คืนที่ทายาทโรงแรมหมื่นล้าน คุกเข่ากลางสายฝน…ขอโทษ "นางขอทาน" ที่เขาเตะถังข้าว [เรื่องเดียวจบ]

เริ่มโดย don, 15 มิถุนายน 2026, 14:24:04

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

คืนที่ทายาทโรงแรมหมื่นล้าน คุกเข่ากลางสายฝน
...ขอโทษ "นางขอทาน" ที่เขาเตะถังข้าว




— เรื่องแต่งล้วน ตัวละครและเหตุการณ์ไม่มีอยู่จริง · ตัวละครทุกตัวอายุเกิน 20 ปี —

เสียงเหรียญกระเด็นกระทบพื้นหินอ่อนดังกราว...

ถังพลาสติกใบเก่าของฉันลอยข้ามล็อบบี้ เหรียญสิบ เหรียญห้า แบงก์ยี่สิบเปียกฝนปลิวว่อนใ
ต้โคมระย้าคริสตัลราคาเท่ารถหนึ่งคัน คนทั้งล็อบบี้ของโรงแรม แกรนด์ แอสตร้า
หันมามองพร้อมกัน บางคนยกมือถือขึ้นถ่าย บางคนหัวเราะเบาๆ

"ขยะแบบนี้ มาเฝ้าหน้าโรงแรมกูได้ยังไง" เสียงผู้ชายคนนั้นเย็นชาราวน้ำแข็ง

ฉันเงยหน้าขึ้นช้าๆ ผมเปียกฝนปรกหน้า เสื้อกันหนาวขาดรุ่งริ่งที่ฉันใส่มาสามวันไม่ได้ซัก
ตรงหน้าฉันคือ ภาคิน วรัญชิต ทายาทเครือโรงแรมหมื่นล้าน สูทสีกรมเข้ารูป
นาฬิกาบนข้อมือสะท้อนแสงไฟ ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ

"ได้ยินไหม" เขาก้มลงมาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงตีจมูก

"เก็บของแล้วไสหัวไป ก่อนกูเรียก รปภ. ลากออกไปทิ้งข้างถนน"

ฉันไม่พูดอะไร ก้มลงเก็บเหรียญทีละเหรียญด้วยมือที่สั่นเพราะความหนาว เขายืนมองด้วยสายตา
ที่มองสิ่งมีชีวิตต่ำกว่าตัวเอง รองเท้าหนังเงาวับของเขาเหยียบแบงก์ยี่สิบใบสุดท้ายของฉันไว้

"นี่มัน... ของหนู" ฉันพูดเบาๆ เสียงแหบ

"ของมึง?" เขาหัวเราะ ค่อยๆ บดรองเท้าลงบนแบงก์

"ในโรงแรมกู ทุกอย่างเป็นของกู รวมถึงพื้นที่มึงคุกเข่าอยู่ตอนนี้ด้วย"

เขาไม่รู้หรอก ว่าประโยคนั้นผิดทั้งประโยค

เพราะพื้นที่ที่โรงแรมแกรนด์ แอสตร้า ตั้งอยู่
— ที่ดินสี่ไร่ใจกลางเมืองมูลค่าสองพันล้าน —
ไม่ใช่ของตระกูลวรัญชิต มันเป็นของฉัน




ชื่อจริงของฉันคือ นภัสสร ธนเดชา อายุยี่สิบหก เจ้าของบริษัท แอสตร้า แลนด์
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินที่โรงแรมเครือวรัญชิตเช่าทำกินมาสี่สิบเก้าปี และอีกสามวันข้างหน้า...
สัญญาเช่าฉบับนั้นจะหมดอายุ

ตระกูลวรัญชิตส่งจดหมายมาขอต่อสัญญาอีกห้าสิบปีหลายฉบับ แนบข้อเสนอเป็นเงินก้อนโต
แต่ฉันไม่เคยตอบเพราะก่อนจะเซ็นอะไรลงไป พ่อสอนฉันไว้ประโยคหนึ่งตั้งแต่เด็ก
ก่อนท่านจะจากไป

"นภัส... อยากรู้ว่าคนเป็นคนแบบไหน ห้ามดูตอนเขาแต่งสูท ให้ดูตอนเขาคิดว่าเรามันไร้ค่า"

ฉันถึงปลอมตัวเป็นขอทาน มานั่งเฝ้าหน้าโรงแรมของตัวเองสามวัน เพื่อดูว่า "เจ้าของ"
ที่จะมาเซ็นสัญญากับฉัน เป็นคนแบบไหน

วันนี้ฉันได้คำตอบแล้ว

ฉันเก็บเหรียญสุดท้ายใส่ถัง ลุกขึ้นยืน มองหลังของภาคินที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับ
พลางกระชับเสื้อโค้ทกาแมร์สีครีมให้เลขาฯ ที่วิ่งตามมากางร่มให้

"คุณภาคินคะ คืนนี้มีนัดดินเนอร์กับเจ้าของที่ดิน—" เสียงเลขาฯ แว่วมา

"เลื่อนไป" เขาตวาด "ยัยเศรษฐีนีนั่นดัดจริตจะตาย นัดแล้วนัดอีกไม่เคยโผล่ คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน"

ฉันยิ้มบางๆ ในสายฝน

ใหญ่มาจากไหนเหรอคะ คุณภาคิน... เดี๋ยวอีกสามวันคุณจะได้รู้



แต่คืนนั้นเอง ตอนตีหนึ่ง สิ่งที่ฉันเห็นทำให้ทุกอย่างที่ฉันตัดสินไปแล้ว ต้องสั่นคลอน
ฉันยังนั่งหลบฝนอยู่ใต้ชายคาตึกฝั่งตรงข้าม ปวดหัวตัวร้อนเพราะตากฝนมาทั้งวัน
แล้วฉันก็เห็นประตูหลังครัวโรงแรมเปิดออก

ภาคินเดินออกมา — แต่ไม่ใช่ภาคินคนเดิม เขาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา
หิ้วถุงพลาสติกใหญ่สองถุงเดินมาที่ใต้สะพานลอย ที่ซึ่งคนไร้บ้านกลุ่มหนึ่งนอนซุกตัวกันอยู่
เขาวางถุงลง — ข้างในคือข้าวกล่องอุ่นๆ จากครัวโรงแรม น้ำดื่ม ผ้าห่ม

"ลุงครับ วันนี้มีต้มยำด้วย กินตอนยังร้อนนะ"
เสียงเขาอ่อนโยนจนฉันแทบไม่เชื่อว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อตอนเย็น

ชายแก่คนหนึ่งลุกขึ้นมารับ "บุญรักษานะไอ้คิน มาทุกคืนเลย พ่อมึงรู้ไหมเนี่ย"

"รู้ก็ตายสิครับลุง" ภาคินหัวเราะเบาๆ
"พ่อให้เอาข้าวที่เหลือไปทิ้ง บอกว่าให้คนจรมันเสียนิสัย... ผมเลยแอบเอามาเอง"

ฉันยืนนิ่งในเงามืด หัวใจเต้นแปลกๆ

ผู้ชายที่เตะถังข้าวฉันกลางล็อบบี้ตอนเย็น... คือผู้ชายคนเดียวกับที่กำลังคุกเข่า
ปูผ้าห่มให้คนแก่ใต้สะพานตอนนี้?


แล้วฉันก็ทรุดลง สายตาพร่า ตัวร้อนจัด ก่อนหมดสติไป ฉันได้ยินเสียงตะโกน
"เฮ้ย! ผู้หญิง! เป็นอะไรน่ะ!" แล้วก็เป็นมือคู่หนึ่งที่อุ้มฉันขึ้น มือของคนที่ฉัน
เพิ่งตัดสินว่าเลวที่สุด



ฉันตื่นขึ้นบนเตียงนุ่ม ในห้องที่อุ่นสบาย ผ้าเช็ดตัวเย็นๆ วางบนหน้าผาก

"ฟื้นแล้วเหรอ" ภาคินนั่งอยู่ข้างเตียง ตาแดงก่ำเพราะอดนอน

"ไข้ขึ้นสูงมาก หมอบอกว่าปอดอักเสบนิดหน่อย ผม...
ผมพาขึ้นมาห้องพักพนักงานน่ะ ไม่รู้จะพาไปไหน"

ฉันมองเขางงๆ เขารีบเสริม "อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้ทำอะไร แค่... ขอโทษเรื่องตอนเย็น
ผมอารมณ์เสียจากเรื่องงาน เลยลงกับคุณ มันไม่ถูก"

เขายื่นชามโจ๊กร้อนๆ มาให้ "กินก่อน เดี๋ยวยาจะกัดกระเพาะ"

ฉันรับมาด้วยมือสั่น สามวันที่ปลอมตัว ไม่มีใครมองหน้าฉันด้วยซ้ำ มีแต่คนเดินเลี่ยง
บางคนเอาเท้าเขี่ย แต่คนที่เตะถังข้าวฉัน กลับเป็นคนเดียวที่อุ้มฉันขึ้นมาจากกองฝน

"ทำไม... ถึงช่วยหนู" ฉันถาม "เมื่อเย็นยังไล่หนูไม่ใช่เหรอ"

ภาคินเงียบไปนาน มองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนยังตก

"เพราะแม่ผมเคยเป็นแบบคุณ" เขาพูดเสียงเบา "ก่อนจะมาเจอพ่อ แม่เป็นเด็กเสิร์ฟร้านก๋วยเตี๋ยว
เคยอดข้าวสามวัน เคยถูกไล่ออกจากใต้ชายคาตอนฝนตก... พ่อชอบเล่าให้ฟังเวลาจะสอนว่า
ตระกูลเรามาไกลแค่ไหน แต่พอแม่ตาย พ่อก็ลืมหมด ลืมว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยไม่มีอะไร"

เขาหันมายิ้มเศร้าๆ

"เมื่อเย็นที่ผมเตะถังคุณ... คืนนั้นผมเกลียดตัวเองมาก ผมกลายเป็นคนที่แม่ไม่อยากให้ผมเป็น"

หัวใจฉันบีบรัด ฉันมาที่นี่เพื่อตัดสินคนคนหนึ่ง ด้วยมาตรฐานของพ่อฉัน —
"ดูตอนเขาคิดว่าเราไร้ค่า" แต่ฉันลืมไปว่า คนเรามีมากกว่าหนึ่งด้านเสมอ



สามวันต่อมา ฉันยังพักฟื้นอยู่ในห้องพนักงานชั้นบนสุด ภาคินแวะมาทุกเช้าและทุกคืน เอาข้าวมาให้
เอายามาให้ บางคืนนั่งคุยกันจนดึก เขาเล่าเรื่องแม่ เรื่องความกดดันของการเป็นทายาท
เรื่องที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

และคืนสุดท้ายก่อนวันเซ็นสัญญา ฝนตกหนักที่สุด

ไฟดับทั้งตึกเพราะพายุ เหลือแต่แสงเทียนที่ภาคินจุด เขามานั่งข้างเตียงฉันอีกครั้ง
แต่คืนนี้บรรยากาศต่างออกไป

"พรุ่งนี้ผมต้องไปเซ็นสัญญาสำคัญ"

เขาพูดพลางมองเปลวเทียน

"เจ้าของที่ดินที่โรงแรมตั้งอยู่ ถ้าต่อสัญญาไม่ได้ ทุกอย่างที่ตระกูลผมสร้างมา
ห้าสิบปีจะพังหมด... แต่รู้ไหม คืนนี้ผมกลับนั่งอยู่ตรงนี้ กับคุณ"

เขาหันมามองฉัน แสงเทียนสะท้อนในดวงตา

"ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชื่ออะไรจริงๆ แต่สามวันนี้... ผมรู้สึกเป็นตัวเองมากกว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมา"

มือของเขาค่อยๆ เลื่อนมาปัดเส้นผมที่หลุดมาบังหน้าฉัน นิ้วอุ่นๆ แตะลงบนแก้ม
ฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง

"ผมขอ... ได้ไหม" เขากระซิบ ใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจปะทะกัน

ในแสงเทียนริบหรี่ กลางเสียงฝนกระหน่ำ ริมฝีปากของเราสัมผัสกัน — อ่อนโยน ลังเล
แล้วค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น มือของเขาโอบเอวฉันไว้ ดึงเข้าหากันราวกลัวจะหลุดลอย
ความอุ่นจากร่างของเขาแผ่ซ่านไล่ความหนาวที่เกาะกินมาสามวัน

ฉันควรหยุด ฉันควรบอกความจริง — ว่าฉันคือใคร ว่าพรุ่งนี้คนที่เขาจะเจอในห้องประชุมคือฉัน

แต่คืนนั้น ใต้แสงเทียนและสายฝน ฉันไม่อยากเป็น

"ดร.นภัสสร เจ้าของที่ดินสองพันล้าน"

ฉันแค่อยากเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งกอดไว้เหมือนเธอคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก

(ม่านปิดลงพร้อมเปลวเทียนที่ดับไปในสายลม... บางค่ำคืนก็ไม่ต้องการพยาน
นอกจากความมืดและหัวใจสองดวง)




เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นมาบนเตียงที่ว่างเปล่า มีโน้ตวางอยู่ "ไปเซ็นสัญญาก่อนนะ กลับมาจะเล่าให้ฟัง
แล้วคืนนี้... ขอรู้จักชื่อจริงคุณได้ไหม — ภาคิน"

ฉันยิ้ม พับโน้ตเก็บใส่อก แล้วลุกไปอาบน้ำ

เก้าโมงเช้า ห้องประชุมใหญ่ชั้นยี่สิบของตึกแอสตร้า แลนด์

ภาคินนั่งรออยู่กับพ่อ — ประเสริฐ วรัญชิต เจ้าของเครือโรงแรม สีหน้าเคร่งเครียด
เลขาฯ ของฉันเดินเข้ามาบอกว่า "ท่านประธานมาแล้วค่ะ"

ประตูเปิดออก..ฉันเดินเข้าไปในชุดสูทสีขาวสะอาด ผมเซ็ตเรียบ รองเท้าส้นสูง
— แต่ใบหน้านี้ ภาคินจำได้ทันที แก้วน้ำในมือเขาร่วงลงพื้นแตกกระจาย

"คุณ..." เขาลุกขึ้นยืน ตัวสั่น "คุณคือ... ผู้หญิงคนนั้น... ขอทาน..."

"ดิฉัน นภัสสร ธนเดชา ค่ะ" ฉันยิ้มเรียบๆ ยื่นมือให้พ่อเขาจับ

"เจ้าของที่ดินที่โรงแรมของคุณตั้งอยู่ ขอโทษที่นัดหลายครั้งแล้วไม่ได้มา... ดิฉันติดธุระ
ไปนั่งดูนิสัยลูกชายคุณอยู่หน้าโรงแรมสามวันน่ะค่ะ
"

ทั้งห้องเงียบกริบ

ประเสริฐหน้าซีด หันไปมองลูกชายด้วยสายตาคาดคั้น ภาคินยืนนิ่งราวต้องมนตร์ ใบหน้า
สลับสีจากขาวเป็นแดง เขานึกออกหมดแล้ว — ถังข้าวที่เตะ คำพูดที่ว่า "ขยะ" รองเท้า
ที่เหยียบแบงก์ยี่สิบ

"ดร.นภัสสรครับ" ประเสริฐรีบเข้ามา

"เรื่องเมื่อวาน ผมต้องขอโทษแทนลูกชาย เด็กมันไม่รู้ ผมจะลงโทษมันเอง
ขอแค่... ขอแค่เซ็นต่อสัญญา ผมยอมทุกเงื่อนไข"

ฉันมองภาคิน เขาไม่ได้มองพ่อ ไม่ได้สนใจสัญญา เขามองฉันด้วยสายตาที่เจ็บปวด
อย่างบอกไม่ถูก — ไม่ใช่กลัวเสียโรงแรม แต่เจ็บที่... คืนเมื่อวาน



ฉันวางแฟ้มสัญญาลงบนโต๊ะ

"ดิฉันตัดสินใจแล้วค่ะ" ฉันพูดเสียงเรียบ

"เมื่อสามวันก่อน ดิฉันตั้งใจจะไม่ต่อสัญญา จะให้ที่ดินนี้ไปทำโครงการอื่น
เพราะดิฉันเห็นทายาทของเครือนี้ เตะถังข้าวคนจนกลางล็อบบี้ แล้วบอกว่า
'ในโรงแรมกู ทุกอย่างเป็นของกู'"

ภาคินก้มหน้า กำมือแน่น "แต่..."

ฉันพูดต่อ

"คืนนั้นตีหนึ่ง ดิฉันเห็นทายาทคนเดิม แอบเอาข้าวจากครัวไปแจกคน
ไร้บ้านใต้สะพาน คุกเข่าปูผ้าห่มให้คนแก่ เรียกเขาว่า 'ลุง' "

ประเสริฐหันไปมองลูกด้วยความตกใจ "ภาคิน... แกทำแบบนั้น?"

"คนเรามีหลายด้านค่ะ คุณประเสริฐ" ฉันมองตาภาคิน

"พ่อดิฉันสอนให้ตัดสินคนตอนเขาคิดว่าเราไร้ค่า แต่ดิฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อสอนไม่ครบ
— เพราะคนเราเลวได้ในวันที่อ่อนแอ และดีได้ในวันที่ไม่มีใครเห็น"

ฉันหยิบปากกาขึ้นมา

"ดิฉันจะต่อสัญญาให้ค่ะ" — ประเสริฐถอนหายใจโล่งอก — "แต่มีเงื่อนไขเดียว ไม่เกี่ยวกับเงิน"

ฉันมองภาคิน "ที่ดินผืนข้างโรงแรมที่ทิ้งร้าง ดิฉันจะยกให้ฟรี ให้สร้าง 'บ้านพักผ่านคืน'
 สำหรับคนไร้บ้าน
ครัวโรงแรมแกรนด์ แอสตร้า ต้องส่งอาหารที่เหลือไปที่นั่นทุกคืน —
อย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องแอบอีกต่อไป และคนที่ดูแลโครงการนี้... ต้องเป็นคุณ ภาคิน"

ภาคินเงยหน้าขึ้น ตาแดง "ทำไม... ทำไมถึงให้โอกาสผม ทั้งที่ผมทำกับคุณขนาดนั้น"

ฉันยิ้ม "เพราะเมื่อสามวันก่อน ตอนดิฉันเป็นขอทาน ไม่มีใครในโรงแรมหมื่นล้านนี้มองหน้า
ดิฉันเลยสักคน... ยกเว้นคนที่อุ้มดิฉันขึ้นมาจากกองฝนตอนตีหนึ่ง"



แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น

หกเดือนต่อมา "บ้านพักผ่านคืน แอสตร้า" เปิดทำการ ภาคินทุ่มเททั้งกายใจ เขาเปลี่ยนไป
เป็นคนละคน อ่อนน้อม จริงใจ เราคบกันอย่างเงียบๆ เขาไม่เคยสนว่าฉันรวยแค่ไหน
เขารักฉันแบบที่รักผู้หญิงในคืนแสงเทียนคนนั้น

จนคืนหนึ่ง เขาคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน — กลางสายฝน หน้าโรงแรมแกรนด์ แอสตร้า
ตรงจุดเดิมที่เขาเคยเตะถังข้าวฉัน

"นภัส" เขาพูด น้ำฝนกับน้ำตาปนกัน "ที่จุดนี้ ผมเคยทำให้ผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิต
คุกเข่าเก็บเหรียญในสายฝน วันนี้ผมขอคุกเข่าคืนให้คุณ — ตลอดชีวิตที่เหลือ
คุณจะแต่งงานกับผมไหม"

ทั้งล็อบบี้ที่เคยหัวเราะเยาะฉัน วันนี้ยืนปรบมือ บางคนที่เคยถ่ายคลิปประจาน
วันนี้ถ่ายคลิปด้วยน้ำตา ฉันก้มลงจูบเขากลางสายฝน

พ่อคะ... หนูเจอคนที่ใช่แล้ว ไม่ใช่เพราะเขาดีพร้อม แต่เพราะในวันที่เขา
คิดว่าหนูไร้ค่าที่สุด เขายังเลือกที่จะอุ้มหนูขึ้นมา




...แต่ในกระเป๋าสูทของภาคินคืนนั้น มีจดหมายฉบับหนึ่งที่เขายังไม่ได้บอกฉัน

จดหมายจากพ่อของเขา ประเสริฐ — ที่เพิ่งตรวจพบว่าตระกูลธนเดชาของฉัน
กับตระกูลวรัญชิตของเขา มีเรื่องบาดหมางกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ... และการที่ฉัน "บังเอิญ"
มาเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย

แต่นั่น... เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ฉันจะเล่าให้ฟังในคืนหน้า

— จบเรื่องที่ 1 —



📌 ปล. จากคนเล่า
1) เขียนเรื่องนี้ตอนตีสองหลังกลับจากเฝ้าร้าน เจอลูกค้าคนรวยด่าพนักงานเสิร์ฟจนร้องไห้ เลยอยากให้ตัวละครแบบนี้ได้บทเรียนบ้าง 😌
2) ตอนหน้าจะเป็นเรื่องที่ 2 — "เด็กเชียร์เบียร์ที่ถูกราดเบียร์ใส่หน้า...พรุ่งนี้กลายเป็นเจ้านาย" ปมแรงกว่าเดิม
3) ใครชอบแนวเศรษฐีปลอมตัว vs แนวเกิดใหม่แก้แค้น คอมเมนต์บอกหน่อย เดี๋ยวจัดให้ตรงสาย

ชวนคุยท้ายเรื่อง
1. ถ้าเป็นคุณ จะให้อภัยภาคินเหมือนนภัสสรไหม หรือไม่ต่อสัญญาไปเลย?
2. ประโยค "คนเราเลวได้ในวันที่อ่อนแอ และดีได้ในวันที่ไม่มีใครเห็น" — จริงไหมในชีวิตจริง?
3. เคยเจอคนที่ "ดูถูกคนตามเสื้อผ้า" ไหมครับ เล่าให้ฟังหน่อย
4. อยากให้จดหมายปริศนาของพ่อภาคิน เฉลยเป็นปมอะไร? (แค้นเก่า / สลับลูก / หนี้ซ่อนเร้น)
5. คู่นี้ให้กี่คะแนนเต็มสิบ 🔥

🎁 Reward: ใครเดาปมจดหมายปริศนาถูก ทักมาในอินบ็อกซ์ เดี๋ยวส่งโครงเรื่องภาค 2 (ฉบับยังไม่ลง) ให้อ่านก่อนใคร

พรุ่งนี้เจอกันเรื่องที่ 2 — "ราดเบียร์ใส่หน้าหนูคืนนั้น พรุ่งนี้หนูเซ็นไล่คุณออกค่ะคุณชาย" 🍺
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง