คืนฝนพรำเจอเธออีกครั้งในตรอกมืด… เธอจำผมไม่ได้ หรือแค่แกล้งทำ? (ภาค 1/3)

เริ่มโดย don, 13 พฤษภาคม 2026, 13:28:01

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

คืนนั้นผมยืนอยู่ใต้ป้ายไฟนีออนเก่าๆ ในซอยเปลี่ยวๆ ท่ามกลางสายฝนพรำ เสียงฟ้าคำรามคลอเบาๆ ผมเห็นร่างคุ้นตาเดินผ่านไป... น้องนุ่น แฟนเก่าที่หายไปห้าปี ผมจำเธอได้ทันที แต่เธอเดินผ่านผมไปเหมือนผมเป็นแค่เงา... ที่สำคัญคือ เธอใส่ หน้ากากผ้าไหมสีดำครึ่งหน้า ปิดบังใบหน้าเกือบทั้งหมด เหลือแค่ดวงตาคู่เดิมที่ผมยังจำได้ขึ้นใจ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งช็อกและสับสน ผมจะทำอย่างไรดี...

ช่วงนี้ฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯ ครับพี่ๆ ตกซะจนผมที่ปกติไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกยังต้องพกร่มติดตัวตลอด ขนาดกรมอุตุฯ ยังเตือนเรื่อง สภาพอากาศภาคใต้ฝนตกหนัก แต่ภาคกลางก็ใช่ว่าจะรอด บรรยากาศแบบนี้มันชวนให้คนเหงาๆ อย่างผมอยากหาอะไรอุ่นๆ เข้าตัว ยิ่งเห็นข่าว ผบ.ตร.สั่งกวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมายภายใน 3 เดือน ก็ยิ่งทำให้ซอยเปลี่ยวๆ ดูลึกลับและน่าค้นหามากขึ้นไปอีก มันเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ในมุมมืดของเมืองที่แสงไฟนีออนสาดส่องไปไม่ถึง

ผมพยายามกะพริบตาถี่ๆ หวังว่าภาพเบื้องหน้าจะหายไป แต่ทุกอย่างมันชัดเจนเหลือเกินครับพี่ๆ เส้นผมสีดำยาวสลวยที่เปียกปอนเล็กน้อยจากละอองฝนที่พรมลงมา ใบหูที่เคยมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ผมชอบแกล้งลูบเล่นอยู่เสมอ และส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ผมจำได้ขึ้นใจราวกับมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้ น้องนุ่นในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีแดงเข้มที่ขับผิวขาวผ่องของเธอให้โดดเด่นขึ้นมา ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ของป้าย "นวดแผนไทย" ที่เก่าคร่ำคร่าจนไฟนีออนกระพริบเป็นช่วงๆ เธอเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่ได้ชักช้า ผมมองตามจนสุดสายตา... และตัดสินใจเดินตามเข้าไปช้าๆ ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสงสัย ความคิดถึง และความหวาดระแวงมันตีกันอยู่ในอกจนแทบจะระเบิด

ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยและเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่สำหรับผมแล้วมันกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอถอดหน้ากากออกช้าๆ ผมเห็นใบหน้าเธอชัดเจนทุกตารางนิ้ว แต่มันกลับไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว... ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววจำผมได้เลย หรือเธอแค่แกล้งทำ? ผมไม่แน่ใจ ผมนั่งลงที่โซฟามุมหนึ่ง พนักงานเดินเข้ามาถาม ผมสั่งชาสมุนไพรไปแก้ว แล้วแสร้งทำเป็นมองรอบๆ แต่สายตาผมจับจ้องไปที่น้องนุ่นที่กำลังพูดคุยกับชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ลักษณะคล้ายคนมีอิทธิพล ผมได้ยินคำว่า "งานพิเศษ" หลุดออกมาจากปากเธอเบาๆ... มันทำให้ใจผมเริ่มเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่แน่ใจว่าเธอมาทำอะไรที่นี่

ผมรอจนแขกคนนั้นออกไป... ชายชุดสูทสีเข้มเดินผ่านผมไปพร้อมกับกลิ่นซิการ์จางๆ ทิ้งร่องรอยแห่งความลึกลับไว้เบื้องหลัง น้องนุ่นเหลือบมาเห็นผมพอดี แววตาเธอฉายแววตกใจเล็กน้อย เหมือนกวางป่าที่ถูกจับได้ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เธอก็ปรับสีหน้าเป็นปกติได้อย่างน่าทึ่ง ความสามารถในการซ่อนอารมณ์ของเธอน่ากลัวกว่าที่ผมเคยรู้จัก ผมเดินเข้าไปหาเธอช้าๆ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก "นุ่น..." ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ เสียงที่เปล่งออกไปเหมือนไม่ใช่เสียงของตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นมอง ช้อนตาคู่สวยขึ้นมา ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ไร้อารมณ์ใดๆ "ขอโทษนะคะ... คุณเป็นใครคะ?" เสียงเธอหวานเหมือนเดิมครับพี่ๆ แต่คำพูดนั้นคมกริบเสียดแทงใจผมจนเจ็บแปลบ ผมพยายามรวบรวมสติ ยิ้มให้เธออย่างที่เคยทำ "ผมเอง... กันต์ จำกันต์ไม่ได้เหรอ?" ผมพยายามมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น หวังว่าจะเห็นประกายบางอย่างที่คุ้นเคย แต่ก็เปล่าประโยชน์ เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวเราะเบาๆ เหมือนเรื่องตลก "คุณกันต์คงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันชื่อแพรค่ะ... แพรเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน" เธอพูดพลางจับมือผมเบาๆ มือที่เคยคุ้นเคย บัดนี้กลับให้ความรู้สึกแปลกไป มันนุ่มนวล แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบ ผมสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่ลูบไล้ผ่านหลังมือผมเบาๆ ราวกับจะทดสอบอะไรบางอย่าง ความเย็นนั้นแล่นผ่านเส้นเลือดผมไปทั่วร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็ร้อนผ่าวไปทั่วอก "พี่ชาย... มาหาแพรคนเดียวเหรอคะ? หรือมากับใคร?" เธอถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ดวงตาฉายแววบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันเย้ายวน เชื้อเชิญ และแฝงไว้ด้วยความท้าทาย ผมรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษที่รอคำตัดสิน ผมพยักหน้าช้าๆ คำพูดติดอยู่ในลำคอ มือเธอที่จับมือผมไว้เคลื่อนจากหลังมือมาบีบปลายนิ้วผมเบาๆ ครั้งหนึ่ง ครั้งที่สอง ราวกับจะเชื้อเชิญอย่างแนบเนียน "ค่ะ...วันนี้แพรว่างทั้งคืนเลยนะคะ ถ้าพี่ชายอยากให้แพรดูแลเป็นพิเศษ" เธอพูดพร้อมรอยยิ้มที่เผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาด มันทั้งสวยงามและอันตรายจนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ผมสังเกตเห็นว่าเธอผอมลงกว่าเมื่อก่อน แต่ทรวดทรงกลับดูชัดเจนขึ้น ฟิต มากกว่าที่ผมจำได้ ท่าทางการยืนของเธอดูสง่างาม เหมือนนักเต้นที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี กลิ่นน้ำหอมของเธอที่เคยเป็นกลิ่นมะลิอ่อนๆ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นเย้ายวนที่ผสมผสานระหว่างดอกไม้ยามราตรีและกลิ่นหอมของความลับที่ชวนให้ค้นหา ผมสับสนไปหมด... นี่ใช่เธอจริงๆ เหรอ? หรือผมแค่หลงไปกับความเหมือน

ผมตัดสินใจจองคอร์สนวดกับเธออย่างไม่ลังเล ห้องส่วนตัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกราตรี แสงสลัวๆ จากโคมไฟข้างเตียงสร้างบรรยากาศที่ทั้งโรแมนติกและลึกลับ เธอก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถาดน้ำมันหอมระเหย ผมเอนตัวลงบนเตียงตามที่เธอแนะนำ "พี่ชายถอดเสื้อออกได้เลยนะคะ แพรจะเริ่มนวดคลายเส้นก่อน" เสียงเธอหวานเจื้อยแจ้ว แต่แฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างที่ผมไม่อาจถอดรหัสได้ ผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกช้าๆ พร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปที่เธอ เธอผินกายไปหยิบผ้าขนหนู แต่ช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ผมก็เห็นรอยสักรูป ผีเสื้อสีดำขนาดเล็ก ที่ข้อเท้าด้านขวาของเธอ มันดูโดดเด่นตัดกับผิวขาวเนียน ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อนในสมัยที่เราคบกัน... หรือมันเป็นรอยสักใหม่ที่เพิ่มมาหลังจากที่เราจากกัน? เธอกลับมามองผม ยิ้มให้ผมอีกครั้ง รอยยิ้มที่ยังคงมีปริศนาซ่อนอยู่ "วันนี้แพรจะดูแลพี่ชายเป็นพิเศษนะคะ... สบายใจได้เลย" คำพูดนั้นเหมือนจะปลอบโยน แต่ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว้าวุ่นใจมากขึ้นไปอีก... แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคย แต่หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่รู้จัก เป็นเบอร์จากต่างประเทศด้วยซ้ำ ผมมองหน้าเธอนิ่ง... และเธอก็มองผมกลับด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก...

ปล. ใครเจอแบบนี้ จะทำยังไงครับพี่ๆ หัวใจจะวายตายจริงๆ นี่มันใช่ไหมเนี่ย... หรือผมแค่ฝันไป?
คำถาม:
1. ถ้าเจอแฟนเก่าในสถานการณ์แบบนี้ พี่ๆ จะทักไหมครับ?
2. น้องนุ่น/แพร นี่ใช่คนเดียวกันไหม หรือเป็นคนละคนจริงๆ?
3. รอยสักผีเสื้อดำที่ข้อเท้ามันสื่อถึงอะไร?
4. โทรศัพท์ปริศนานั้นใครโทรมากันแน่?
5. พี่ๆ เคยเจอเหตุการณ์บังเอิญแบบนี้แล้วรู้สึกใจเต้นแรงบ้างไหมครับ?
DM สำหรับพิกัดร้าน กดที่นี่เลยครับพี่ๆ
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions