เงาเพชรในสายฝน: สัญญา 7 วัน หรือชะตาชีวิต? เมื่อความตายพราก แต่ความผูกพันกลับทวีคูณ

เริ่มโดย don, 21 พฤษภาคม 2026, 21:04:07

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

Series 7/15 — เจ้าสาวสัญญา 7 วัน
ตอนที่ 3/4 — อ้างอิงสไตล์: Marriage Contract

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ข่าวร้ายมาถึงเร็วกว่าที่คิด แสงสีทองอ่อนของอรุณรุ่งที่สาดส่องผ่านผ้าม่านซาตินสีครีมอ่อนเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ไม่ได้นำพาความอบอุ่นใดๆ มาสู่หัวใจของตฤณภพเลย มีเพียงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ เขายืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ริมน้ำเจ้าพระยาที่เคยสงบงาม แต่ตอนนี้กลับดูมืดมิดในสายตาของเขา

ฐิติพรตื่นขึ้นมาด้วยสัมผัสที่ว่างเปล่าข้างกาย เธอลืมตาขึ้นช้าๆ แสงแรกของวันละเลียดไล้ไปทั่วเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้าห่มไหม พลางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากฝั่งที่เขานอน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาที่ยังอบอวลอยู่บนหมอน และรอยบุ๋มบนผ้าปูที่นอนซาตินสีขาวนวลที่บอบช้ำจากการต่อสู้ทางอารมณ์เมื่อค่ำคืนก่อน ร่างกายของเธอเจ็บแปลบเล็กน้อย แต่ในอกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานของเขาฉายชัดในห้วงความคิดยามที่เขาได้รับโทรศัพท์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

"คุณแม่...อาการทรุดหนัก" เสียงทุ้มต่ำของตฤณภพที่แหบพร่าเมื่อครู่ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก จนคนได้ยินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ฐิติพรจดจำทุกสัมผัสของค่ำคืนที่ผ่านมาได้ดี รอยจูบที่เร่าร้อน สัมผัสที่ปลุกเร้า และคำพูดกระซิบข้างหูที่แสนพร่าเลือน ทั้งหมดนั้นผูกพันเธอไว้กับเขาอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะปฏิเสธได้

เธอรีบลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้ริมเตียง ผ้าไหมลื่นไหลสัมผัสผิวขาวผ่องเนียนละเอียดราวกลีบดอกไม้แรกแย้มของเธอ พลางลอบมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นสะท้านของชายหนุ่มจากด้านหลัง ผมยาวสลวยสีดำขลับ เงางามราวแพรไหมยามพลิ้วไหว ลงมาถึงกลางหลัง สะบัดพลิ้วเล็กน้อยยามที่เธอก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างเงียบเชียบ เขายังคงยืนนิ่ง ไม่หันมามอง ใบหน้าคมสันที่เคยฉายแววเข้มแข็ง บัดนี้กลับมีร่องรอยความอ่อนล้าและเจ็บปวด คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันอย่างร้าวราน ขากรรไกรที่เคยคมสันบัดนี้กลับบดเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน แสงรุ่งอรุณที่ส่องต้องใบหน้าเขาทำให้เห็นดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มแดงก่ำ บ่งบอกว่าเขาผ่านการร้องไห้มาแล้ว

"คุณตฤณภพคะ..." เสียงหวานนุ่มของเธอเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา แฝงความเห็นใจอย่างเหลือประมาณ

เขาหันกลับมาสบตาเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความอ้างว้างและทุกข์ระทมอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"น้องฐิ..." เขาเอ่ยชื่อเธอ เสียงที่เคยหนักแน่นบัดนี้กลับสั่นเครือ คล้ายคนไร้เรี่ยวแรง

เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสแขนของเขาเบาๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามา เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่เขาเก็บซ่อนไว้ ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่เคยโอบกอดเธอเมื่อคืนก่อน บัดนี้เหลือเพียงความเย็นเยียบ
"ไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ" เธอพูด สีหน้าเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างแท้จริง และเธอก็รู้ว่าหน้าที่ของ 'เจ้าสาว' กำมะลอในตอนนี้คือการยืนเคียงข้างเขา

โรงพยาบาลชื่อดังตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในฐานะพยาบาลกลับรู้สึกกดดันกว่าที่เคยเป็น ความกดดันภายในอาคารนั้นหนักอึ้ง ตฤณภพเดินนำหน้าไปด้วยก้าวที่หนักอึ้ง ฐิติพรเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ ในชุดเดรสผ้าไหมสีเทาอ่อนที่เรียบหรู แต่ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างอรชรที่สมส่วนของเธออย่างงดงาม ผิวขาวผ่องของเธอยิ่งดูผุดผ่องภายใต้แสงนีออนของโรงพยาบาล เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จ้องมองมายังทั้งคู่ ทั้งจากพยาบาลที่รู้จักเขาและจากญาติผู้ป่วยคนอื่นๆ ด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจและอยากรู้อยากเห็น แต่เธอเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะตอนนี้มีเพียงความเจ็บปวดของชายหนุ่มตรงหน้าที่สำคัญที่สุด

ในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี คุณหญิงศิริพร มารดาของตฤณภพ นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายซูบผอมจากฤทธิ์ของโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย ใบหน้าซีดเซียว แต่ยังคงฉายแววความสง่างามที่เคยมี แม้ความตายจะใกล้เข้ามา ตฤณภพทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ซบหน้าลงกับมือที่เหี่ยวย่นของมารดา สะอื้นไห้อย่างไม่อายใคร ฐิติพรยืนอยู่ห่างๆ มองดูภาพนั้นด้วยความสงสารจับใจ หัวใจของเธอปวดหนึบ เธอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเหลือเกิน เพราะแม่ของเธอก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน เธอเห็นภาพของแม่ตัวเองซ้อนทับอยู่บนร่างที่ผ่ายผอมของหญิงชราตรงหน้า และความต้องการเงินจำนวนมหาศาลก็ย้อนกลับมาเตือนใจเธออีกครั้ง ถึงเหตุผลที่เธอต้องมาอยู่ตรงนี้

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้น ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับตฤณภพและชายสูงวัยอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมสีหน้ากังวล ตรัยรัตน์ผู้เป็นน้องสาวของตฤณภพ สวมชุดเดรสผ้าซาตินสีดำสนิทแบรนด์หรู สร้อยคอไข่มุกเม็ดงามประดับอยู่บนลำคอระหงของเธอ ส่วนคุณอาทิตย์ ลุงของตฤณภพ ก็แต่งกายด้วยสูทสั่งตัดราคาแพง

"ตฤณภพ! เกิดอะไรขึ้น!?" ตรัยรัตน์ร้องถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ดวงตาคมกริบของเธอกลับฉายแววไม่พอใจยามที่เหลือบมาเห็นฐิติพร

ดวงตาของตรัยรัตน์กวาดมองมายังฐิติพรอย่างพิจารณา ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าที่สวมเดรสผ้าไหมสีเทาอ่อน สบกับดวงตาคมโศกของฐิติพรอย่างจงใจ ก่อนจะหันไปสบตากับพี่ชาย
"นี่ใครน่ะพี่ภพ?" น้ำเสียงของเธอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกส้มที่ฉุนกึกจากตัวหญิงสาวผู้นั้นแทบจะทำลายกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ขาวและแป้งเด็กที่ฐิติพรใช้

ตฤณภพเงยหน้าขึ้นจากมือมารดา ดวงตาแดงก่ำ เขาปาดน้ำตาออกลวกๆ
"ฐิติพร...ภรรยาพี่" เขาแนะนำสั้นๆ เสียงแหบแห้ง แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แฝงแววท้าทาย

คำว่า 'ภรรยา' สะท้อนก้องในหูของฐิติพร เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ทั้งที่เป็นการแสดง แต่คำพูดนั้นกลับสร้างความสั่นสะเทือนในใจเธออย่างประหลาด ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก 'สัญญา' บัดนี้กำลังเติบโตไปในทิศทางที่เธอไม่เคยคาดคิด

ตรัยรัตน์ถึงกับเบิกตากว้าง คุณอาทิตย์เองก็มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน
"อะไรนะ! ภรรยา? พี่ไปแต่งงานเมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง!?" ตรัยรัตน์เดินเข้ามาหาฐิติพรด้วยท่าทีคุกคาม เธอสวมแหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งเป็นของประจำตระกูลที่เคยเป็นของมารดาเธอ
"เธอเป็นใคร มาจากไหน ทำไมพี่ภพถึงอยู่กับเธอที่นี่?" ตรัยรัตน์เริ่มหรี่ตาพิจารณาแหวนเพชรเม็ดเล็กที่สวมอยู่ที่นิ้วของฐิติพร

ฐิติพรยืนนิ่ง เธอสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรของตรัยรัตน์ แม้จะอยากตอบโต้ แต่ในฐานะ 'ภรรยา' ที่ถูกสร้างขึ้นมา เธอต้องวางตัวให้เหมาะสม
"ดิฉันชื่อฐิติพรค่ะ..." เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงความหนักแน่น
"ฉันไม่ได้ถามชื่อ เธอมาจากไหน!?" ตรัยรัตน์สวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงไม่พอใจอย่างชัดเจน
"หรือว่าเธอเป็นผู้หญิงที่หวังจะเข้ามาปอกลอกพี่ชายฉัน!? เห็นแก่วิบากกรรมของแม่ฉันที่กำลังจะตาย แล้วจะรีบเข้ามาฮุบสมบัติรึไง!?"

ตฤณภพลุกขึ้นยืน ก้าวมายืนขวางหน้าร่างบางของฐิติพร ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน คิ้วหนาขมวดมุ่น ใบหน้าบึ้งตึง
"พอได้แล้วตรัยรัตน์! นี่มันโรงพยาบาล! และฐิติพรคือภรรยาของพี่! จะมาถามอะไรตอนนี้!?" น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงอำนาจที่ทำให้ตรัยรัตน์เงียบไปได้ชั่วขณะ แต่สายตาของเธอยังคงจ้องมองมาที่ฐิติพรอย่างไม่ลดละ ราวกับจะเผาผลาญให้เธอเป็นเถ้าธุลี

คุณหญิงศิริพรขยับตัวเล็กน้อย ส่งเสียงครางเบาๆ ตฤณภพรีบเข้าไปดูอาการมารดาอีกครั้ง ฐิติพรเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก หายใจเข้าลึกๆ กลิ่นยาและน้ำหอมผสมกันในอากาศชวนให้ปวดหัว

ตลอดทั้งวัน ทุกคนในครอบครัววนเวียนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย ตรัยรัตน์และคุณอาทิตย์พยายามหาจังหวะพูดคุยกับตฤณภพเกี่ยวกับฐิติพร แต่เขาก็เลี่ยงที่จะตอบ ตฤณภพไม่ยอมละไปจากข้างกายมารดาเลยแม้แต่น้อย ฐิติพรคอยอยู่ไม่ห่าง จัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้เขาอย่างเงียบๆ และคอยสังเกตอาการของคุณหญิงศิริพรอยู่ห่างๆ ในฐานะพยาบาล เธอสัมผัสได้ว่าเวลาของคุณหญิงศิริพรใกล้จะหมดลงแล้ว แสงชีวิตของท่านริบหรี่ลงทุกขณะ

เมื่อตกค่ำ สายฝนก็โปรยปรายลงมาอย่างหนัก บรรยากาศภายในโรงพยาบาลยิ่งหดหู่และหนาวเหน็บ แสงจากหลอดไฟนีออนสีขาวดูเย็นชายิ่งกว่าเดิม ฐิติพรยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องพักผู้ป่วย มองหยาดฝนที่ตกกระทบกระจก เธอเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ผมยาวสลวยที่เคยเป็นความภาคภูมิใจ บัดนี้กลับดูหม่นหมองคล้ายกับความรู้สึกในใจ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงกลางพายุแห่งอารมณ์ ทั้งความเห็นใจ ความสับสน และความต้องการที่จะช่วย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องแบกรับภาระของตัวเอง

เธอหันกลับมามองตฤณภพที่นั่งกุมมือมารดาอยู่ ใบหน้าเขาเศร้าสร้อยและเหนื่อยล้าจนน่าสงสาร ริมฝีปากของเขาแห้งผาก ฐิติพรก้าวเข้าไปหาเขา หยิบน้ำเปล่าขวดเล็กมาเปิดฝา แล้วส่งให้เขา
"ดื่มน้ำหน่อยนะคะ" เธอบอกเสียงนุ่ม คล้ายกระซิบ

เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความอ้างว้างว่างเปล่า เขาหยิบขวดน้ำมาดื่มช้าๆ พลางจับมือเธอไว้แน่น คล้ายกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว ฐิติพรไม่ขัดขืน ปล่อยให้มือใหญ่ แข็งแรง นิ้วเรียวยาวของเขาจับมือเธอไว้ สัมผัสถึงความร้อนและแรงบีบที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดภายใน
"ขอบคุณนะ" เขาพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น

หัวใจของฐิติพรเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่ความเห็นใจอีกต่อไป เธอรู้สึกผูกพันกับชายคนนี้มากขึ้นทุกที ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นเพียงสัญญาจ้างระยะสั้นๆ แค่ 7 วัน สัญญาที่กำลังจะจบลงเร็วกว่าที่คิด เพราะอาการของคุณหญิงศิริพร

เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นถี่รัว แพทย์และพยาบาลกรูกันเข้ามาในห้อง ตฤณภพผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ตรัยรัตน์และคุณอาทิตย์ที่เผลองีบหลับไปบนโซฟาต่างก็ตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก เสียงฝนด้านนอกยิ่งตกกระหน่ำราวกับฟ้าร่ำไห้ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นยาและความสิ้นหวังปะปนกันไป

แล้วเสียงที่เคยดังถี่รัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงยาวต่อเนื่อง แสดงถึงการจากไปของชีวิต ฐิติพรมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบรัดหัวใจ ตฤณภพทรุดลงกับพื้น ร้องไห้สะอื้นปานจะขาดใจ ตรัยรัตน์โผเข้ากอดพี่ชายพร้อมเสียงร้องไห้ระงม คุณอาทิตย์ยืนนิ่ง สีหน้าเศร้าสร้อย แสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าของฐิติพร เธอยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมโศกฉายแววน้ำตาคลอเบ้า มือเรียวสวยยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่เคยคิดว่าการแสดงครั้งนี้จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดได้มากขนาดนี้ การสูญเสียของเขากลับกลายเป็นความรู้สึกที่เธอร่วมแบกรับไปพร้อมกัน

ในงานศพของคุณหญิงศิริพรที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำ ตฤณภพดูซูบผอมและหม่นหมองลงไปมาก เขาดูเหมือนคนที่สูญเสียทุกอย่างในชีวิต ฐิติพรอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา คอยดูแลและให้กำลังใจอย่างเงียบๆ เธอสวมชุดสีดำเรียบง่ายที่ตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดี ทำให้เธอดูสง่างามและอ่อนโยน ผิวขาวผ่องของเธอยิ่งดูโดดเด่นตัดกับชุดสีดำ ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบเผยให้เห็นลำคอระหง และเครื่องเพชรเม็ดเล็กๆ ที่เป็นต่างหูคู่ที่ตฤณภพมอบให้เธอไว้ในคืนก่อน ซึ่งตรัยรัตน์มองอย่างไม่พอใจเพราะมันคล้ายกับของของคุณหญิงศิริพรที่มักจะสวมใส่ อีกทั้งแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายของฐิติพรก็ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน ราวกับจะประกาศสถานะของเธอให้ทุกคนได้รับรู้

เสียงซุบซิบของผู้คนที่มาในงานดังขึ้นเป็นระยะๆ เกี่ยวกับ 'เจ้าสาวคนใหม่' ที่โผล่มาอย่างกะทันหัน สายตาหลายคู่เต็มไปด้วยความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ แต่ฐิติพรก็พยายามทำใจให้แข็ง ไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เธอทำหน้าที่ของ 'ภรรยา' อย่างดีที่สุด ทั้งการรับแขกและดูแลความเรียบร้อย แม้ในใจจะรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล

"ฐิติพร! เธอตามฉันมาหน่อย" เสียงกระด้างของตรัยรัตน์ดังขึ้น เธอจ้องมองฐิติพรด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร พลางผายมือไปยังห้องรับรองแขกที่อยู่ด้านข้าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกส้มฉุนกึกจากตัวเธอพุ่งเข้าปะทะจมูกฐิติพรอย่างจงใจ

ฐิติพรพยักหน้าเล็กน้อย พลางเดินตามตรัยรัตน์เข้าไปในห้องนั้น ประตูถูกปิดลงอย่างแรง บรรยากาศภายในห้องดูตึงเครียด แสงเทียนจากโต๊ะหมู่บูชาด้านนอกส่องลอดเข้ามาเพียงน้อยนิด ทำให้ห้องดูมืดสลัว

"เอาล่ะ! ตอนนี้ก็ไม่มีแม่แล้ว สัญญาบ้าๆ นั่นมันก็ต้องจบลงแล้วไม่ใช่เหรอ!" ตรัยรัตน์เริ่มประเด็นทันที ดวงตาคมกริบของเธอมองมาที่ฐิติพรอย่างเหยียดหยาม
"เธอต้องการเงินเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้สองเท่า สามเท่าก็ได้ แล้วรีบๆ ไสหัวไปจากชีวิตพี่ชายฉันซะ! อย่าคิดว่าจะเข้ามาฮุบสมบัติของแม่ฉันได้ง่ายๆ!"

ฐิติพรยืนนิ่งฟัง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับตรัยรัตน์ ดวงตาคมโศกของเธอดูแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอแม้จะนุ่มนวล แต่ก็แฝงความหนักแน่นที่ไม่ยอมแพ้
"ดิฉันเข้าใจว่าคุณคงไม่พอใจ แต่คุณหญิงเพิ่งจากไป ดิฉันคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ค่ะ"

"ไม่ใช่เวลา? ฮึ! เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเธอต้องการอะไร! ฉันเห็นนะว่าแหวนที่นิ้วเธอน่ะ ของปลอมรึเปล่า? แล้วต่างหูเพชรนั่นอีก เหมือนของแม่ฉันไม่มีผิด! เธอมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่อยากรวยทางลัดเท่านั้นแหละ!" ตรัยรัตน์พุ่งเข้ามาใกล้ ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"หรือว่าเธอได้ไปแล้ว? เงินที่พี่ภพเอาไปให้แม่เธอรักษาตัวน่ะ? ถึงได้ทำเป็นมาตีหน้าเศร้าอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้!"

คำพูดสุดท้ายของตรัยรัตน์แทงเข้ากลางใจของฐิติพรอย่างจัง เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าตรัยรัตน์จะรู้เรื่องนี้ได้ เธอรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วทั้งร่าง ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจอย่างรุนแรง
"นี่มันเรื่องส่วนตัวของดิฉันค่ะ และคุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินคนอื่นแบบนี้!" ฐิติพรตอบกลับไปอย่างฉุนเฉียว แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียง แต่แววตาของเธอก็ฉายความโกรธออกมา

"ส่วนตัวเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาสิว่าแหวนเพชรที่พี่ชายฉันให้เธอสวมน่ะ ราคาเท่าไหร่? พี่ชายฉันใจป้ำขนาดไหน ถึงได้ยอมแต่งงานกับเธอแค่ 7 วันเพื่อ..." ตรัยรัตน์พูดไม่ทันจบประโยค

"ตรัยรัตน์!" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู ตฤณภพยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายฉายแววโกรธเคืองอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาคมกริบจ้องมองน้องสาวด้วยแววตาตำหนิ ก่อนจะกวาดสายตามายังฐิติพรอย่างปลอบโยน เขาได้ยินทุกอย่าง!

"ภพ...นายได้ยินหมดแล้วเหรอ?" ตรัยรัตน์หน้าซีดเผือด เธอมองพี่ชายอย่างหวาดหวั่น

ตฤณภพไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาโชยมาปลอบประโลม ฐิติพร เขากวาดมือใหญ่ แข็งแรง คล้ายจะปกป้องเธอ คว้าข้อมือเรียวของฐิติพรอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่น แล้วดึงเธอเข้ามาใกล้ ร่างกายของฐิติพรซบเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจเขา

"สัญญาของเรายังไม่จบ จนกว่าพี่จะบอกให้จบ" เขาพูดเสียงดังฟังชัด ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ตรัยรัตน์อย่างท้าทาย
"ฐิติพรคือภรรยาของพี่! และเธอจะอยู่กับพี่!"

คำประกาศของตฤณภพทำให้ฐิติพรใจเต้นระรัว ไม่ใช่แค่เพราะเขาปกป้องเธอ แต่เพราะในน้ำเสียงนั้นมีบางอย่างที่เกินกว่าคำว่า 'สัญญา' สัมผัสจากมือใหญ่ที่จับข้อมือเธอส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงมาให้ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง แต่แฝงประกายความมุ่งมั่นนั้น ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจ เธอจำต้องเป็นภรรยาตามสัญญา แต่ตอนนี้หัวใจของเธอกำลังบอกว่าเธอต้องการเป็นมากกว่านั้น หรือนี่คือกับดักที่เธอเผลอเดินเข้าไปเอง โดยไม่รู้ตัวว่าได้ทุ่มเทหัวใจไปให้แล้ว?

ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเธอกับตฤณภพกำลังจะเริ่มต้นใหม่ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการสูญเสียและแรงกดดันจากครอบครัว เสียงโทรศัพท์ของฐิติพรที่สั่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมผ้าไหมของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอล้วงหยิบออกมาดู ข้อความจากโรงพยาบาลแจ้งว่าอาการของมารดาเธอทรุดหนัก ต้องผ่าตัดเร่งด่วน! เงินจำนวนมหาศาลที่เคยเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของเธอ บัดนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เธอจะบอกความจริงกับตฤณภพได้อย่างไร ในเมื่อเขากำลังต้องการเธอที่สุด และเธอก็เพิ่งจะได้รับรู้ว่าเธอเองก็เริ่มต้องการเขาไม่ต่างกันเลย

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ตอนต่อไป: หลังความตาย สัญญาที่เคยเป็นเครื่องผูกมัด กลับกลายเป็นพันธะที่ยากจะหลุดพ้น ตฤณภพประกาศกร้าวว่าฐิติพรคือภรรยาของเขา ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของครอบครัว แต่เมื่อแม่ของฐิติพรอาการทรุดหนัก ชีวิตของ 'เจ้าสาวสัญญา 7 วัน' จะเดินไปในทิศทางใด? คอยติดตามบทสรุปในตอนอวสาน!

ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ

#cnxseed #KdramaRomance #เจ้าสาวสัญญา7วัน
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions