หน้ากากนางฟ้าในคืนฝนพรำ - Ep. 13: บททดสอบสุดท้ายของลูกสาวมาเฟีย

เริ่มโดย don, 02 มิถุนายน 2026, 09:29:37

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

don

เสียงนาฬิกาแขวนดังติ๊กต่อกในความมืด ผสมกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของน้องแพร... สองร่างใหญ่โตที่โผล่มาพร้อมกับไฟฉายจ้าจ้องเข้ามาในโกดังร้างที่เปียกชื้น.
ผมรู้ว่าน้องแพรกำลังตกอยู่ในอันตรายที่ไม่เคยเจอมาก่อน และผมต้องทำอะไรสักอย่าง...


วินาทีนั้นโลกทั้งใบของผมเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ เสียงสายฝนที่กระหน่ำไม่หยุดตั้งแต่เมื่อคืน... เหมือนพยากรณ์อากาศที่ว่ากรุงเทพฯ จะเจอฝน 60% เป๊ะๆ แต่มันไม่เท่าเศษเสี้ยวความมืดมิดในใจผมตอนนี้หรอก สองเงาร่างที่ใหญ่กว่าไอ้โม่งตัวแรกยืนทะมึนอยู่หน้าประตูโกดัง แสงไฟฉายจากมือพวกมันสาดไปทั่ว ปลายลำแสงหยุดนิ่งอยู่ที่น้องแพรซึ่งกำลังตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้าผม... ผมได้กลิ่นสนิม กลิ่นอับชื้นของดินเปียก และกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่หลงเหลือจากตัวน้องแพร มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคย แต่ตอนนี้มันเจือปนด้วยความกลัวและความสิ้นหวังจนผมแทบสำลัก

"ไง... ชอบไหมล่ะ ของจริงมันต้องแบบนี้สิ" ไอ้โม่งหัวเราะหึๆ ในลำคอ น้ำเสียงมันเย็นยะเยือกจนขนลุก มันหันไปพยักหน้าให้ชายสองคนนั้น แล้วพูดว่า "เข้ามาใกล้ๆ เลย พวกมึงจะได้เห็นชัดๆ"

หัวใจผมเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก ผมมองหน้าน้องแพร เธอหลุบตาลงเม้มปากแน่น เหมือนจะกลั้นเสียงสะอื้น สายตาที่เคยสดใสตอนนี้เต็มไปด้วยความพร่ามัวและความเจ็บปวด ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวในแววตาตัวเอง อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากคอไอ้พวกเวรนี่ แต่โซ่ที่มัดข้อมือผมไว้กับเสาเหล็กมันตอกย้ำว่าผมไร้เรี่ยวแรงแค่ไหน ระหว่างที่หัวสมองผมกำลังปั่นป่วน ข่าวตายายถูกหวย 6 ล้านที่เพื่อนส่งมาเมื่อเช้ามันลอยเข้ามาในหัวอย่างประชดประชัน... ความสุขของคนอื่นมันช่างต่างกับนรกตรงหน้านี้ราวฟ้ากับเหว

ชายฉกรรจ์สองคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ รองเท้าบู๊ทของพวกมันเหยียบย่ำบนเศษใบไม้แห้งและพื้นปูนที่เต็มไปด้วยโคลน เสียงสวบสาบของฝีเท้ามันเหมือนเสียงกรีดร้องในโสตประสาทของผม แพรเงยหน้ามองผมด้วยแววตาที่อ้อนวอน "พี่... อย่าเพิ่ง... อย่าทำอะไรตอนนี้เลยนะ" เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

"หึหึ... นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นหนู" ไอ้โม่งพูดพร้อมกับล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา แสงจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวของมัน ผมเห็นมันกดบันทึกวิดีโอ... ความบ้าคลั่งในตัวผมเริ่มคุกรุ่น นี่มันไม่ใชแค่บททดสอบแล้ว แต่มันคือการทรมานโดยสิ้นเชิง

"ถอดเสื้อคลุมออก... แล้วหันหลังให้กล้อง" ไอ้โม่งสั่งเสียงเรียบเฉย แพรตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ทำตามอย่างช้าๆ มือเรียวสั่นเทาปลดกระดุมเสื้อคลุมสีเข้มออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่บอบบางภายใต้แสงสลัวๆ ของโกดัง... ผมรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นไปทั่วร่าง อยากจะบดขยี้พวกมันให้แหลกคามือ แต่ทำได้เพียงยืนกำหมัดแน่น จนเล็บจิกลงไปในเนื้อจนเจ็บร้าว

"ดีมาก... ทีนี้ก็แสดงให้พวกพี่ๆ เขาดูหน่อยสิ ว่าเธอน่ะ 'ฟิต' แค่ไหน" ไอ้โม่งยิ้มกริ่ม

แพรหันหลังให้กล้องช้าๆ เธอไม่ได้มองมาที่ผมแล้ว แต่สายตาของเธอลอยคว้างไปในความมืด เหมือนวิญญาณที่กำลังหลุดลอย ผมเห็นแผ่นหลังเนียนที่เต็มไปด้วยรอยแดงจางๆ จากการถูกทรมานก่อนหน้านี้ น้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ไม่ยอมให้มันไหลลงมาให้พวกมันสมใจ ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินเข้าไปใกล้เธอ โน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของน้องแพร ผมไม่ได้ยินถ้อยคำนั้น แต่เห็นน้องแพรสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่าอย่างช้าๆ ผมกัดฟันกรอด เลือดในกายเดือดพล่านไปหมด

"แพร... ไม่" ผมตะโกนเสียงแหบ แต่อีกคนก็เดินเข้ามาประชิดผม เอาปืนจ่อที่ขมับ "เงียบไปซะไอ้ขี้ข้า ถ้าไม่อยากตายตรงนี้!"

ผมจำใจต้องกลืนก้อนความรู้สึกทั้งหมดลงไป แต่สายตาของผมไม่เคยละไปจากน้องแพร... เธอเริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่งที่น่ารังเกียจนั้น ช้าๆ เนิบๆ ราวกับเครื่องจักรที่ไร้วิญญาณ แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ มันคือการกรีดแทงหัวใจผมให้ขาดวิ่น "พี่... อือ... อ๊ะ" เสียงครางของน้องแพรปนกับเสียงสะอื้น มันไม่ใช่เสียงแห่งความสุข แต่มันคือเสียงแห่งความเจ็บปวดและความอัปยศ ผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมหวานจากตัวน้องแพรที่ตอนนี้มันเหมือนจะลอยมาพร้อมกับความรันทดใจ

"นั่นไง 'น้ำแรก' ของเธอ" ไอ้โม่งพูดอย่างสะใจ เมื่อเห็นน้องแพรตัวเกร็งกระตุกเบาๆ แพรยังคงก้มหน้าอยู่กับพื้นเปียกๆ ผมเห็นไหล่ของเธอสั่นระริก แรงสะอื้นรุนแรงขึ้น

"พอแล้ว!" ผมตะโกนสุดเสียง ไม่สนอีกแล้วว่าปืนที่จ่อหัวผมอยู่จะลั่นเมื่อไหร่ "พวกมึงมันไม่ใช่คน! ปล่อยน้องแพรไป!"

"หือ... ปากดีนี่หว่า" ไอ้โม่งเดินเข้ามาใกล้ผม มันใช้ปลายกระบอกปืนเคาะเบาๆ ที่หน้าผากผม "แกคงยังไม่รู้นะว่าหนูนี่เป็นใครน่ะ... แพรน่ะเป็น 'ลูกสาวหัวหน้าแก๊งฉลามขาว' ที่ติดหนี้พ่อกูอยู่หลายสิบล้านไงล่ะ! แล้วนี่แหละคือการชดใช้!"

คำพูดของมันทำเอาผมหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม แพร... เป็นลูกสาวแก๊งมาเฟีย? แล้วไอ้พวกนี้คือ... แก๊งคู่อริ? ทุกอย่างที่เคยเป็นปริศนาเริ่มกระจ่าง แต่กลับยิ่งมืดมิดกว่าเดิม ผมมองไปที่น้องแพรอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม ดวงตาแดงก่ำ "พี่... แพรขอโทษ"

"หึหึ... ยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะแยะเลยนะพ่อหนุ่ม" ไอ้โม่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันหันไปพยักหน้าให้ชายฉกรรจ์อีกสองคน "เอาเลยสิ... อย่าให้เสียเวลา"

แล้วฉากที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตผมก็เริ่มต้นขึ้น... แพรถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความอัปยศ แต่เธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย น้ำตาไหลเป็นทางเปียกชื้นไปหมด แต่เธอไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา ผมได้ยินเสียงหอบหายใจของน้องแพร เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ ในความมืด สลับกับเสียงหัวเราะของไอ้พวกสัตว์นรก ผมเห็นน้องแพรเกร็งตัว ปลายเท้าจิกลงไปในพื้นจนแน่น "อ๊ะ... ตรงนั้น... พอแล้ว... ฮือ" เสียงของเธอขาดห้วง แต่ก็ยังคงทำตาม ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกัดกินจิตวิญญาณของผมไปทีละน้อยๆ

"ฉ่ำจริงๆ ว่ะ" หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดขึ้นมาหยาบๆ มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะอาเจียน ผมเห็นน้องแพรตัวอ่อนปวกเปียกไปหมดแล้ว เธอเหมือนตุ๊กตาที่ถูกใช้งานจนหมดสภาพ ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วตัว ไม่ใช่แค่ทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกในใจ ผมอยากจะกรีดร้อง อยากจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากมองน้องแพรถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา

"เอาล่ะ... พอแค่นี้ก่อน" ไอ้โม่งพูดขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นาน มันมองดูผลงานของมันอย่างพึงพอใจ "พรุ่งนี้เราจะมาคุยเรื่องค่าไถ่กัน"

มันเดินตรงเข้ามาหาผม ปลดโซ่ที่มัดข้อมือออก ก่อนจะผลักผมล้มลงกับพื้น "กลับไปได้แล้ว... และอย่าคิดแจ้งตำรวจเชียวล่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้แกอาจจะไม่ได้เห็นหน้าหนูแพรอีกเลย"

ผมลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปที่น้องแพรที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นในความมืด เธอไม่ตอบสนองอะไรแล้ว ผมทรุดตัวลงคุกเข่า โอบกอดร่างของเธอไว้แน่น... ร่างกายของแพรเย็นเฉียบ และเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทรมาน ผมพยายามกระซิบปลอบเธอ "แพร... พี่อยู่นี่แล้ว"

แต่เธอกลับไม่ตอบสนอง ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกมันเดินออกไปจากโกดัง ปล่อยให้ผมกับแพรอยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง ผมกอดเธอแน่นขึ้น รู้สึกได้ถึงความชื้นจากน้ำตาของผมเองที่ไหลรินลงบนผมของเธอ

แต่แล้ว... ผมก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เสียบอยู่ข้างเอวของน้องแพร... มันเป็นปืนพกกระบอกเล็กที่เย็นเฉียบ และมือของเธอก็กำมันไว้แน่นจนน่าตกใจ... แล้วใครกันแน่... ที่เป็นผู้ล่าตัวจริง?

ปล.1: บอกตรงๆ ครับพี่ๆ ตอนนี้ผมเขียนไปใจมันก็เจ็บไป คือมันเกินกว่าที่ผมจะรับไหวแล้วจริงๆ นี่คือบททดสอบที่เลวร้ายที่สุดจริงๆ ครับ
ปล.2: ขอปลากรอบให้กำลังใจผมกับน้องแพรหน่อยครับ ผมอยากจะพาน้องออกมาจากนรกนี่ให้ได้!
ปล.3: ผมภาวนาขอให้พวกมันได้รับกรรมที่สาสม และผมจะไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด!

คำถามชวนคุย:
1. ถ้าเป็นคุณจะทนดูเหตุการณ์แบบนี้ต่อหน้าต่อตาได้ไหม หรือจะเลือกสู้จนตัวตาย?
2. คุณคิดว่าน้องแพรจะใช้ปืนกระบอกนั้นทำอะไร? กับพวกมัน หรือกับตัวเอง?
3. เคยเจอสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้นให้ต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำเพราะคนรักไหม?
4. รู้สึกยังไงกับตัวละครไอ้โม่งและลูกน้องของมัน? มันสมควรได้รับอะไร?
5. คิดว่าความจริงทั้งหมดของน้องแพรคืออะไรกันแน่? เธอกำลังหลอกผมอยู่หรือเปล่า?

Reward DM: สำหรับพี่ๆ ที่ร่วมคอมเมนต์และให้กำลังใจ ผมมีพิกัดร้านที่น้องแพรเคยแอบไปทำงานพิเศษ (ก่อนที่จะมาเจอผม) และรูปภาพตอนเธอยังยิ้มได้สดใสก่อนที่จะมาเจอกับเรื่องเลวร้ายนี้ (SFW) ส่งให้ทาง DM ครับ

พรุ่งนี้: ความลับที่ยังซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากของน้องแพร... และเสียงปืนที่ดังขึ้นในความมืด...
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

คำเตือน: ไม่มีการตั้งกระทู้หัวข้อนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
หากคุณมั่นใจว่าต้องการตอบกลับ โปรดพิจารณาเริ่มหัวข้อใหม่

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง