หน้ากากนางฟ้าในคืนฝนพรำ - Ep.12: "บททดสอบสุดท้าย... หรือความพินาศ?"

เริ่มโดย don, 31 พฤษภาคม 2026, 19:32:39

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

ฝนยังคงกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ผมขับรถฝ่าความมืดและความหนาวเหน็บเข้าไปในซอยเปลี่ยวข้างโกดังเก่าร้าง. แพรที่นั่งอยู่ข้างๆ ตัวสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความกลัวจับใจ และผมก็ไม่ต่างกัน...

มันเป็นคืนที่กรุงเทพฯ จมดิ่งอยู่ใต้สายฝนอีกครั้ง ข่าวในวิทยุรายงานถึงน้ำท่วมขังหลายจุด การจราจรติดขัดแทบทุกเส้นทาง แต่สำหรับผมกับแพร คืนนี้มันหนักหนาสาหัสกว่าแค่เรื่องฝนตก มันคือค่ำคืนที่เราต้องเผชิญหน้ากับ 'บททดสอบสุดท้าย' ของ 'ผู้คุมคนใหม่' ซึ่งคำสั่งนั้นยังคงก้องอยู่ในหูผมเหมือนเสียงกระซิบจากนรก 'แสดงความภักดีครั้งสุดท้าย...ที่โกดังท้ายซอย'

ตลอดทาง แพรเงียบขรึม เธอเอาแต่จ้องมองหยดน้ำที่ไหลรินตามกระจกรถ ผมสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ ผมเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้าคืออะไร มันคือบทพิสูจน์ หรือ บทลงทัณฑ์ ผมพยายามจะจับมือเธอเพื่อส่งผ่านกำลังใจ แต่เธอกลับสะบัดออกเบาๆ ราวกับไม่อยากให้ความอ่อนแอของเธอมาแปดเปื้อนผม 'พี่...หนูไม่เป็นไร' เธอพูดเสียงเบาหวิว แต่แววตาของเธอมันฟ้องว่าไม่เป็นอย่างที่พูด

เมื่อรถผมเลี้ยวเข้าสู่ซอยเปลี่ยว บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งหนักอึ้ง แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปกระทบกำแพงโกดังเก่าที่ผุพัง มีเพียงแสงสลัวๆ จากเสาไฟฟ้าที่ห่างไกลออกไปส่องให้เห็นเงาตะคุ่มๆ ของวัตถุบางอย่างที่ตั้งอยู่ด้านใน ลมหนาวพัดเอาเศษใบไม้และกลิ่นอับชื้นจากน้ำฝนมาปะทะหน้าต่าง ผมดับเครื่องยนต์ ความเงียบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงกระทบหลังคารถและเสียงลมหายใจของเราสองคนที่ดูเหมือนจะดังจนเกินไป

'เรามาถึงแล้ว' ผมบอกแพร เสียงของตัวเองยังแหบพร่าเล็กน้อย เธอพยักหน้าช้าๆ แล้วเอื้อมมือมาบีบมือผมแน่น ราวกับจะขอเกาะเกี่ยวผมไว้เป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่ขุมนรกนี้

ทันทีที่เราก้าวลงจากรถ ผมก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งยืนรออยู่ที่ประตูโกดัง เขาไม่ได้เปิดไฟอะไรเลย ทำให้โกดังมืดสลัวราวกับอุโมงค์ ผมจำ 'ผู้คุมคนใหม่' ได้ทันที ถึงแม้จะเห็นเขาเพียงครั้งเดียวในบาร์ลับเมื่อคืนก่อน แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นยากจะลืมเลือน 'มากันแล้วสินะ' เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน 'ตามฉันเข้ามา'

เราเดินตามหลังเขาเข้าไปในโกดัง กลิ่นเหล็กเก่าสนิมขึ้นปนกับความชื้นยิ่งทำให้บรรยากาศน่าขนลุก ด้านในมีเพียงไฟสปอตไลท์ดวงเล็กๆ สาดส่องไปยังพื้นที่กลางโกดัง เผยให้เห็นโซฟาหนังสีเข้มตัวหนึ่งตั้งอยู่ตรงนั้น และรอบๆ มีกล้องวงจรปิดขนาดเล็กหลายตัวติดตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ นั่นทำให้ผมรู้ทันทีว่า 'บททดสอบ' ของคืนนี้คืออะไร และทำไมเขาถึงเลือกที่นี่

'นั่งลงสิ' ผู้คุมสั่ง แพรลังเลเล็กน้อยก่อนจะยอมนั่งลงบนโซฟาตัวนั้น ผมยืนอยู่ข้างๆ เธอ ใจผมเต้นระรัว ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี 'ไม่ต้องยืนค้ำหัวฉันหรอก' เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา 'นี่คือบทพิสูจน์ความจงรักภักดีของเธอ...กับของเขาด้วย' เขาหันมามองผม 'เธอต้องแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมที่จะทิ้งทุกสิ่ง เพื่อภารกิจ' คำพูดของเขามันเสียดแทงใจ เหมือนมีมีดกรีดลงบนบาดแผลที่กำลังเปิดอยู่

แพรตัวแข็งทื่อ เธอหันมาสบตาผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัว 'พี่...' เธอเรียกชื่อผมเบาๆ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ผมรู้สึกได้ว่ามือของเธอที่กุมมือผมอยู่เย็นเฉียบและสั่นเทา ผมอยากจะดึงเธอออกไปจากที่นี่ อยากจะตะโกนปฏิเสธทุกสิ่ง แต่ผมรู้ว่าเราทำไม่ได้ เราถูกบีบจนมุม

'เริ่มสิ' ผู้คุมพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ 'เวลาของเธอไม่ได้มีมากนัก' แพรค่อยๆ ปล่อยมือผม เธอหันไปเผชิญหน้ากับสายตาที่จับจ้องจากผู้คุมและกล้องวงจรปิด เธอค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ช้าๆ อย่างเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอที่เปียกชื้นจากฝนค่อยๆ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดด้านใน และเมื่อมันหลุดพ้นจากบ่า เสื้อชั้นในสีดำลูกไม้ก็ปรากฏแก่สายตา เสียงลมหายใจของผมติดขัด ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ทั้งๆ ที่อากาศรอบตัวหนาวเย็นจับใจ

'พี่...อย่ามองหนูแบบนั้นสิ' เธอพูดเสียงสั่นพร่า เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของผม แต่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูภาพตรงหน้าอย่างทรมาน เธอค่อยๆ รูดกระโปรงลงช้าๆ และเมื่อมันกองอยู่ตรงข้อเท้า เหลือเพียงเรือนร่างที่บอบบางในชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิท ผู้คุมจ้องมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้อารมณ์ใดๆ ผมเกลียดแววตานั้น เกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้

'เข้ามาสิ' ผู้คุมออกคำสั่งกับผม 'แสดงให้ฉันเห็น ว่าเธอเลือกใคร' ผมรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตทั้งตัว ผมมองไปที่แพร เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม แววตาของเธอมันอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ แต่ก็มีแววของความจำนนปะปนอยู่ด้วย ผมรู้ว่าผมต้องเลือก และการเลือกของผมอาจจะกำหนดชะตาของเราสองคน

ผมก้าวเท้าเข้าไปหาแพรอย่างเชื่องช้า หัวใจของผมเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ผมนั่งลงข้างๆ เธอ แพรเงยหน้ามองผม เธอค่อยๆ เอื้อมมือมาโอบรอบคอผม ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นของผิวเธอที่กำลังร้อนผ่าวจากความอับอาย ผมซบหน้าลงกับไหล่เธอ สูดดมกลิ่นกายของเธอที่ปนเปื้อนด้วยกลิ่นฝนและความหวาดกลัว ผมอยากจะพาเธอหนีไปให้ไกลที่สุด แต่เราหนีไม่ได้

'พี่...หนูไม่ไหวแล้ว' เธอครางเบาๆ เมื่อผมเริ่มปลอบประโลมเธอด้วยจูบที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมพยายามให้ความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี ส่งผ่านไปถึงเธอ เพื่อบอกว่าผมอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน จูบของผมร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ผมสัมผัสได้ถึงรสชาติความเค็มของน้ำตาที่ปะปนกับจูบของเรา เสียงลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้น และมือของเธอก็กำเสื้อผมแน่นจนยับย่น

'อื้อ...พี่...' เธอครางเมื่อผมเริ่มสำรวจร่างกายที่บอบบางของเธอด้วยปลายนิ้ว ความเนียนนุ่มของผิวเธอทำให้ผมแทบลืมหายใจ แพรเองก็ตอบสนองต่อสัมผัสของผมอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ร่างกายของเธอมันอ่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ ผมได้ยินเสียงครางอื้ออึงของเธอปนกับเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความเร่าร้อนและความสิ้นหวัง เราเหมือนกำลังเต้นรำอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างสวรรค์กับนรก โดยมีสายตาที่เย็นชาของ 'ผู้คุม' คอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา

'ตรงนั้น...อ๊ะ...พี่เก่งจัง' เธอร้องครางออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำความรู้สึกไว้ได้ เมื่อผมทำให้เธอไปถึงจุดสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมด ผมเองก็แทบจะขาดใจไปพร้อมกับเธอ แต่ภาพของ 'ผู้คุม' ที่ยังคงนั่งจ้องมองอย่างไม่ลดละ ทำให้ผมต้องเก็บงำความรู้สึกทั้งหมดไว้ และพยายามทำในสิ่งที่เขาต้องการให้ดีที่สุด

แพรซบหน้าลงกับอกผม เธอหายใจหอบถี่ ผมรับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นและอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากร่างกายของเธอ ผมก้มลงจูบหน้าผากของเธอเบาๆ 'เสร็จแล้วใช่มั้ย...' แพรพึมพำเสียงแผ่ว แต่ก่อนที่ผมจะได้ตอบ เสียงของผู้คุมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง 'ยังไม่หมด...นี่แค่เริ่มต้น' คำพูดของเขาทำให้ผมหัวใจหล่นวูบ ผมเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ และสิ่งที่เขาทำต่อไป ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ...

เขาหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูดอะไรบางอย่าง และไม่นานนัก ประตูโกดังด้านหลังก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์อีกสองคนเดินเข้ามาในความมืดสลัว สายตาของพวกเขาจับจ้องมาที่เราสองคนราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ แพรผงะ เธอจับมือผมแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ผมรู้สึกถึงแรงบีบที่เกือบจะทำให้กระดูกหัก 'พี่...ไม่นะ' เธอพูดเสียงขาดห้วง ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับไร้ซึ่งชีวิต เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันคืออะไร และผมเองก็รู้เช่นกัน...นี่คือ 'บททดสอบสุดท้าย' ที่แท้จริง และเราอาจจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

ป.ล.คืนนี้มันหนักหนาสาหัสจริงๆ ครับพี่ๆ ผมไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไงดี...รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าที่ปกป้องน้องไม่ได้เลย
ป.ล.2. ฝนตกทั้งคืนเลยครับแถวบ้านผม น้ำท่วมหลายที่เลย โชคดีที่ผมไม่โดน แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ สงสัยต้องมีรถโฟร์วีลแล้วมั้งครับ
ป.ล.3. แพรต้องเจออะไรมาบ้างนะ เธอถึงยอมทำทุกอย่างขนาดนี้ ผมอยากรู้เรื่องราวในอดีตของเธอเหลือเกิน...และผู้คุมคนนี้ก็ไม่ใช่คนง่ายๆ เลยจริงๆ


คำถามชวนคุย:
1. ถ้าเจอสถานการณ์แบบผม จะทำยังไงครับพี่ๆ? ยอมทำตาม หรือจะสู้สุดใจ? (แต่ดูแล้วผมไม่มีทางเลือกเลย)
2. คิดว่า 'ผู้คุมคนใหม่' ต้องการอะไรจากแพรกันแน่ครับ? นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินๆ ทองๆ แล้วใช่ไหม?
3. เคยมีประสบการณ์ที่ต้องทำอะไรที่ไม่ต้องการ เพื่อปกป้องคนที่เรารักไหมครับ? เล่าให้ฟังหน่อยครับ
4. ในสถานการณ์ที่ถูกบีบมากๆ เราจะยังคงรักษาสติและศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ได้ไหมครับ?
5. คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผมกับแพรต่อไปครับ? ผมเริ่มมองไม่เห็นทางออกแล้วจริงๆ...

Reward DM: ใครตอบคำถามโดนใจ 3 คนแรก ผมจะบอกพิกัดโกดังลับหลังบ้านที่ผมชอบไปใช้เวลาส่วนตัวครับ รับรองว่าบรรยากาศดีมากๆ (ถ้าไม่รวมเรื่องวันนี้อะนะ)

พรุ่งนี้: แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์... หรือเป็นเพียงภาพลวงตาจากไฟหน้ารถคันใหม่?
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง