หน้ากากนางฟ้าในคืนฝนพรำ ภาค 10: ในเงามืดของภารกิจลับ... สัมผัสต้องห้ามใต้ฝนพรำ

เริ่มโดย don, 28 พฤษภาคม 2026, 19:32:57

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

ผมมองร่างน้องแพรในชุดเดรสสีดำสนิทที่กำลังจะก้าวลงจากรถเบนซ์คันหรูคันเดิมของชายคนนั้น. ท่ามกลางสายฝนพรำหนักที่สาดซัดกระจกคอนโดผม มือผมกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อตัวเอง. ผมจะต้องทนเห็นภาพนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันแน่?

คืนนั้นเป็นคืนที่ฝนตกหนักที่สุดเท่าที่ผมจำได้นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูฝนที่กรมอุตุฯ เตือนว่าอาจมีพายุเข้าช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงต้นมิถุนายนทั่ว 71 จังหวัด ท้องฟ้าสีดำทะมึนราวกับกำลังบีบอัดทุกอย่างให้จมดิ่งลงไปพร้อมกับหยาดฝนที่กระหน่ำไม่หยุด. ผมยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ในห้องคอนโดตัวเอง มองดูรถคันหรูคันนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากลานจอดรถใต้ดิน. ทิ้งไว้เพียงเงาที่ริบหรี่และใจผมที่ปวดร้าว.

ไม่นานนัก เสียงกริ่งประตูห้องก็ดังขึ้น. หัวใจผมเต้นระรัวราวกับกลองศึก ผมสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย แพรยืนอยู่ตรงหน้าผม ในชุดเดรสสีดำที่เปียกชุ่มเล็กน้อยจากละอองฝน. ใบหน้าเธอดูอ่อนล้า ดวงตาคู่นั้นดูหม่นหมองกว่าที่เคยมีมา. ผมมองเธอ เราต่างเงียบงัน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก. มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่กรีดกรายไปตามผืนผ้าใบแห่งความเงียบงันของเรา.

"พี่..." เสียงของแพรเบาหวิว ราวกับกระซิบออกมาจากส่วนลึกของจิตใจที่แตกสลาย "แพรขอโทษ..."

ผมก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ดึงเธอเข้ามากอดแน่น. แพรซบลงกับอกผม แรงกอดของเธอสะท้อนความเปราะบางและหวาดกลัวที่ผมสัมผัสได้. กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายคนอื่นยังคงจางๆ ติดอยู่บนชุดเดรสของเธอ มันเสียดแทงใจผม แต่ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สนใจมัน ผมอยากปกป้องเธอ อยากให้เธอหลุดพ้นจากพันธนาการนี้.

"ไม่เป็นไรนะน้องแพร..." ผมกระซิบตอบ ก้มลงจูบที่เรือนผมที่เปียกชื้นของเธอ ผมไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่กลับรู้สึกสงสารและเจ็บปวดแทนเธอมากกว่า. เธอกำลังแบกรับอะไรที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะทนไหว.

เรายืนกอดกันอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเราสองคน. ผมสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ไหล่ของเธอ ผมค่อยๆ ประคองเธอไปที่โซฟา เธอนั่งลงช้าๆ เหมือนไร้เรี่ยวแรง ผมทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเธอ จับมือที่เย็นเฉียบของเธอขึ้นมาแนบแก้ม.

"แพรเล่าให้พี่ฟังได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น..." ผมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้.

แพรเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาของเธอฉายแววหวาดกลัว "มัน... มันไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูลอย่างเดียวค่ะพี่... เขา... เขาเป็นคนอันตราย เขาไม่ใช่แค่เจ้าของกิจการธรรมดาเหมือนที่ไนติงเกลบอกแพร..." เสียงของเธอขาดห้วงไป เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง มือที่อยู่ในมือผมกำแน่นขึ้น.

ผมรู้ว่าเธอพยายามจะเล่า แต่ความกลัวที่เกาะกุมใจเธอทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก. ผมไม่กดดันเธออีกต่อไป ผมรู้ว่าเธอคงเจอเรื่องที่เลวร้ายมา ผมแค่ต้องการให้เธอรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของผม. ผมดึงเธอขึ้นมายืนอีกครั้ง และพาเธอเดินไปยังห้องนอน.

ในห้องนอนที่สลัวด้วยแสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟข้างเตียง ผมค่อยๆ ปลดซิปชุดเดรสของเธอออก เสื้อผ้าที่เคยเป็นเกราะป้องกันกำลังถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้น. ผมเห็นร่องรอยความอ่อนล้าบนแผ่นหลังเนียน. ผมกอดเธอจากด้านหลัง จูบซับตามไหล่เบาๆ เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ซบเข้ามาหาผมมากขึ้น. กลิ่นกายของเธอเริ่มกลับมาแทนที่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก่อนหน้านี้.

"พี่... แพรกลัว..." เธอกระซิบเสียงสั่น.

"ไม่ต้องกลัวนะน้องแพร พี่อยู่นี่แล้ว" ผมพูดปลอบโยน ผมพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับผม ผมจูบเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงรสชาติเค็มปร่าจากน้ำตาที่ไหลลงมาผสมกับรอยจูบของเรา. จูบที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด และความต้องการที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้.

ผมค่อยๆ อุ้มเธอขึ้นวางบนเตียงอย่างเบามือ. ผิวเนียนนุ่มของเธอกระทบกับผ้าปูที่นอนเย็นๆ ทำให้เธอครางออกมาเบาๆ. ผมถอดเสื้อผ้าของผมออกอย่างเร่งรีบ ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเธอมันเอ่อล้นจนแทบจะระเบิดออกมา. ผมขึ้นคร่อมร่างบาง. แพรเอื้อมมือมาโอบรอบคอผม ดึงผมลงมาจูบอีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่ร้อนแรงและเร่าร้อนกว่าเดิม เธอต้องการผมมากพอๆ กับที่ผมต้องการเธอ.

"อ๊ะ... พี่... ตรงนี้..." แพรครางออกมาเมื่อผมเริ่มสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายเธอ นิ้วมือผมไล่ไปตามร่องเอวบางก่อนจะซุกไซร้เข้าไปในความเป็นหญิงของเธอ. "แพรคิดถึงพี่... คิดถึงมากๆ เลยค่ะ..." เสียงเธอหวานฉ่ำเจือด้วยความออดอ้อน.

ผมไม่รอช้าอีกต่อไป ผมสอดแทรกกายเข้าไปในตัวเธออย่างช้าๆ แพรเกร็งตัวเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงและรัดรึงผมไว้แน่น. ความฟิต ความแคบ และความฉ่ำของเธอทำให้ผมแทบคลั่ง. แรงบีบรัดนั้นมันเย้ายวนจนผมต้องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นเสียงคราง. ผมเริ่มขยับกายเข้าออกช้าๆ อย่างอ่อนโยน เพื่อให้เธอปรับตัว.

"อื้อออ... พี่ขา... แรงอีกค่ะ... แพร... แพรไม่ไหวแล้ว..." เธอครางกระเส่า ผมได้ยินเสียงหัวใจของเธอดังตึกตักอยู่ในอกผม. ผมเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอ้อนวอนของเธอ เสียงครางหวานๆ ของเธอทำให้ผมยิ่งเร่าร้อน. เราสอดประสานกันอย่างบ้าคลั่ง ความต้องการของเราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว.

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานไปทั่วห้องผสมกับเสียงครางของแพรและเสียงหอบหายใจของผม. มันเป็นบทเพลงแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้. ผมมองใบหน้าของแพรที่แดงก่ำ ดวงตาปิดพริ้ม ริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย เธอสวยงามและเย้ายวนเหลือเกินในคืนนี้. ผมสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่เกร็งขึ้นเรื่อยๆ ภายในตัวเธอ. เธอกำลังจะไปถึงจุดนั้นอีกครั้ง.

"พี่... อ๊ะ... แพร... แพรไม่ไหวแล้ว... อ๊าาาาา!" แพรกรีดร้องออกมาเมื่อเธอไปถึงจุดสูงสุด ร่างกายเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง. ผมมองเธอด้วยความรักและห่วงใย ก่อนที่ผมเองก็จะปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดออกมาภายในตัวเธอ. น้ำรักอุ่นๆ ไหลทะลักเข้าไปข้างใน ความรู้สึกเติมเต็มทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและปวดร้าวไปพร้อมๆ กัน.

เรากอดกันแน่นบนเตียงที่เปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อ. แพรซบหน้าลงกับอกผม สูดดมกลิ่นกายของผมราวกับต้องการจะซึมซับทุกอย่างให้มากที่สุด. ผมจูบซับที่หน้าผากของเธอเบาๆ. เราต่างรู้ดีว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้มาในคืนนี้มันอาจจะต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างในวันพรุ่งนี้. เสียงข่าวเศรษฐกิจทางวิทยุที่เปิดแผ่วเบาในห้องนั่งเล่นประกาศว่าราคาทองคำวันนี้ปิดร่วงหนักถึง 1,150 บาทต่อบาททองคำ ทิ้งตัวลงไปเหลือ 68,900 บาทสำหรับทองรูปพรรณ... โลกภายนอกยังคงผันผวน แต่โลกเล็กๆ ของเราในตอนนี้มันหยุดนิ่ง มีเพียงเราสองคน.

"พี่... แพรมีอะไรจะให้ดู..." แพรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง. เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างโซฟา. ผมมองเธอด้วยความสงสัย. เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า และดึงสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่ห่อด้วยผ้าแพรสีดำออกมา. มันดูเก่าและชำรุด. "นี่คือสมุดบันทึกที่แพรเจอในเซฟของเขาค่ะ... มีแค่ไม่กี่หน้าเท่านั้นที่เหลืออยู่..."

เธอส่งมันให้ผม ผมรับมาถือไว้ สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของมัน. เมื่อผมเปิดหน้าแรกออก ผมก็เห็นลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึม. "โครงการไนติงเกล... เฟส 3... การทดสอบความภักดี... ผู้คุมจะถูกคัดเลือก..." ผมอ่านออกเสียงเบาๆ ใจผมเริ่มเต้นแรงขึ้น. มันไม่ใช่แค่ภารกิจล้วงความลับธรรมดา แต่มันคือการทดสอบ... การทดสอบใคร? และใครคือผู้คุม? ขณะที่ผมพลิกไปหน้าถัดไป แพรก็สะกิดแขนผมเบาๆ.

"พี่... ดูนี่สิคะ..." เธอกระซิบชี้ไปที่ข้อความสุดท้ายในสมุดบันทึกที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาสีแดงหลายครั้ง แต่ผมยังพอจะอ่านมันออก. ข้อความนั้นเขียนว่า:

"ถ้าเธออ่านสิ่งนี้ แสดงว่าฉันล้มเหลว... และแกคือผู้คุมคนใหม่ของเธอ"

ผมเงยหน้าขึ้นมองแพรด้วยความตกใจ. ผู้คุมคนใหม่? หมายถึงใคร? และทำไมมันถึงมาอยู่ในสมุดบันทึกที่เธอเจอที่นั่น? หรือว่าสมุดเล่มนี้ถูกจัดฉากไว้ให้เธอเจอ? แล้ว 'เงาปริศนา' ที่เตือนผมในตอนก่อนหน้านี้จะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วหรือเปล่า? ความรู้สึกหนาวสะท้านแล่นไปทั่วร่าง.


ปล. คืนนี้ความฉ่ำมันมาพร้อมความเจ็บปวดครับพี่ๆ ปลากรอบเต็มๆ ทุกอณู
ปล.2 ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าน้องแพรเป็นสายลับที่กำลังทำงานให้ใครกันแน่ หรือว่าตัวเธอเองก็เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งในเกมที่ใหญ่กว่าที่เธอคิด
ปล.3 พรุ่งนี้พี่ชายคนนั้นจะกลับมาอีกครั้งพร้อมแผนการที่ไม่คาดคิด!


คำถามชวนคุย:
1. คุณคิดว่า 'ผู้คุมคนใหม่' ที่ถูกเขียนไว้ในสมุดบันทึกหมายถึงใครกันแน่ครับ?
2. แพรมีความสัมพันธ์กับ 'เงาปริศนา' คนที่เตือนผมก่อนหน้านี้ยังไง?
3. ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม คุณจะทนเห็นคนที่คุณรักไปอยู่กับคนอื่นเพื่อภารกิจแบบนี้ได้นานแค่ไหน?
4. มีใครเคยเจอสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างความรักกับภารกิจ/หน้าที่ที่สำคัญบ้างไหมครับ? เล่าสู่กันฟังได้นะ
5. บทบาทขององค์กร 'Nightingale' คืออะไรกันแน่? พวกเขาต้องการอะไรจากน้องแพร?

DM Reward: สำหรับพี่ๆ ที่ร่วมพูดคุย รับรูปภาพเบื้องหลังฉากเดรสดำในคืนฝนตก (SFW) ส่งตรงถึง DM ครับ

พรุ่งนี้: แพรกับผมกำลังถูกจับตามองจากทุกด้าน และเวลาของเรากำลังจะหมดลงแล้ว...
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง