บเอกสารไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยและจำกัดการเข้าถึง เพื่อป้องกันการถูกขโมยหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
6. ทำลายเอกสารที่หมดอายุ - ทำลายเอกสารที่ไม่จำเป็นหรือหมดอายุตามที่กฎหมายกำหนด โดยใช้เครื่องทำลายเอกสารเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล
7. จัดเก็บเอกสารดิจิทัล - สแกนเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลและจัดเก็บในระบบคลาวด์ หรือฮาร์ดไดรฟ์สำรอง เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงและป้องกันความเสียหาย

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี ในแต่ละเคสที่น่าสนใจ
เคสที่ 1: ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ขนาดเล็ก (ทำบัญชีแบบง่ายใน Excel)
ลักษณะธุรกิจ: ซื้อเสื้อผ้าจากตลาดขายส่ง มาขายต่อผ่าน Instagram,  Shopee หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ไม่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
การบันทึกบัญชี: ใช้ตาราง Excel ในการบันทึกข้อมูลหลัก 3 ส่วน ได้แก่ รายได้, ต้นทุนสินค้า, และค่าใช้จ่าย
ตัวอย่างการบันทึก: อันดับแรกต้องกำหนดคอลัมพ์ Excel ให้ละเอียดเลยว่า แต่ละคอลัมพ์มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง โดยเริ่มต้นกำหนดคอลัมพ์แรกให้เป็น วัน เดือน / ปี >> รายละเอียดค่าใช้จ่าย >> ช่องทางขาย >> จำนวนเงิน (รายได้) >> จำนวนเงิน (ต้นทุน) >> จำนวนเงิน (ค่าใช้จ่าย) >> หมายเหตุ
เคสที่ 2: ร้านเสื้อผ้าที่มีหน้าร้าน (ใช้โปรแกรม POS และโปรแกรมบัญชี)
ลักษณะธุรกิจ: มีหน้าร้านและขายผ่านช่องทางออนไลน์ มีการจดทะเบียนบริษัท มีการจ้างพนักงาน
การบันทึกบัญชี: สามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ
1. ณ จุดขาย (Point of Sale - POS) - ใช้ระบบ POS ในการบันทึกยอดขายทันทีที่ลูกค้าชำระเงิน ระบบจะบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น วันที่ขาย, จำนวนเงิน, วิธีชำระเงิน, และตัดสต็อกสินค้าอัตโนมัติ
2. โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป - นำข้อมูลยอดขายจากระบบ POS มาบันทึกในโปรแกรมบัญชี เช่น FlowAccount หรือ PEAK ซึ่งโปรแกรมจะช่วยจัดการ
  • บันทึกรายจ่าย - บันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเช่า, เงินเดือนพนักงาน, ค่าไฟ, ค่าการตลาด
  • การจัดการสต็อก - โปรแกรมจะเชื่อมโยงกับระบบ POS เพื่อควบคุมสต็อกได้อย่างแม่นยำ
  • ภาษี - โปรแกรมจะคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้
  • การจัดทำรายงาน - โปรแกรมจะสร้างงบกำไรขาดทุนและงบดุลให้อัตโนมัติ
ตัวอย่างการบันทึก:
  • บันทึกยอดขาย  - โปรแกรมดึงข้อมูลจากระบบ POS เช่น ยอดขายวันที่ 15 ส.ค. จำนวน 15,000 บาท
  • บันทึกค่าใช้จ่าย  - บันทึกค่าเช่าร้าน 30,000 บาท
  • บันทึกต้นทุนสินค้า  - บันทึกการซื้อเสื้อผ้าล็อตใหม่ 100 ตัว เป็นเงิน 50,000 บาท
สนใจวางแผนทำบัญชีร้านเสื้อผ้า กับผู้เชี่ยวชาญอย่าง นรินทร์ทองอ่านเพิ่มเติมคลิก

เริ่มต้นทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ให้ นรินทร์ทอง เป็นที่ปรึกษาด้าน ทำบัญชีขายเสื้อผ้า พร้อมต่อยอดธุรกิจ
การเลือก ทำบัญชีขายเสื้อผ้า โดยสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ ถือว่าเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างมาก หากคุณสนใจขอแนะนำ นรินทร์ทอง เป็นที่ปรึกษาด้านการทำบัญชี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#34
สิ่งแรกที่นักธุรกิจพิจารณา คือ การวางแผนแนวคิด รวมไปถึงความเข้าใจด้าน บัญชี และ ภาษี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ถ้าคุณอยากเปิดร้านนวดแผนไทย นรินทร์ทอง จะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องการทำ บัญชี ร้าน นวด ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ
อยากเปิดร้านนวดแผนไทย ต้องเริ่มยังไงนรินทร์ทอง ยินดีให้คำปรึกษา

การวางแผนทำ บัญชี ร้าน นวด


1. การทำบัญชีด้วยตนเอง (Manual Accounting / Spreadsheet)
  • วิธีการ คือ ใช้สมุดบัญชีสำเร็จรูป หรือสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (เช่น สมุดรายวันรับ, สมุดรายวันจ่าย) เพื่อบันทึกรายการ เหมาะสำหรับร้านนวดขนาดเล็กที่มีรายการไม่มากนัก เจ้าของกิจการมีความรู้พื้นฐานด้านบัญชี หรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

2. การใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป (Accounting Software)
  • วิธีการ คือ ใช้โปรแกรมบัญชีที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งแบบติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ และแบบออนไลน์ เหมาะสำหรับร้านนวดขนาดกลางถึงใหญ่ หรือร้านที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำ ประหยัดเวลา

3. การจ้างนักบัญชี/สำนักงานบัญชี (Outsourcing to Accountant/Accounting Firm)
  • วิธีการ คือ มอบหมายงานบัญชีทั้งหมดหรือบางส่วนให้นักบัญชีอิสระ หรือสำนักงานบัญชีเป็นผู้ดูแล เหมาะสำหรับร้านนวดทุกขนาดที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำสูงสุด, ประหยัดเวลาของเจ้าของกิจการ, และต้องการคำแนะนำด้านภาษี

ศึกษา การวางแผนทำ บัญชี ร้าน นวด แบบละเอียดคลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

โครงสร้างธุรกิจร้าน นวด


1. ต้นทุนของธุรกิจขายร้านนวด
  • สำหรับธุรกิจบริการอย่างร้านนวด อาจเรียกได้ว่าเป็น ต้นทุนการให้บริการ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการลูกค้าแต่ละครั้ง ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ การจ้างแรงงานเป็นหลัก (ต้นทุนค่าจ้าง-หมอนวด) และมีค่าวัสดุอุปกรณ์
2. รายได้ของธุรกิจขาย ร้าน นวด
  • รายได้หลักของธุรกิจนวดแผนไทย มาจากค่าบริการต่างๆ และอาจมีรายได้เสริมจากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น รายได้จากการนวดไทยแบบดั้งเดิม (อาจแยกเป็น 1 ชม., 1.5 ชม., 2 ชม.),  รายได้จากการนวดที่ใช้น้ำมันหอมระเหย, รายได้จากการนวดบริเวณเท้า หรือ รายได้จากการขายแพ็กเกจระยะยาว
3. ค่าใช้จ่ายธุรกิจร้านนวด
  • ค่าใช้จ่ายร้านนวดแผนไทย โดยทั่วไปใช้เงินลงทุนค่อนข้างน้อย เพราะค่าใช้จ่ายธุรกิจร้านนวดคือ เงินที่ธุรกิจต้องจ่ายออกไปเพื่อดำเนินกิจการ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการลูกค้าแต่ละราย

การเก็บเอกสาร
1. การจัดเก็บแบบกายภาพ (Hard Copy)
  • แฟ้มเอกสาร: จัดทำแฟ้มแยกตามประเภทเอกสาร (เช่น แฟ้มรายรับ, แฟ้มรายจ่าย, แฟ้มพนักงาน) และแบ่งย่อยตามเดือน/ปี เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

  • ตู้เก็บเอกสาร: ใช้ตู้ที่มีกุญแจล็อคเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเอกสารสำคัญ
  • การเรียงลำดับ: จัดเรียงเอกสารตามวันที่ หรือตามลำดับเลขที่เอกสาร
2. การจัดเก็บแบบดิจิทัล (Soft Copy)
  • สแกนเอกสาร: สแกนเอกสารสำคัญให้เป็นไฟล์ดิจิทัล (PDF) เพื่อสำรองข้อมูลและลดการใช้พื้นที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์/External Hard Drive: สร้างโฟลเดอร์แยกตามประเภทเอกสารและปี
  • Cloud Storage: ใช้บริการ Cloud Storage (เช่น Google Drive, Dropbox, OneDrive) เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงจากทุกที่ และเป็นระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
  • โปรแกรมบัญชี/บริหารจัดการร้าน: โปรแกรมเหล่านี้มักมีฟังก์ชันการจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือเชื่อมโยงกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างที่น่าสนใจพร้อมวิธีการบันทึก
การบันทึกรายได้รายครั้ง – รับเงินสด
คือ การให้บริการนวดเป็นรายครั้ง และลูกค้าจ่ายเงินทันทีหลังใช้บริการ เราจึงสามารถบันทึกรายได้ได้ทันที
ยกตัวอย่างเช่น: ลูกค้ามาใช้บริการร้านนวด 1 ชั่วโมง ค่าบริการ 1,000 บาท ชำระด้วยเงินสดหลังใช้บริการ
การบันทึกรายได้รายครั้ง – รับบัตรเครดิต
การรับชำระบัตรเครดิต เป็นอีกทางเลือกในการรับเงิน ถ้าร้านค้ารับชำระด้วยบัตรเครดิต ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมจากร้านค้าต่อรายการ เช่น ร้อยละ 1% จากจำนวนเงินที่จ่ายต่อครั้ง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเกิดรายได้แล้ว ในขณะเดียวกันก็เกิดค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า ค่าธรรมเนียมธนาคารด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น: ลูกค้ามาใช้บริการร้านนวด 1 ชั่วโมง ค่าบริการ 1,000 บาท ชำระด้วยบัตรเครดิตหลังใช้บริการ โดยธนาคารจะหักค่าธรรมเนียม 1% ก่อนโอนเงินให้ร้านค้า
สนใจวางแผนทำ บัญชี ร้าน นวด กับเรานรินทร์ทองคลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

เรียนรู้แนวทางการเสียภาษี และจัดทำ บัญชี ร้าน นวด ปรึกษาเราได้ที่ นรินทร์ทอง
สำหรับใครที่สนใจเปิดธุรกิจร้านนวดแผนไทย คุณสามารถหา สำนักงานบัญชีมืออาชีพ เพื่อคลายความกังวลด้านบัญชีและภาษีให้กับร้านของคุณ เราขอแนะนำนรินทร์ทองสำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


#35

"การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย" สำหรับเจ้าของธุรกิจนั้น มีหลายขั้นตอน วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาให้ความรู้เกี่ยวกับ การ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย สำหรับธุรกิจว่า ควรเสียยังไง? แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง? เพื่อเป็นคู่มือให้กับผู้ประกอบการมือใหม่
อยากยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วยตัวเอง อ่านคู่มือการยื่นเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?


คำว่า "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)" คือ ระบบการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าประเภทหนึ่งที่กรมสรรพากรกำหนดขึ้น โดยผู้จ่ายเงินได้บางประเภทมีหน้าที่ต้อง หักเงินจำนวนหนึ่งไว้จากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับ แล้วนำเงินที่หักไว้นั้นไป นำส่งให้แก่กรมสรรพากร แทนผู้รับเงินได้

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ การยื่นภาษี หัก ณ ที่ จ่าย


1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ หรือ 50 ทวิ/ป.ม.ร.)
  • เป็นเอกสารที่มีรายละเอียดของ ผู้จ่ายเงิน ผู้รับเงิน ประเภทเงินได้ที่จ่าย ยอดเงินได้ที่จ่าย และยอดภาษีที่หักไว้ โดยผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่ต้องออกให้แก่ผู้รับเงินทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีการหักภาษีไปแล้วเท่าไหร่
2. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (รายเดือน/รายงวด)
  • เป็นแบบฟอร์มที่ผู้หักภาษีต้องนำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) ของเดือนที่มีการจ่ายเงินได้
3. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (สรุปประจำปี)
  • เป็นแบบฟอร์มที่เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่นำส่งกรมสรรพากร ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป (สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษีที่ผ่านมา) เพื่อสรุปยอดรวมทั้งปี

เรียนรู้วิธีการยื่นแบบฟอร์มภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบละเอียดคลิกที่นี่


ขั้นตอนการ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย


1. ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ
1.1) ในกรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียน
  • ให้ไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
  • เลือกเมนู "e-Filing" หรือ "ยื่นแบบออนไลน์"
  • คลิก "ลงทะเบียน" และกรอกข้อมูลตามที่ระบบกำหนด
  • เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และ รหัสผ่าน ที่ตั้งไว้เพื่อเข้าสู่ระบบ

1.2) ในกรณีที่เคยลงทะเบียนแล้ว
  • ไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร จากนั้นเลือกเมนู e-Filing และ Log-in เข้าสู่ระบบ


2. เลือกแบบฟอร์มที่ต้องการยื่น
  • ในขั้นตอนนี้คุณต้องเลือกแบบฟอร์มภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินของคุณ
  • เลือกงวดภาษี โดยทำการระบุ ปีภาษี และ เดือนที่เกิดรายการ (เดือนที่คุณจ่ายเงินและหักภาษีไว้)


3. กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ - ในขั้นตอนนี้คือ การป้อนข้อมูลรายละเอียดการหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • เลือกประเภทการยื่น - มีทั้งยื่นปกติ สำหรับการยื่นครั้งแรกในงวดนั้นๆ และ ยื่นเพิ่มเติม สำหรับกรณีที่เคยยื่นไปแล้วแต่ต้องการแก้ไขข้อมูลหรือเพิ่มรายการ
  • กรอกข้อมูลผู้หักภาษี - ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกดึงมาจากข้อมูลการลงทะเบียนของคุณอยู่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อย
  • กรอกรายละเอียดผู้ถูกหักภาษี
  • หากมีการจ่ายเงินให้ผู้รับหลายราย ให้คลิก "เพิ่มรายการ" หรือ "Add Item" เพื่อกรอกข้อมูลของผู้รับเงินแต่ละราย
  • เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะยอดเงินได้และยอดภาษีที่หักไว้


4. ยืนยันการยื่นแบบและเลือกช่องทางการชำระภาษี
  • คลิกปุ่ม "ยืนยันการยื่นแบบ" หรือ "Submit" ระบบจะแสดงข้อมูลสรุปให้คุณตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นเลือกช่องทางการชำระภาษี เช่น Internet Banking/Mobile Banking, QR Code หรือบัตรเครดิต (มีค่าธรรมเนียม)



5. ชำระภาษี - นำข้อมูลจากใบแจ้งการชำระเงิน ไปดำเนินการชำระเงินตามช่องทางที่คุณเลือก (เช่น เข้าสู่ระบบ Internet Banking ของธนาคารเพื่อทำการโอนเงิน) หลังจากนั้นระบบจะใช้เวลาในการประมวลผล คุณสามารถกลับมาตรวจสอบสถานะ การชำระเงินในระบบ e-Filing ได้

เรียนรู้วิธีการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผ่านออนไลน์คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย กับ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา และบริการที่ครอบคลุม
หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย จะเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และแน่นอนว่าการยื่นผ่านระบบออนไลน์ในปัจจุบัน เป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าคุณประกอบธุรกิจขนาดปานกลาง-ใหญ่ หรือมีรายการหัก ณ ที่จ่ายที่ซับซ้อน/จำนวนมาก การยื่นผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเอง อาจมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เพราะฉะนั้น การใช้บริการสำนักงานบัญชี จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และทำให้คุณมั่นใจในความถูกต้อง
หากคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่เป็นทั้งที่ปรึกษาด้านการวางแผนภาษี และบัญชีโดยรวมของธุรกิจ ขอแนะนำ นรินทร์ทอง สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


#36

สำหรับท่านใดที่ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90/91 บทความนี้ นรินทร์ทอง จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ภ งด 90 91 ยื่น ภาษี ออนไลน์ พร้อมทั้งอธิบายความแตกต่าง รวมถึงขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้ทั้ง 2 ประเภทนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไร อ่านข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่เลย!
ทำความรู้จัก การยื่น ภ.ง.ด. 90/91 ออนไลน์ กับ นรินทร์ทองคลิกอ่านที่นี่

ภ งด 90 91 คืออะไร

ภ.ง.ด. 90 คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้กรณีทั่วไป เช่น รายได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือรายได้จากกิจการของตัวเอง โดยจะเป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) หลายประเภทหรือประเภทเดียว

ส่วน ภ.ง.ด. 91 คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน โดย ภ.ง.ด. 91 เป็นแบบแสดงรายการเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับคนที่มีรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ประเภทเดียว ที่ได้จากการจ้างงาน

ระหว่าง ภ งด 90 กับ 91  เลือกยื่นแบบไหนดี ?


1. ผู้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 - ได้แก่ ผู้มีรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง (8) แห่งประมวลรัษฎากรหลายประเภทหรือประเภทเดียว
2. ผู้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 - ได้แก่ ผู้มีเงินได้จากการจ้างงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากรประเภทเดียว ตามเกณฑ์ดังนี้
- ผู้ที่เป็นโสด มีเงินได้พึงประเมินเกิน 120,000 บาท
- ผู้ที่มีคู่สมรส มีเงินได้พึงประเมินไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือสองฝ่ายรวมกันเกิน 220,000 บาท

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การยื่น ภ งด 90 กับ 91 แบบละเอียด อ่านที่นี่


ขั้นตอนการทำ ภ งด 90 91 ยื่นภาษีออนไลน์

1. รวบรวมเอกสาร/ข้อมูล
- หนังสือรับรองเงินเดือน/เงินได้ (ใบ 50 ทวิ)
- เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี
- ข้อมูลรายได้อื่นๆ

2. เข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
- ไปที่เว็บไซต์ www.rd.go.th แล้วเลือกเมนู "E-FILING"
- เข้าสู่ระบบด้วย User ID (เลขบัตรประชาชน) และ Password ของคุณ

3. เลือกแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้อง
- ภ.ง.ด. 91
- ภ.ง.ด. 90

4. กรอกข้อมูลตามขั้นตอนในระบบ
- ระบบจะนำทางให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัว
- กรอกข้อมูลเงินได้แต่ละประเภท (โดยใช้ข้อมูลจากใบ 50 ทวิ และข้อมูลรายได้อื่นๆ)
- กรอกรายการค่าลดหย่อนต่างๆ (โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารลดหย่อนที่คุณเตรียมไว้)
- ระบบจะทำการคำนวณภาษีให้โดยอัตโนมัติ


5. ตรวจสอบความถูกต้อง
- ทบทวนข้อมูลทั้งหมดที่กรอกไป โดยเฉพาะตัวเลขรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน
- ตรวจสอบยอดภาษีที่ระบบคำนวณได้ (ต้องชำระเพิ่ม / ได้รับคืน)

6. ยืนยันการยื่นแบบ ระบบ e-Filing
- เมื่อตรวจสอบครบถ้วนและถูกต้อง ให้กดยืนยันการยื่นแบบ

7. ชำระภาษี (ถ้ามี)
- ระบบจะแจ้งยอดภาษีที่ต้องชำระ (ถ้ามี) คุณสามารถเลือกชำระผ่านช่องทาง E-Payment (เช่น Mobile Banking, Internet Banking, บัตรเครดิต) หรือพิมพ์ใบแจ้งชำระเงินไปชำระที่ธนาคาร/เคาน์เตอร์เซอร์วิส
- กรณีขอคืนภาษี: ระบบจะแจ้งยอดที่ได้รับคืน และเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน


8. เก็บหลักฐาน
- บันทึก/พิมพ์ใบตอบรับการยื่นแบบ และใบเสร็จรับเงิน (หากมีการชำระภาษี) เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง ทุกขั้นตอนไม่มีพลาด เลือกปรึกษา กับ นรินทร์ทองอ่านเพิ่มเติมคลิก

ภ งด 90 91 ยื่น ภาษี ออนไลน์ อย่างถูกต้อง นรินทร์ทอง พร้อมให้คำปรึกษา

ถ้าหากใครที่สนใจอยากทำธุรกิจ มีความจำเป็นต้องยื่นภาษี ควรทำความเข้าใจหลักการเบื้องต้น และขั้นตอนการยื่น ภ.ง.ด.90/91 รวมถึง ภ.ง.ด. ประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม ถ้าอยากได้คำปรึกษาเชิงลึก ขอแนะนำ นรินทร์ทอง สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


#37

หากคุณเริ่มต้นประกอบธุรกิจ และต้องการคู่มือในการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยื่น ภ.ง.ด. 50 จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะจะต้องมีการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลทุกปี ส่วนขั้นตอนการยื่นจะเป็นอย่างไร? วันนี้ นรินทร์ทอง ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้คุณแล้ว!
นรินทร์ทองสอนวิธีการยื่น ภ.ง.ด. 50 ทุกขั้นตอน เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่

แบบ ภ งด 50 คืออะไร

ภ.ง.ด. 50 คือ แบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี" ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนที่ทำธุรกิจในรูปแบบของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อมีกำไรถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย

การยื่น ภ.ง.ด. 50 ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ?


1.  งบการเงินประจำปี
2. กระดาษทำการปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชี เป็นกำไรสุทธิทางภาษี
3. ใบทวิ 50 (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย)
4. หลักฐานการชำระ ภ.ง.ด. 51
5. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
6. User ID และ Password
7. ข้อมูลผู้ทำบัญชี


เรียนรู้เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ งด 50 ออนไลน์แบบละเอียด คลิกอ่านที่นี่


แนะนำขั้นตอนการ ยื่น ภ งด 50 ออนไลน์

1. เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร และเข้าสู่ระบบ e-Filing เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วเข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th

2. เลือกแบบ ภ.ง.ด. 50 เมื่อเข้าสู่ระบบได้แล้ว จะมีเมนูให้เลือกประเภทแบบแสดงรายการภาษี เลือก "แบบ ภ.ง.ด. 50" (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) แล้วคลิก "ยื่นแบบ"

3. กรอกข้อมูลทั่วไปของกิจการ ระบบจะแสดงข้อมูลพื้นฐานของกิจการ เช่น ชื่อ, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, ที่อยู่

4. กรอกข้อมูลทางการเงินและภาษี ในส่วนนี้จะต้องกรอกข้อมูลจากงบการเงิน และผลการคำนวณภาษีให้ครบถ้วน

5. กรอกข้อมูลผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี โดยทำการกรอกชื่อ-สกุล, เลขประจำตัวประชาชน, และเลขทะเบียนผู้ทำบัญชี

6. แนบไฟล์งบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชี ระบบ e-Filing จะมีช่องให้คุณอัปโหลดไฟล์งบการเงิน และรายงานผู้สอบบัญชีที่อยู่ในรูปแบบที่กำหนด

7. ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการยื่นแบบ ในขั้นตอนนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทุกตัวเลข รายการปรับปรุง และข้อมูลส่วนตัวของกิจการและผู้เกี่ยวข้อง

8. บันทึก/พิมพ์ใบตอบรับและชำระภาษี (ถ้ามี) เมื่อยืนยันการยื่นแบบเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดง "ใบตอบรับอิเล็กทรอนิกส์" และ "ใบแจ้งการชำระเงิน" (ถ้ามีภาษีต้องชำระ)


อยากรู้ขั้นตอนการยื่น ภงด 50 ออนไลน์แบบละเอียด คลิกอ่านที่นี่ คลิกอ่านที่นี่

ประหยัดเวลา ลดความเสี่ยงทางภาษี ยื่น ภ งด 50 ออนไลน์ กับ นรินทร์ทอง

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นว่า การยื่น ภ งด 50 ออนไลน์ เป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากคุณต้องการความถูกต้องแม่นยำ ลดความเสี่ยงทางภาษี ประหยัดเวลา และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การลงทุนในบริการจ้างสำนักงานบัญชี ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับความเสี่ยงและภาระที่คุณต้องแบกรับ หากทำเองโดยไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ นรินทร์ทอง เรายินดีให้บริการ ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339
#38

เปิดบริษัทมาแล้วปีกว่า แต่ยังไม่ได้ยื่นภาษี ต้องทำยังไง? สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ท่านใด ที่อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการยื่น ภ.ง.ด.51 บทความนี้ นรินทร์ทอง จะมาแนะนำ วิธีการ ยื่น ภ งด 51 ออนไลน์ ครบจบทุกขั้นตอน!
ทำความรู้จัก ภ.ง.ด.51 แบบละเอียดก่อนตัดสินใจยื่น อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่นี่

แบบ ภ.ง.ด.51 คืออะไร

สำหรับ ภ.ง.ด. 51 หรือที่เรียกว่า ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี คือ แบบแสดงรายงานเงินได้และประมาณการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องประมาณรายได้และภาษีที่ต้องชำระสำหรับครึ่งปีแรกของรอบบัญชี และนำส่งต่อกรมสรรพากร


ต้องเตรียมเอกสาร หรือ ข้อมูลอะไรบ้าง ก่อนยื่น ภ.ง.ด. 51 ออนไลน์ ?


1.  ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
  • ชื่อกิจการ
  • ที่อยู่ของกิจการ
  • ประเภทกิจการ
  • รอบระยะเวลาบัญชี: เช่น 1 มกราคม - 31 ธันวาคม

2. ข้อมูลทางการเงินเพื่อประมาณการกำไรสุทธิ (กรณีทั่วไปที่ใช้การประมาณการ)
  • คุณต้องนำส่วนนี้มาคำนวณภาษีครึ่งปี ดังนั้นคุณต้องมีข้อมูลทางการเงินของกิจการอย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อใช้ในการประมาณการสำหรับทั้งปี

3. ข้อมูลผู้ทำบัญชี (ถ้ามี)
  • ชื่อผู้ทำบัญชี
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ทำบัญชี

4. ข้อมูลผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (สำหรับบางกรณี)
  • สำหรับบริษัทที่ต้องสอบทานงบการเงินระยะเวลา 6 เดือน เช่น บริษัทมหาชนจำกัด, บริษัทเงินทุน หรือนิติบุคคลที่คำนวณภาษีจากกำไรสุทธิรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก โดยคุณจะต้องระบุชื่อผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีพร้อมเลขทะเบียน

อ่านเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ.ง.ด. 51 คลิกอ่านเพิ่มเติม ได้ที่นี่


ขั้นตอนการยื่น ภ งด 51 ออนไลน์


1. เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลือก e-Filing และเลือก "ยื่นแบบออนไลน์"
2. เข้าสู่ระบบ e-Filing โดยการกรอกเลขบัตรประชาชนในช่องชื่อผู้ใช้งาน พร้อมกรอกรหัสผ่าน และกด "ตกลง" จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP 6 หลัก ผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ
3. เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 5 อ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร จากนั้นกด "เข้าสู่ระบบ" และเลือก "ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51"
4. กรอกข้อมูลกิจการ ระบบจะดึงข้อมูลพื้นฐานของกิจการขึ้นมาให้ตรวจสอบ เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อกิจการ ที่อยู่ ฯลฯ
5. กรอกข้อมูลประมาณการกำไรสุทธิและภาษี ในหน้านี้คุณจะต้องกรอกข้อมูลทางการเงิน เพื่อใช้ในการประมาณการกำไรสุทธิของทั้งรอบระยะเวลาบัญชี
6. กรอกข้อมูลผู้ทำบัญชี กรอกชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน และเลขทะเบียนผู้ทำบัญชี
7. กตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการยื่นแบบ หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วน ระบบจะสรุปข้อมูลให้คุณตรวจสอบอีกครั้ง
8. ตรวจสอบความถูกต้อง ระบบจะมีการคำนวณ และช่วยตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น
9. ยืนยันและส่งแบบ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้วกด "ยืนยัน" เพื่อส่งแบบ ภ.ง.ด. 51
10. ชำระภาษี (ถ้ามี) สามารถชำระผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น Mobile Banking, Internet Banking, บัตรเครดิต, ATM หรือพิมพ์ใบแจ้งชำระเงินไปชำระที่ธนาคาร/เคาน์เตอร์เซอร์วิส

สนใจยื่น ภ.ง.ด. 51 ออนไลน์ กับผู้เชี่ยวชาญ แนะนำนรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

เจอปัญหาระหวว่าง ยื่น ภ งด 51 ออนไลน์ นรินทร์ทอง พร้อมให้คำแนะนำ
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่าการ ยื่น ภ งด 51 ออนไลน์ นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งโดยรวมแล้ว การยื่นออนไลน์จะช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการภาษีของธุรกิจคุณได้อย่างมาก ดังนั้นหากใครที่เพิ่งเคยทำธุรกิจรูปแบบนิติบุคคล อย่าลืมศึกษาเรื่องของ "ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี" เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเบี้ยปรับ และทำให้การยื่นแบบในปีถัดๆ ไปนั้นง่ายยิ่งขึ้น แต่หากคุณไม่มีความรู้ เวลา หรือต้องการความมั่นใจสูงสุด ารจ้างสำนักงานบัญชีมาดูแล ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า โดยเราขอแนะนำ นรินทร์ทอง สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่...
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339