ดั่งใจปรารถนา (The Price of Faith) ตอนที่ 1: สีผึ้งมธุรส

เริ่มโดย etatae333, 29 มิถุนายน 2026, 09:06:20

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

ดั่งใจปรารถนา
(The Price of Faith)
ตอนที่ 1: -สีผึ้งมธุรส


ความโลภของมนุษย์มักเดินทางลัดเสมอ และในโลกสีเทาที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง เครื่องราง
ของขลังจึงไม่ใช่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เป็นเครื่องมือสนองตัณหา ทว่าน้อยคนนักจะตระหนักว่า
วัตถุอาถรรพ์ที่ได้มาง่ายดายนั้น ล้วนมีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายคืนด้วยเลือดเนื้อและชีวิต


... โดยเฉพาะของที่เคี่ยวหุงมาจากน้ำมันของคนตาย




ทัศน์ เป็นทนายความหนุ่มประเภทที่หากมีใครเดินเข้าไปหาเขาพร้อมความยุติธรรม เขาจะถามหา
'เงิน' ก่อนเป็นอันดับแรก เขาเป็นคนฝีปากดี ลื่นไหลเหมือนปลาไหลชุบน้ำมัน สามารถพลิกดำ
ให้เป็นขาว พลิกคนผิดให้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ได้เพียงแค่ใช้ลิ้นสามนิ้ว


ที่ผ่านมาเขาบิดเบือนกฎหมายเพื่อรับเงินก้อนโตจากคนรวยมานักต่อนัก จนกระทั่งเขาได้รับ
ตลับถมทองเหลืองขึ้นสนิมเขียวที่บรรจุ 'สีผึ้งมธุรส' มาจากสัปเหร่อท้ายป่าช้าคนหนึ่ง
พร้อมคำเตือนสั้น ๆ ว่า

"หุงจากรังผึ้งป่าช้าและน้ำมันพราย ทาเพียงบาง ๆ เท่าปีกยุงก่อนขึ้นความ
และห้ามพูดโกหกเกินสามเรื่องในวันเดียวกัน มิฉะนั้นผึ้งจะรุมตอมน้ำหวาน"


ทัศน์ไม่ได้งมงาย แต่ในคดีมรดกเลือดเมื่อสามเดือนก่อนที่เขาจวนตัว เขาตัดสินใจลองใช้
ปลายนิ้วแตะเนื้อยาเหนียวสีน้ำตาลไหม้เพียงนิดเดียวแล้วทาบาง ๆ ที่ริมฝีปาก ผลลัพธ์
ในศาลวันนั้นทำเอาเขาขนลุก น้ำเสียงของเขาไพเราะกังวานราวกับเสียงมนต์สะกด
คณะผู้พิพากษาและลูกขุนเคลิบเคลิ้มพยักหน้าเออออตามเขาทุกคำ

วันนั้นเขาโกหกไปเพียงเรื่องเดียวคือนัดแนะพยานเท็จ คดีพลิกชนะอย่างง่ายดาย
ทัศน์ได้เงินก้อนแรกมาซื้อรถยุโรปคันหรู


จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ความย่ามใจก็เริ่มก่อตัว คดีถัด ๆ มา ทัศน์เริ่มขยับมาใช้สีผึ้งบ่อยขึ้น
จากทาเฉพาะคดีใหญ่ ก็เริ่มทาทุกครั้งที่ต้องเจรจาธุรกิจ ขูดรีดเปอร์เซ็นต์จากลูกความ
หรือแม้แต่โกหกฮุบเงินเพื่อนร่วมงาน

เขารักษาตัวเลขคำโกหกให้อยู่ในกฎ "ไม่เกินสามเรื่องต่อวัน" อย่างเคร่งครัดมาตลอด
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้าที่ควบคุมชะตาชีวิตคนได้ด้วยฝีปาก ทัศน์ร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อมกับหัวใจที่ด้านชาลงทุกที

จนกระทั่งมหากาพย์คดีล่าสุดมาถึง ทัศน์รับเงินใต้โต๊ะก้อนมหึมาจากกลุ่มทุนมืดเพื่อโกงที่ดิน
ทำกินของชุมชนโบราณในจังหวัดน่าน มูลค่าที่ดินเฉียดร้อยล้าน คดีนี้ทัศน์ย่ามใจคิดว่าจะ
เคี้ยวหมูเหมือนทุกครั้ง ทว่ารอบนี้แกนนำชาวบ้านกลับสู้ยิบตา แถมทนายฝั่งจำเลยยังขุด
หลักฐานการถือครองสิทธิ์และโฉนดดั้งเดิมขึ้นมาสู้ได้อย่างแน่นหนา


ในวันสืบพยานนัดสุดท้าย ทัศน์โดนทนายฝั่งตรงข้ามต้อนจนมุมกลางศาล เอกสารเท็จ
ที่เขาเตรียมมาถูกจับผิดได้ทีละชิ้น ผู้พิพากษาเริ่มมองทัศน์ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ถ้าแพ้คดีนี้ เงินร้อยล้านจะปลิวหาย และชื่อเสียงทนาย
มือหนึ่งของเขาจะพังพินาศทันที

ความกลัวและความโลภบีบให้ทัศน์ตัดสินใจแหกกฎข้อแรก... ช่วงพักครึ่งเวลา
ทัศน์ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำศาลอย่างบ้าคลั่ง เขาชักตลับสีผึ้งมธุรสออกมาด้วยมือที่สั่นเทา

'ทาบาง ๆ มันไม่พอแล้ว เอกสารฝั่งมันแน่นเกินไป กูต้องใช้เสียงที่ทรงพลังกว่านี้!'



ทัศน์ใช้นิ้วชี้ควักเนื้อยาเหนียวสีน้ำตาลไหม้ออกมาเป็นก้อนโต แล้วละเลงทาจนหนาเตอะ
เยิ้มชุ่มริมฝีปากบนและล่าง กลิ่นหอมหวานปนสาบสางของคนตายอบอวลไปทั่วห้องน้ำ

เมื่อกลับเข้าสู่บัลลังก์ศาล มนต์สะกดจากสีผึ้งที่ทาหนาเตอะส่งผลรุนแรงทันที ทัศน์เริ่ม
รัวฝีปากแถลงปิดคดี น้ำเสียงของเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่มันหวานล้ำสะกดจิตจนคน
ทั้งห้องศาลตานิ่งลอย

ทัศน์ไม่รอช้า พ่น คำโกหกเรื่องที่หนึ่ง อ้างว่าชาวบ้านปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์สวมสิทธิ์คนตาย
และตามด้วย คำโกหกเรื่องที่สอง ว่าแกนนำชาวบ้านจัดตั้งม็อบเพื่อกรรโชกทรัพย์บริษัทนายทุน
คณะลูกขุนพยักหน้ารับอย่างลุ่มหลง ฝั่งชาวบ้านเริ่มหน้าเสียร้องไห้โฮ


ทัศน์ยิ้มกริ่มในใจ ทว่า ทนายฝั่งจำเลยกลับไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นกางหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เป็น
บันทึกจากศาลากลางหักล้างคำพูดของทัศน์ทันควัน ผู้พิพากษาที่เริ่มได้สติสะบัดหัวชะงักไป
ทัศน์รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้มนต์จะคลาย เขาจึงต้องพ่น คำโกหกเรื่องที่สาม ออกไปเสียงดังลั่น

"หลักฐานจากศาลากลางชิ้นนั้น ทนายฝั่งจำเลยแอบอ้าง
และติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อทำขึ้นมาเองครับ!"


สิ้นเสียงคำโกหกเรื่องที่สาม... ทัศน์รู้สึกโล่งอกที่ผู้พิพากษากลับมาเคลิบเคลิ้มอีกครั้ง
แต่ในวินาทีนั้นเอง ทนายฝั่งจำเลยกลับยิงคำถามสวนกลับมาทันทีอย่างมีชั้นเชิงว่า

"ถ้าเช่นนั้น คุณทนายทัศน์มีหลักฐานการโอนเงินหรือพยานบุคคล
ที่ข้าพเจ้าไปติดสินบนไหมครับ? ตอบศาลมาตามความจริงด้วย!"


คำถามนี้เหมือนลิ่มที่ตอกเข้ากลางอก ทัศน์ตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เขากำลังโดนบีบให้จนมุม
ถ้าเขาเงียบ... คดีพลิกแพ้ทันที ถ้าเขาจะตอบ... เขาไม่มีหลักฐานจริง และกฎเหล็ก
ของสีผึ้งค้ำคออยู่ว่า ห้ามโกหกเรื่องที่สี่

เหงื่อกาฬไหลโซมใบหน้าทัศน์ รสชาติหวานล้ำในปากเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่นและร้อนผ่าว
ราวกับมีใครสาดถ่านแดงเดือดลงไปในลำคอ แววตาของเขาเหลือบมองเก้าอี้ผู้พิพากษา มองสบตา
ชาวบ้านตาสีตาสาที่กำลังจะรอดพ้นจากน้ำมือเขา ความรักตัวกลัวตายและอีโก้ที่ค้ำคอทำให้อารมณ์
อยู่เหนือเหตุผล ทัศน์ขบกรามแน่น นึกท้าทายกฎเกณฑ์ในใจ

'กูโกหกมาเป็นร้อยเรื่องแล้ว กฎบ้าบออะไรนั่นจะมาทำอะไรกูได้ในห้องศาลศักดิ์สิทธิ์แบบนี้!'

ทัศน์อ้าปากขยับลิ้นสามนิ้ว แล้วพ่น คำโกหกเรื่องที่สี่ เพื่อเอาตัวรอดออกไปเต็มเสียง

"กระผมมีพยานเอกสารลับลับที่กำลังเดินทางมาครับ และแกนนำชาวบ้านคนนี้
เคยมีประวัติลอบวางเพลิงโรงงานด้วย!"


สิ้นเสียงคำโกหกเรื่องที่สี่... โลกทั้งใบของทัศน์ก็เงียบงันลง

หึ่ง... หึ่ง...



เสียงครางต่ำลึกลับดังสะท้อนขึ้นจากใต้พื้นไม้ของห้องพิจารณาคดี ทัศน์สะดุ้งสุดตัว ริมฝีปาก
ที่ชุ่มไปด้วยสีผึ้งหนาเตอะเริ่มเหนียวเหนอะหนะอย่างรวดเร็ว เนื้อยาแปรสภาพกลายเป็นคราบน้ำผึ้ง
เหนียวข้นเยิ้มปิดกั้นช่องว่าง ทัศน์เบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่า ริมฝีปากบนและล่าง
ของเขาหลอมรวมตรึงเนื้อติดกันสนิทเกลี่ยเป็นชิ้นเดียว! ราวกับปากของเขาไม่เคยมีช่องเปิดมาก่อน
ในชีวิต เขาไม่สามารถอ้าปากแยกออกจากกันได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว ลิ้นของเขาถูกขังตายอยู่ข้างใน


ครืนนนนน!

ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพิจารณาคดีก็แตกละเอียดฝังกระจาย! ฝูงผึ้งป่าช้า
ตัวมหึมานับหมื่นตัว พร้อมด้วยแมลงวันหัวเขียวฝูงใหญ่ บินแห่ทะลักเข้ามาดั่งพายุทอร์นาโดสีดำ
พวกมันพุ่งตรงดิ่งมาที่ใบหน้าของทัศน์ทันทีตามกลิ่นน้ำมันคนตายและน้ำหวานอาถรรพ์
ที่เอ่อล้นออกมาชดใช้กรรม

"อื้อออ! อื้ออออ!" ทัศน์ร้องคำรามได้เพียงในลำคอ ดิ้นพล่านลงไปกองกับพื้นห้องศาล
มือสองข้างพยายามจิกแกะริมฝีปากตัวเองจนเนื้อหลุด เลือดสด ๆ ไหลทะลักปนคราวน้ำผึ้ง
แต่ปากก็ยังปิดตาย ฝูงผึ้งรุมเกาะบนใบหน้าของทัศน์จนดำมืด พวกมันเริ่มใช้เหล็กในต่อย
และไต่ทะลักเข้าไปทางรูจมูกและช่องหูเพื่อตามหากลิ่นน้ำหวานรสเลิศที่อยู่ลึกลงไปในลำคอ

ในสายตาของทุกคนในศาล ภาพตรงหน้าคือผลกรรมวิปริตชวนสยดสยอง ผิวหนังรอบปากและ
แก้มของทัศน์ที่เคยหยิ่งผยอง เริ่มบวมเป่งและแปรสภาพกลายเป็นเนื้อเยื่อรวงผึ้งสีเหลืองหม่นขรุขระ
ตัวผึ้งนับร้อยพยายามมุดขยับตัวเข้า-ออกซ่อนตัวอยู่ในเนื้อปากและแก้มของเขา ร่างกายของเขา
กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น 'รังผึ้งที่มีชีวิต'

ทัศน์ไม่สามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เลยแม้แต่แอะเดียว ลิ้นสามนิ้วที่เคยย่ามใจ
ใช้ทำลายชีวิตคนอื่น บัดนี้ถูกบดขยี้และกัดกินจากอวัยวะภายในช่องปากด้วยปากของแมลงนับพัน
ตัวอย่างช้า ๆ แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความทรมานและสิ้นหวังขีดสุด ก่อนที่ร่างของเขา
จะชักกระตุกและแน่นิ่งสนิทคาพื้นศาล ท่ามกลางเสียงหึ่ง ๆ ของฝูงแมลงที่ทำหน้าที่พิพากษา
เด็ดขาด... ในแบบที่กฎหมายมนุษย์และเงินของเขาไม่เคยเอื้อมไปถึง


กฎของเครื่องรางนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา... ยิ่งมนุษย์ย่ามใจได้ใจจากมันมากเท่าไหร่
ก็จะยิ่งถูกมันบีบให้ดิ่งลึกจนถึงทางตัน และเมื่อเลือกที่จะแหกกฎเพื่อเอาตัวรอด อาถรรพ์ของ
สีผึ้งมธุรสก็จะช่วยปิดปากนั้นไว้... ตลอดกาล




*แม้ในภาษาทั่วไป คนไทยมักคุ้นกับคำว่า "ขี้ผึ้ง" (wax) มากกว่า แต่ในสายเครื่องรางและไสยศาสตร์ไทย
จะใช้คำว่า "สีผึ้ง" คำว่า "สีผึ้ง" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขี้ผึ้งธรรมดา แต่หมายถึง เครื่องรางที่ใช้ทาปาก
หรือริมฝีปากเพื่อเสริมเมตตามหานิยมและวาจา


friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง