นายหญิงคฤหาสน์มืด EP 1 : - เธอผู้เข้ามาปลุกความลับในปราการต้องห้าม

เริ่มโดย don, 16 พฤษภาคม 2026, 17:03:50

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

etatae333 และ 2 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

นายหญิงคฤหาสน์มืด EP1
เธอผู้เข้ามาปลุกความลับในปราการต้องห้าม


ในวันแรกที่ย่างเท้าเข้าสู่คฤหาสน์ 'ป้อมปราการมืด' ของท่าน ม.ล.อนพัทย์ ฤทัยรัตน์ หรือน้องฤทัย
รู้สึกราวกับตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่กาลเวลาหยุดนิ่งและกฎเกณฑ์แห่งความเป็นจริงถูกแขวนไว้ชั่วคราว
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอาณาเขต ตั้งแต่ประตูเหล็กดัดโบราณที่เปิดต้อนรับอย่างเชื่องช้าพร้อมเสียง
โหยหวนราวกับการคร่ำครวญของวิญญาณ ไปจนถึงแนวต้นสนสูงใหญ่ที่ทอดร่มเงาทะมึนเหนือทางเดิน
หินกรวดเบื้องหน้า อากาศของนนทบุรีที่ควรจะร้อนชื้น กลับกลายเป็นเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจเมื่อเธอ
อยู่ในอาณาเขตแห่งนี้ ราวกับมีม่านหมอกที่มองไม่เห็นกั้นคฤหาสน์แห่งนี้ออกจากโลกภายนอก
คฤหาสน์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่อยู่อาศัย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หายใจช้าๆ ด้วยปริศนา

ฤทัยรัตน์ ในวัยยี่สิบสี่ปี เธอไม่ได้คาดหวังว่าการมาเป็นแม่บ้านในคฤหาสน์หลังนี้จะเหมือน
กับการเดินเข้าสู่เขาวงกตที่เต็มไปด้วยความลึกลับและความหวาดหวั่น เธอจบครุศาสตร์ด้วยความฝัน
อันสดใสของการเป็นครูผู้ให้ แต่ชีวิตกลับพลิกผันให้ต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย
ของการดิ้นรน ภาระที่ต้องแบกรับทำให้เธอต้องตอบรับข้อเสนอที่แสนจะผิดแปลกนี้

ทันทีที่ลงจากรถยนต์ที่พาเธอมาส่ง เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างระมัดระวัง แม้จะหวาดหวั่น
แต่ก็มีความตั้งใจแน่วแน่อยู่ในดวงตาคู่โตสีน้ำตาลเข้มที่ดูเศร้าหมองอยู่เสมอ ราวกับว่าดวงตาคู่นี้
ได้ผ่านพบเรื่องราวมากมายเกินกว่าที่คนวัยยี่สิบสี่จะรับไหว

รูปลักษณ์ของเธอ ช่างขัดกับบรรยากาศที่มืดครึ้มและเคร่งขรึมของคฤหาสน์แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
ผิวพรรณของเธอขาวผ่องราวกับเปลือกไข่ที่บางใสและละเอียดอ่อนจนมองเห็นเส้นเลือดฝาดจางๆ
ได้อย่างชัดเจนยามเมื่อต้องแสงที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเพียงน้อยนิด เส้นผมสีดำขลับสนิท
ทอดยาวจรดเอว หนา นุ่ม และเป็นประกายระยิบระยับยามต้องแสงเทียนหรือแสงจากโคมไฟ
ทว่าส่วนใหญ่แล้วเธอจะรวบมันไว้หลวมๆ ด้วยริบบิ้นผ้าซาตินสีดำเรียบง่าย ดูเป็นระเบียบ
แต่ก็ไม่อาจซ่อนความงามตามธรรมชาติอันน่าหลงใหลของมันได้

ดวงตาคู่เศร้าของเธอโตกลม แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ย ทั้งความอ่อนไหว ความหวาดกลัว
และความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนเร้น และเมื่อเธอหันมอง สายตาคู่นั้นก็ฉายแววละเอียดอ่อนเปราะบาง
ราวกับดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรย รูปร่างของฤทัยรัตน์บอบบาง เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกที่ผายเล็กน้อย
ดูเหมือนนางหงส์ที่กำลังก้าวเดินอย่างสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความไม่มั่นคง เธอสวมชุดยูนิฟอร์ม
แม่บ้านสีเทาเรียบๆ ที่ดูจะยิ่งเน้นให้ผิวขาวผ่องของเธอยิ่งโดดเด่นตัดกับสีผ้า

และทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปนั้น สัมผัสของผ้าฝ้ายเนื้อดีที่ลู่ไปกับเรือนร่าง ทำให้เธอรู้สึกถึงทุกส่วน
โค้งเว้าของตนเอง เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาของเธอราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่าน
คฤหาสน์เงียบเชียบแห่งนี้


━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ภายในคฤหาสน์ ความเก่าแก่และโอ่อ่าผสมปนเปกันไปอย่างลงตัวราวกับงานศิลปะชิ้นเอก
ที่ถูกทอดทิ้ง กลิ่นอายของไม้เก่า หนังสือ และดอกราตรีที่แอบส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ยามพลบค่ำ
ลอยมาปะทะจมูกเป็นระยะ แสงจากโคมไฟระยิบระยับที่ส่องสว่างเพียงสลัว ทำให้ทุกอย่างดูคลุมเครือ
และชวนฝันไปพร้อมๆ กัน ผนังห้องที่บุด้วยผ้าไหมสีเข้ม และเพดานที่ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นโบราณ
บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยที่รุ่งเรือง

ป้าสาย แม่บ้านอาวุโส คือคนแรกที่มาต้อนรับเธอ ป้าสายเป็นหญิงสูงวัย รูปร่างผอมกะหร่อง
ดวงตาฉายแววรู้ดีไปเสียทุกอย่าง ราวกับดวงตาที่ได้เฝ้ามองคฤหาสน์แห่งนี้มานานนับสิบปี
เสียงของป้าสายแหลมเล็กและแห้งผาก ราวกับใบไม้แห้งที่ถูกลมพัด

"ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์ป้อมปราการมืดจ้ะหนูฤทัย"

ป้าสายพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะซ่อนความหมายบางอย่าง รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข
หากแต่เป็นความยินยอมจำนนต่อโชคชะตา

"งานของหนูไม่ยากหรอกจ้ะ แค่ทำความสะอาด จัดการเรื่องในครัว
และดูแลข้าวของให้เรียบร้อย แต่มีข้อห้ามสำคัญอยู่ข้อหนึ่งที่หนูต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ"

ฤทัยรัตน์พยักหน้าเล็กน้อยอย่างตั้งใจ สองมือที่ประสานกันแน่นบ่งบอกถึงความกังวลที่พยายาม
เก็บซ่อนไว้เบื้องลึก "ค่ะป้าสาย ฉันจะจำไว้ค่ะ"

"ห้องนั้น..." ป้าสายลดเสียงลงกระซิบ ราวกับกลัวว่ากำแพงที่บุด้วยผ้าไหมจะรับรู้

"ห้องนอนใหญ่กลางบ้าน ชั้นสอง ตรงสุดทางเดินปีกตะวันออก... ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด
ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เจ้านายสั่งไว้ชัดเจนที่สุด" ป้าสายเน้นย้ำคำว่า"เด็ดขาด!!!"
ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ราวกับความกลัวที่เธอมีต่อห้องนั้นกำลังปะทุขึ้นมา

หัวใจของฤทัยรัตน์เต้นระรัวอย่างแปลกประหลาดตั้งแต่ได้ยินคำว่า ห้องนอนใหญ่กลางบ้าน

เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากทิศทางนั้น แม้จะยังไม่เคยเห็น แต่ก็รับรู้ได้ถึง
ความสำคัญอันมืดมิดและน่าสะพรึงกลัวของมัน มันเป็นเหมือนศูนย์กลางของคฤหาสน์แห่งนี้
เป็นหัวใจที่เต้นรำกับความลับอันดำมืด

"ค่ะป้าสาย ฉันจะไม่เข้าห้องนั้นเด็ดขาดค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด
แม้จะรู้สึกว่าเสียงตัวเองสั่นเล็กน้อย


━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

สองสามวันแรก ฤทัยรัตน์ใช้เวลาไปกับการทำความสะอาดและเรียนรู้เส้นทางภายในคฤหาสน์
ที่กว้างใหญ่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกวันของเธอเริ่มต้นด้วยการกวาดเช็ดถูห้องโถง
กว้างใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยภาพวาดเก่าแก่ที่ดวงตาของบุคคลในภาพดูเหมือนจะเคลื่อนไหว
ตามเธอไปทุกที่ และรูปปั้นหินอ่อนเย็นเฉียบที่สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง

เธอทำงานอย่างเงียบเชียบและระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวของเธอสง่างามราวกับการร่ายรำที่ไร้เสียง
ผิวขาวนวลของเธอมักจะเปล่งประกายภายใต้แสงสลัวของคฤหาสน์ และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากสบู่กุหลาบ
ที่เธอใช้ประจำตัวก็มักจะอบอวลไปทั่วบริเวณที่เธอเดินผ่าน ราวกับเป็นเครื่องหมายบางๆ ที่เธอทิ้งไว้
เป็นกลิ่นอายของชีวิตที่สดใสท่ามกลางความอ้างว้าง

เธอพบว่าตัวเองมักจะวนเวียนไปแถวห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าคร่ำครึ กลิ่นกระดาษ
และหมึกพิมพ์ลอยอวลอยู่ในอากาศผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ซีดาร์ เธอชอบที่จะลูบไล้ไปตาม
ปกหนังสือหนังเก่าๆ ที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นสูงเสียดฟ้า

มันเป็นสถานที่ที่เธอรู้สึกว่าได้รับความสงบและปลอดภัยที่สุดในบ้านหลังนี้ แต่มันก็เป็นสถานที่ที่มักจะ
ทำให้เธอรู้สึกราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่เสมอ สายตาที่มองทะลุปรุโปร่ง ราวกับเจ้านาย
ของคฤหาสน์แห่งนี้สามารถรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ แม้จะไม่ได้ปรากฏตัว

และแล้ว วันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับ 'เจ้านาย' ก็มาถึงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ในบ่ายวันหนึ่ง
ขณะที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มแดงที่สาดส่องเข้ามาในห้องโถงใหญ่

ม.ล.อนพัทย์ ทายาทของคฤหาสน์ป้อมปราการมืด ผู้ซึ่งมีข่าวลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับ
ชีวิตอันลึกลับและโศกนาฏกรรมส่วนตัว ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงใหญ่ขณะที่ฤทัยรัตน์กำลังเช็ดโต๊ะ
กระจกเงาเก่าแก่ด้วยผ้ากำมะหยี่อย่างขะมักเขม้น

ท่านชายในวัยสามสิบแปดปีสวมชุดสูทสีดำสนิทเสมอราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ไหล่กว้างสง่า
รับกับรูปร่างสูงโปร่งผอมเพรียว ทุกย่างก้าวของเขานั้นมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจราวกับพญาอินทรี
ดวงตาคู่คมกริบสีนิลกาฬของเขาสะท้อนความเย็นชาและแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยบางอย่างที่
ไม่อาจเข้าใจได้ คิ้วเข้มได้รูปรับกับสันจมูกโด่งเป็นคมสัน และแนวกรามที่แข็งกร้าวบ่งบอกถึง
ความเป็นคนเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด

มือของเขายาวเรียวแต่ดูแข็งแรง เส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนังเล็กน้อย แสดงถึงความแข็งแกร่ง
ที่ซ่อนอยู่ และเมื่อเขาชำเลืองมอง ฤทัยรัตน์ก็รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ไม่อาจขยับเขยื้อน
ได้แม้แต่น้อย

เธอรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นอายของหนังสือเก่า
และธูปหอมที่ลอยมาตามสายลม มันเป็นกลิ่นที่ประหลาดแต่ก็ดึงดูดอย่างน่าประหลาดใจ
ราวกับเป็นกลิ่นอายของความลึกลับที่ไม่อาจต้านทาน

"คุณคือฤทัยรัตน์?" เสียงของ ม.ล.อนพัทย์ ทุ้มลึก เย็นชา แต่กังวานราวกับเสียงระฆังโบราณ
ที่ก้องกังวานอยู่ในห้องโถงใหญ่ มันทำให้ขนอ่อนของฤทัยรัตน์ลุกซู่ไปทั้งตัว

"ค่ะ ท่านชาย" เธอตอบอย่างสุภาพ ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่า ดวงตาคู่สวย
ของเธอช้อนขึ้นมองเขาเพียงชั่วครู่ ก็ต้องรีบหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา
แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าด้านบนตกกระทบเส้นผมสีดำสนิทของเธอ ทำให้มันดูเป็นประกาย
เงางามมากยิ่งขึ้น เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องที่ดูบอบบางภายใต้แสงนั้น และจังหวะที่เธอ
ก้มลงเล็กน้อยนั้น ชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านก็เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วของเธออย่างจงใจ

"ผมหวังว่าคุณจะทราบกฎของที่นี่เป็นอย่างดี" เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ทำให้ฤทัยรัตน์
รู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่พัดผ่านใบหน้า เสียงฝีเท้าของเขาแทบจะไม่มีเสียง ราวกับภูตผี
ที่เคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียง การเข้ามาใกล้ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล

"ทราบดีค่ะท่านชาย" เธอรวบรวมความกล้าตอบ แต่เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"ห้องนอนใหญ่กลางบ้าน ชั้นสอง..." เขาย้ำเน้นทุกคำอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ

"ห้ามเข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะได้ยินอะไร หรือเห็นอะไร...
หรือรู้สึกอะไร... คุณต้องไม่เข้าไปในห้องนั้น"

คำสั่งนั้นไม่ได้มาในรูปแบบของการขอร้อง หากแต่เป็นการประกาศิตที่ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง
เสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้น แต่กลับดังกังวานอยู่ในใจของฤทัยรัตน์ราวกับเสียงฟ้าร้อง ดวงตา
ของเขายังคงจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ ราวกับจะเจาะลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ สัมผัสถึง
ความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอ ความเย็นชาในแววตาของเขา
ช่างลึกซึ้งและดำมืด ราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่อาจหยั่งถึง

"ฉันเข้าใจค่ะท่านชาย" เธอเอ่ยตอบอย่างแผ่วเบา เอวคอดกิ่วของเธอเกร็งขึ้นเล็กน้อย
จากความตึงเครียดที่เข้าคุกคามทุกอณูของร่างกาย

"ดี" เขาเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียง
กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ และความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้
ของสายตาที่จับจ้อง รวมถึงคำสั่งอันเด็ดขาดที่ยังคงก้องอยู่ในหู

ฤทัยรัตน์รู้สึกราวกับมีใยแมงมุมที่มองไม่เห็นมาพันธนาการไว้รอบตัวเธอ ความรู้สึก
อยากรู้อยากเห็นพุ่งพล่านอยู่ในใจราวกับมีแรงแม่เหล็กมองไม่เห็นดึงดูด แม้จะหวาดกลัวคำสั่ง
อันเด็ดขาดของเจ้านาย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธแรงดึงดูดลึกลับของห้องต้องห้ามนั้นได้ จิตใต้สำนึก
ของเธอกำลังถูกท้าทาย ความปรารถนาที่จะค้นหาความจริงกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ


━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━


ในคืนนั้น ท้องฟ้าของนนทบุรีมืดครึ้มและมีฝนตกหนัก พายุฝนโหมกระหน่ำใส่หลังคาคฤหาสน์
อย่างไม่ลดละราวกับกำลังโกรธเกรี้ยว เสียงฟ้าผ่าครืนครืนตามมาด้วยลมกระโชกแรงที่พัดผ่านหน้าต่าง
บานใหญ่ ทำให้บานประตูและหน้าต่างกระทบกันดังเอี๊ยดอ๊าดไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ฤทัยรัตน์นอนไม่หลับ
เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงผ้าฝ้ายแข็งๆ ในห้องพักแม่บ้านเล็กๆ ชั้นล่าง กลิ่นดินเปียกและไอน้ำจากฝน
ที่โหมกระหน่ำปะทะกับกลิ่นหอมของดอกราตรีที่ปลูกอยู่รอบคฤหาสน์ ผสมผสานกันเป็นกลิ่นอายที่ทั้ง
สดชื่นและอับชื้นไปพร้อมๆ กัน แสงเทียนจากโคมไฟเล็กๆ ในห้องของเธอเต้นระริกตามแรงลม
ที่พัดเข้ามาจากช่องหน้าต่าง

จู่ๆ... ในช่วงที่เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องที่สุด และสายฝนซัดกระหน่ำรุนแรงราวกับจะถล่มคฤหาสน์
ให้พังทลายลง ฤทัยรัตน์ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงคล้ายกับการลากอะไรบางอย่างหนักๆ...
เสียงนั้นเสียดแทงความเงียบงันของคฤหาสน์ที่ปกติจะเงียบสงัด... ดังมาจากชั้นบน...
และมันดูเหมือนจะมาจากทิศทางของ... ห้องนอนใหญ่กลางบ้าน

หัวใจของเธอเต้นรัวระส่ำจนแทบทะลุออกมาจากอก ความกลัวเข้าครอบงำทุกโสตประสาท
แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นที่แรงกล้ากว่านั้นเสียอีก มันเป็นแรงกระตุ้นที่ไม่อาจควบคุมได้
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ สองขาเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นไม้เย็นเฉียบ
ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า

เธอคว้าเสื้อคลุมผ้าซาตินสีดำที่ใช้สำหรับนอนมาสวมทับชุดนอนผ้าฝ้ายบางเบา มันเป็นผ้าไหม
ที่เรียบลื่นและนุ่มละมุน ลู่ไปตามทุกส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธออย่างสมบูรณ์แบบ มันให้
ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความประหม่าที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ผ้าซาตินที่เสียดสีกับผิวขาวผ่องของเธอเป็นเสียงกระซิบเบาๆ ในความมืดมิด

เธอค่อยๆ เปิดประตูห้องพักของตนเองออกช้าๆ บรรยากาศภายนอกมืดมิด มีเพียงแสงสลัว
จากโคมไฟบางดวงที่ยังคงส่องสว่างอยู่ แสงเทียนจากโคมไฟที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ทางเดิน
เต้นระริกตามแรงลม ทำให้เกิดเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวไปมา เสียงฝนยังคงตกหนักและเสียงลม
พัดหวิวหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบจากวิญญาณที่ถูกจองจำในคฤหาสน์แห่งนี้

ฤทัยรัตน์รู้สึกถึงลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเส้นผมยาวสลวยของเธอที่ถูกปล่อยให้สยายลงมาเล็กน้อย
มันทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ เธอตัดสินใจเดินไปตามโถงทางเดินอย่างช้าๆ เงียบเชียบ ราวกับ
ผีเสื้อกลางคืนที่ถูกดึงดูดด้วยแสงไฟ เธอไม่รู้ว่าอะไรกำลังพาเธอไป แต่เท้าของเธอกลับ
ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับมีแรงดึงดูดอันมืดมิดที่มองไม่เห็นกำลังฉุดรั้งเธอ
ไปสู่ความลับที่เจ้านายห้ามไว้

เธอเดินขึ้นบันไดไม้เก่าแก่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงเหยียบเล็กน้อย ทุกย่างก้าวของเธอนั้น
เต็มไปด้วยความลังเลและความกล้าหาญที่ขัดแย้งกันในคราวเดียว ความเงียบสงัดของคฤหาสน์
ที่ถูกทำลายด้วยเสียงฝนทำให้ทุกเสียงเล็กน้อยถูกขยายให้ดังขึ้น

เมื่อมาถึงชั้นสอง ความเงียบสงัดที่มากขึ้นกลับทำให้เสียงฝนและเสียงหัวใจเต้นของเธอเด่นชัดยิ่งขึ้น
แสงจากโคมไฟด้านบนสลัวกว่าเดิม ทำให้ทางเดินดูมืดมิดและยาวไกล เธอเดินไปตามทางเดินปีก
ตะวันออก... ทิศทางที่ป้าสายเคยบอก ทิศทางที่ท่านชายสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

กลิ่นบางอย่าง ลอยมาปะทะจมูกของเธอ มันเป็นกลิ่นหอมหวานฉุนของดอกราตรีที่
เข้มข้นกว่าปกติ ผสมกับกลิ่นของเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง
ที่ถูกเปิดทิ้งไว้เล็กน้อย ฤทัยรัตน์หยุดชะงัก เธอหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก
ดวงตาคู่โตของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและตกใจ แสงจันทร์ที่เล็ดลอดจากเมฆหมอกสลัวๆ
สาดส่องผ่านหน้าต่างบานสูง ทำให้เห็นฝุ่นควันบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ และเงาของเธอ
ที่ทอดยาวบิดเบี้ยวบนพื้นไม้ขัดมัน

เธอเห็นประตูบานใหญ่ แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง สีดำสนิท มันปิดสนิท แต่มีรอยเลือดจางๆ
ปรากฏอยู่บนลูกบิดทองเหลืองที่เก่าคร่ำครึ และข้างๆ ประตูนั้น... มีผ้าซาตินสีดำผืนหนึ่งวางกองอยู่...
มันไม่ใช่ผ้าธรรมดา แต่มันคือผ้าซาตินเนื้อดี ที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกาย
ของ ม.ล.อนพัทย์!
ผ้าผืนนั้นดูราวกับถูกฉีกขาดอย่างเร่งรีบ ทิ้งร่องรอยของความเร่งรีบ
และความสับสนไว้บนพื้นไม้เย็นเฉียบ

แล้วเสียงกระซิบก็ดังขึ้น... ใกล้เข้ามา... พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ปรากฏตัวขึ้นจากความมืดมิด
จากปลายทางเดิน... เงาของ ม.ล.อนพัทย์ ที่ยืนอยู่ตรงนั้น... จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาเย็นชา...



━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ตอนต่อไป: การเผชิญหน้าในคืนฝนตกพายุโหมกระหน่ำ ทำให้ฤทัยรัตน์ต้องเผชิญหน้า
กับความลับดำมืดของคฤหาสน์และเจ้านายผู้เย็นชา คืนนี้... เธอจะถูกเรียกเข้าไปใน
ห้องนอนใหญ่กลางบ้านที่ถูกห้ามไว้


ถ้าชอบ — แชร์ต่อให้เพื่อน + คอมเมนต์ "อยากเป็นพี่/น้อง..." ใต้โพสต์
ติดตาม 15 series ครบทุกเช้า/กลางวัน/เย็น ที่ cnxseed.com Board สัพเพเหระ

#cnxseed #KdramaRomance #นายหญิงคฤหาสน์มืด
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions