ดั่งใจปรารถนา (The Price of Faith) ตอนที่ 3: ปลัดขิกนางครวญ

เริ่มโดย etatae333, 11 กรกฎาคม 2026, 09:26:45

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

ดั่งใจปรารถนา
(The Price of Faith)
ตอนที่ 3: ปลัดขิกนางครวญ




มนุษย์เรามักประเมินค่า 'ความรัก' ไว้สูงส่งเกินจริง และหลายครั้งก็ยอมแลกทุกสิ่ง
เพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครอง ทว่าพวกเขามักแยกแยะไม่ออกระหว่างความรักแท้บริสุทธิ์
กับ 'ตัณหา' อันมืดบอดที่ขับเคลื่อนด้วยเสน่หาและอีโก้ ยิ่งเมื่อใดที่ได้สิ่งนั้นมาด้วย
เล่ห์กลคาถาอาคม... สิ่งที่ฟื้นคืนกลับมาหาพวกเขาอาจไม่ใช่หัวใจของอีกฝ่าย
แต่เป็นแรงอาฆาตตบะเดรัจฉานที่จะสูบเลือดเนื้อของผู้บูชาจนสิ้นซาก



บทที่ 1: เสน่หาไร้ค่า



ภายในสำนักงานสถาปนิกและตกแต่งภายในอันหรูหราใจกลางเมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางโต๊ะเขียนแบบ
และโมเดลตึกกระจกใสระยิบระยับ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ตัดกับเงาสลัวโทน
ส้ม-เขียวอมฟ้า (Teal and Orange) ของห้องทำงาน ทุกคนในบริษัทต่างรู้จัก


"นนท์" สถาปนิกหนุ่มวัยสามสิบปีผู้มีฝีมือฉกาจ รูปร่างผอมบาง ใบหน้าซีดเซียว และมักจะสวมแว่น
สายตากรอบบาง นนท์เป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว และขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรง เขามักจะ
ถูกเพื่อนร่วมงานมองข้ามและโดนเอาเปรียบเรื่องงานอยู่เสมอ ทว่า ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความเฉยชาคือ
นนท์ลุ่มหลงและแอบรัก "ไหม" มัณฑนากรสาวสุดฮอตประจำบริษัทอย่างหัวปักหัวปํา

ไหมเป็นหญิงสาวผู้อ่อนหวาน บริสุทธิ์ และเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตที่มืดมนของเขา
นนท์เฝ้าคอยช่วยเหลือเธอซ่อมแบบ คอยซื้อกาแฟมาวางให้บนโต๊ะทุกเช้าโดยไม่ลงชื่อ และ
แอบมองเธอจากมุมมืดของห้องทำงานด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมามีเพียง
ความว่างเปล่า ไหมไม่เคยรับรู้ถึงตัวตนของเขาเลย สายตาของเธอมักจะจับจ้องไปที่พวกผู้ชาย
โปรไฟล์ดี ทายาทเจ้าของธุรกิจ หรือเพื่อนร่วมงานที่ปากหวานและมีความมั่นใจ

นนท์กลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในสายตาของคนที่เขาเทิดทูน ความน้อยเนื้อต่ำใจและความริษยาค่อย ๆ
กัดกินจิตใจของเขาจนกลายเป็นความบิดเบี้ยว นนท์เริ่มรู้สึกว่าความดีงามไม่มีความหมายในโลกนี้
หากเขาไม่มี 'เสน่หา' ที่จะดึงดูดเธอได้ เขาจึงเริ่มหันเข้าหาศาสตร์มืด ดั้นด้นไปตามชุมชนเก่าแก่
แถบชานเมือง จนได้พบกับอาจารย์ฆราวาสจอมขมังเวทย์ผู้สันโดษ และได้บูชา

"ปลัดขิกนางครวญแกะจากไม้รักตายพราย"

มาในราคาที่แลกด้วยเงินเก็บทั้งชีวิต เครื่องรางชิ้นนั้นเป็นไม้แกะสลักรูปปลัดขิกขนาดย่อม มีรูป
หญิงสาวเปลือยกายกอดรัดอยู่รอบตัวไม้ ลวดลายอักขระขอมลงชาดสีแดงสดดูราวกับมีเลือดไหลเวียน
นนท์ได้รับคำเตือนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า

"ปลัดขิกนางครวญนี้เลี้ยงด้วยราคะ แต่อย่าให้มันกลืนตัณหาจนเกินขอบเขต จำไว้ให้ดี...
ห้ามเอ่ยชื่อแม่หญิงคนนั้นลับหลังตอนที่มึงอยู่คนเดียวในห้องมืด เพราะนางครวญในไม้จะจำ
และตามไปหักคอทวงส่วนบุญ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามให้คนที่มึงทำเสน่ห์ใส่ ได้เห็น
หรือสัมผัสถูกตัวปลัดขิกนี้เด็ดขาด มิฉะนั้นกระแสอาคมจะตีกลับ หน้ากากเสน่ห์จะพังทลาย
และนางครวญจะหันมากอดรัดมึงแทน"


นนท์ที่กำลังตาบอดด้วยความรักไม่สนใจคำเตือน เขารีบนำเครื่องรางพกติดตัวในกระเป๋ากางเกงทันที



บทที่ 2: รสรักเสน่หาอาคม



ภายในคลับหรูยามราตรีที่คลอเคล้าด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ แสงสีส้มอุ่นจากโคมไฟบนโต๊ะ
อาหารตัดกับแสงไฟนีออนโทนฟ้าเขียวสลัวรอบบาร์อย่างลึกลับ ผลลัพธ์ของปลัดขิกนางครวญ
ช่างรวดเร็วและหอมหวานจนทำให้นนท์เสพติดความรู้สึกดั่งใจปรารถนาราวกับคนบ้า


เพียงวันแรกที่เขาพกเครื่องรางไปทำงาน บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เพื่อนร่วมงานสาว ๆ ที่เคยเดินผ่านเขาไปเฉย ๆ กลับหันมาส่งยิ้มหวานและเข้ามาทักทาย
อย่างมีไมตรี และในที่สุด โอกาสที่เขาตั้งตารอก็มาถึงเมื่อเขาได้ร่วมนั่งโต๊ะอาหารกับไหม
ในงานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์

วินาทีที่ไหมหันมาสบตากับนนท์ แววตาของเธอเลื่อนลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกาย
ระยิบระยับอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไหมเริ่มเขยิบเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ชิด ชวนเขาคุยด้วยน้ำเสียง
กระซิบกระซาบ และแสดงความสนใจในตัวเขาอย่างออกนอกหน้า ความสุขจากการได้ครอบครอง
ความสนใจของหญิงสาวที่เขาแอบรักมานานปี มันช่างเติมเต็มปมด้อยในใจของสถาปนิกหนุ่ม
ได้อย่างยอดเยี่ยม

จากคืนนั้น ความสัมพันธ์รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไหมกลายเป็นคนเข้าหาเขา โทรตาม และแสดง
ความหึงหวงอย่างหนัก นนท์เริ่มย่ามใจและลุ่มหลงในตบะเสน่ห์ของเครื่องราง เขาเริ่มสนุกกับการ
ทดสอบพลังขีดสุด ชัยชนะจากการควบคุมจิตใจคนทำให้จิตสำนึกของเขาบิดเบี้ยว นนท์ใช้ปลัดขิก
หว่านเสน่ห์ใส่หญิงสาวคนอื่น ๆ ในออฟฟิศ รวมถึงลูกค้าสาวกระเป๋าหนัก เพียงเพื่อสะใจที่เห็น
พวกเธอยอมศิโรราบคลานเข่าเข้าหา


ยิ่งมีผู้หญิงรุมล้อมและแย่งชิงตัวเขามากเท่าไหร่ นนท์ก็ยิ่งรู้สึกสะใจและมีอีโก้พุ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
ความหวาดกลัวการถูกทอดทิ้งหายไปสิ้น เขากลายเป็นจอมบงการที่ใช้ความรักของผู้อื่นเป็นเครื่องมือ
บำเรอความต้องการของตน โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมกำลังบีบให้เขาเดินเข้าสู่กับดักอาถรรพ์


บทที่ 3: กาลกิณีเปื้อนอักขระ

บริเวณคอนโดมิเนียมหรูชั้นบนสุดของนนท์กลางดึกอันเงียบสงัด มีเพียงแสงจันทร์สีนวลสลัวสาดส่อง
ผ่านกระจกหน้าต่างบานยักษ์เข้ามาเป็นลำ แสงไฟเมืองเชียงใหม่ระยิบระยับอยู่เบื้องล่าง ความย่ามใจ
นำพานนท์ไปสู่จุดแตกหักเมื่อไหมแอบมาหาเขาที่ห้องโดยไม่ได้นัดหมาย และพบว่าเขาอยู่กับ
หญิงสาวอีกคน ความหึงหวงและฤทธิ์อาคมที่แปรปรวนทำให้ไหมคลุ้มคลั่ง


...ในจังหวะที่ยื้อยุดฉุดกระชาก ไหมที่กำลังคลุ้มคลั่งได้กระชากกระเป๋ากางเกงของนนท์จนขาดวิ่น
ส่งผลให้ปลัดขิกนางครวญไม้รักตายพรายกระดอนหลุดออกมากลิ้งอยู่บนพื้นต่อหน้าต่อตาเธอ
วินาทีที่สายตาของไหมจ้องมองตรงไปยังเครื่องรางลามกชิ้นนั้น อาคมเมตตาทั้งหมดก็แตกสลาย
รุนแรงดั่งเขื่อนพัง!



พลันแสงไฟในห้องดับวูบ เสียงผู้หญิงกรีดร้องและครวญครางระงมดังแผ่ออกมาจากอนธการ
นนท์ทรุดลงไปนอนสั่นเทาบนพื้นเมื่อเห็น "มือล่องหนนับร้อย ๆ คู่" ยื่นทะลุออกมาจากเงา
ตามกำแพงและใต้เตียง มือเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาบีบเนื้อหนัง แต่กลับพุ่งตรงเข้ามาชอนไช
ทะลุอกและกะโหลกศีรษะของเขาเพื่อ "กระชากบางสิ่ง" ที่อยู่ข้างใน


นนท์กรีดร้องสุดเสียงเมื่อรับรู้ได้ว่า "เศษเสี้ยววิญญาณ สติสัมปชัญญะ และความทรงจำ"
กำลังถูกมือผีนับร้อยทึ้งดึงลากออกจากร่างอย่างทารุณ เส้นแสงวิญญาณสีขาวหม่นถูกรุมทึ้ง
ออกจากปากและตาของเขาจนขาดสะบั้น ในขณะที่ตัวเครื่องรางปลัดขิกบนพื้นกลับดูดซับ
แสงวิญญาณนั้นเข้าไป จนตัวไม้ขยายและนูนเด่นขึ้นเป็นรูปใบหน้าของนนท์ที่กำลังกรีดร้อง
ทรมานฝังติดอยู่กับร่างนางครวญบนเนื้อไม้


บทที่ 4: นางครวญทวงคืน

ณ ห้องนอนอันหรูหรา บัดนี้เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟนีออนจากภายนอกสาดส่องเข้ามา
นนท์ไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาด กายภาพของเขายังคงเป็นมนุษย์ครบสามสิบสอง...
ทว่าสิ่งที่เหลืออยู่เป็นเพียง
"ร่างเปล่าที่เสียสติโดยสมบูรณ์"




แววตาของนนท์ไร้ร่องรอยของสถาปนิกหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน มันว่างเปล่า ขาวโพลน
และเหลือกลานอย่างคนบ้าคลั่ง เขานั่งน้ำลายไหลยืดอยู่บนพื้นห้อง หัวเราะคิกคักสลับกับ
ส่งเสียงร้องไห้โฮอย่างน่าสมเพช มือทั้งสองข้างขูดเกาพื้นปูนจนเล็บฉีกขาด ปากพร่ำเพ้อ
พูดคุยกับกำแพงว่างเปล่าและร้องครางเลียนแบบเสียงผู้หญิงสะอื้นไห้ไม่หยุดหย่อน

ไหมที่เพิ่งได้สติจากฤทธิ์อาคมที่เสื่อมสลาย จ้องมองอดีตชายที่เธอเคยหลงใหลด้วยความ
ขยะขยาดและคั่งแค้นจับใจ เธอรู้ซึ้งแล้วว่าผู้ชายคนนี้ใช้เดรัจฉานวิชาทำลายชีวิตเธอ
ไหมเดินไปหยิบเครื่องรางปลัดขิกนางครวญบนพื้นขึ้นมา

บัดนี้บนตัวไม้มีรูปหน้าอันบิดเบี้ยวของนนท์สลักติดอยู่ชัดเจน ไหมไม่สนใจร่างของนนท์ที่นั่ง
หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเป็นคนบ้าอยู่ที่พื้น เธอเดินตรงไปที่ระเบียงคอนโดมิเนียม แล้วขว้างเครื่องราง
ชิ้นนั้นดิ่งทะลุความมืดลงไปกระแทกพื้นคอนกรีตเบื้องล่างจนแตกละเอียดเป็นเศษฟืนสลาย
อาถรรพ์ วินาทีที่เครื่องรางแตก ร่างของนนท์ที่นั่งบ้าอยู่ในห้องก็กรีดร้องลั่นก่อนจะชักกระตุก
และหมดสติแน่นิ่งไป


เขากลายเป็นคนพิการทางสมองที่ต้องนอนติดเตียงและส่งเสียงครวญครางไร้ภาษาไปตลอดชีวิต
สลายอีโก้และความทะยานอยากในรสรักไปจนสิ้น โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ชายวิกลจริต
ที่นอนน้ำลายไหลคนนี้... เคยเป็นสถาปนิกดาวรุ่งที่ชื่อนนท์มาก่อน

กฎของเครื่องรางนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา... ยิ่งมนุษย์ย่ามใจใช้ตัณหาและอาคมสร้าง
เปลือกแห่งความเสน่หาเพื่อกดหัวและบงการความรู้สึกของคนอื่นมากเท่าไหร่ เปลือกนั้นก็จะยิ่ง
บีบคั้นกลืนกินเนื้อหนังและดึงสัญชาตญาณเดรัจฉานออกมารวมเป็นเนื้อเดียว และเมื่อเลือกที่จะ
แหกกฎเกณฑ์เพื่อสนองความใคร่ อาถรรพ์ของปลัดขิกนางครวญก็จะลอกทิ้งความเป็นมนุษย์...
แล้วปล่อยให้ถูกทำลายชดใช้กรรมด้วยน้ำมือของคนที่ตนบังคับให้รักอย่างน่าสมเพชในที่สุด
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง