ดั่งใจปรารถนา (The Price of Faith) ตอนที่ 4: บ่วงเวลาหน้าปัดมรณะ

เริ่มโดย etatae333, 07 กันยายน 2026, 11:09:16

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Alexis และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

ดั่งใจปรารถนา
(The Price of Faith)
ตอนที่ 4: บ่วงเวลาหน้าปัดมรณะ


"ความทะเยอทะยานของมนุษย์มักเดินทางเป็นเส้นตรงที่มุ่งไปข้างหน้า แต่สำหรับโลกแห่ง
ไสยเวทและสิ่งลี้ลับ กาลเวลาอาจเป็นบ่วงโซ่ที่พร้อมจะบดขยี้ผู้ที่ละเมิดกฎให้สูญสลายไป
ตลอดกาล ในตอนนี้ เรื่องราวจะพาดำดิ่งไปสู่ 'ราคาของความเชื่อ' ที่ไม่ได้แลกมาด้วย
เนื้อหนังหรือจิตวิญญาณ แต่แลกด้วยตัวตนและห้วงเวลาทั้งหมดที่เคยมี


ผ่านเครื่องราง... "เรือนกาลพลิกดวง"


บทที่ 1: ก้นบึ้งของคนสิ้นเนื้อประดาตัว



สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านตรอกแคบแถวคูเมืองเก่าเชียงใหม่ในยามวิกาล ละอองฝนโปรยปรา
ยลงมากระทบผิวหน้าอันซูบซีดของ "กรณ์" นักเก็งกำไรหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี เขายืนตัวสั่นเทา
อยู่ใต้ชายคาผุพัง สายตาจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แสดงตัวเลขพอร์ตการลงทุนติดลบ
สีแดงฉาน ความผิดพลาดจากการทุ่มสุดตัวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นต่างประเทศพังครืน
ลงมาในพริบตา ไม่ใช่แค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่สูญสิ้น แต่เขายังแบกรับหนี้สินนอกระบบนับล้านบาท
ที่เจ้าหนี้ขู่จะตามล่าเอาชีวิต


"หมดสิ้นแล้ว..." กรณ์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแหบแห้ง ความคิดที่จะ
จบชีวิตตัวเองแล่นริ้วเข้ามาในหัวสมองอันอ่อนล้า

ทว่าในจังหวะนั้น แสงตะเกียงน้ำมันสีเหลืองสลัวจากร้านค้าที่ตั้งอยู่ลึกสุดของตรอกกลับดึงดูด
สายตาของเขา มันเป็นร้านขายของโบราณที่ไม่มีป้ายชื่อ ประตูไม้สักหนาทึบแง้มออกเล็กน้อย
ส่งกลิ่นอายอับชื้นและกลิ่นเครื่องหอมโบราณจาง ๆ ออกมา กรณ์ก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่มี
จุดหมาย ราวกับมีกระแสไฟลึกลับคอยฉุดดึงสองเท้าของเขา

ภายในร้านเต็มไปด้วยฝุ่นและวัตถุโบราณรูปร่างแปลกตา ชายแก่รูปร่างค่อมผู้มีดวงตาฝ้าฟาง
สีขาวขุ่นนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่า กรณ์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนไป
สะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนกล่องกำมะหยี่สีแดงที่เปื่อยยุ่ย...

มันคือ "นาฬิกาพกโบราณทองเหลือง"

ตัวเรือนมีรอยถลอกและคราบสนิมเขียวสลักลวดลายอักขระขอมโบราณรอบขอบอย่างวิจิตร
สิ่งที่น่าประหลาดขีดสุดคือ เข็มวินาทีของมันกำลังขยับเดินดัง "แกร๊ก... แกร๊ก..."
เป็นจังหวะเชื่องช้า กระตุกกระสับสลับนิ่ง คล้ายเสียงชีพจรและจังหวะหัวใจเต้น
ของสิ่งมีชีวิตที่แผ่วเบา


บทที่ 2: สัญญาค้าหน้าปัดทองเหลือง



"เจ้ารู้สึกถึงมันใช่ไหม..." เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังทำลายความเงียบขึ้นมาจนกรณ์สะดุ้ง

"นาฬิกาเรือนนี้ไม่เคยหยุดเดิน มันรอคอยผู้ที่สิ้นหวังและกล้าพอ
จะจ่ายราคาสูงลิ่วเพื่อแลกกับการเปลี่ยนโชคชะตา"


กรณ์กลืนน้ำลาย แววตาคมขลังของเขาฉายความโลภปนตื่นตระหนก "มันทำอะไรได้?"

"มันจะเร่งเข็มเวลาชีวิตของเจ้าให้ข้ามผ่านอุปสรรคและพุ่งทะยานสู่ความร่ำรวยที่เจ้าปรารถนา
ทุกการลงทุน ทุกการตัดสินใจของเจ้าหลังจากนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามราวปาฏิหาริย์"


หญิงชราโน้มตัวเข้ามาใกล้ แววตาขุ่นมัวจับจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของกรณ์

"แต่มันมีกฎเหล็กที่ห้ามละเมิดเด็ดขาด... เมื่ออธิษฐานแล้ว ชีวิตใหม่ของเจ้าจะมุ่ง
ไปสู่อนาคตเท่านั้น เจ้าต้องตัดขาดและปฏิเสธตัวตนรวมถึงผู้คนในสังคมเดิมทั้งหมด
ห้ามส่งเสียงทักทาย ห้ามตอบรับ ห้ามสบตา หรือแม้แต่เหลียวกลับไปมองคนจาก
ชีวิตเก่าเด็ดขาด หากเจ้าเผลอตัวแม้เสี้ยววินาที อาคมของนาฬิกาจะทวงคืนหนี้
เวลาทั้งหมดทันที"


กรณ์หัวเราะเยาะในใจด้วยความสับสนปนสิ้นหวัง สำหรับเขาแล้ว สังคมเก่าที่มีแต่
ความยากจนและพวกทวงหนี้โหดเป็นสิ่งที่เขาอยากจะสลัดทิ้งไปใจจะขาดอยู่แล้ว

"ตกลง... ฉันยอมรับข้อเสนอ"

เขารับนาฬิกาพกทองเหลืองมาถือไว้ในมือ สัมผัสของมันเย็นเยือกทว่ากลับสั่นเบา ๆ
ตามจังหวะชีพจร กรณ์หลับตาลงและอธิษฐานขอความร่ำรวยและเกียรติยศที่ไม่มีวัน
จบสิ้น โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของสัญญามรณะ



บทที่ 3: สลัดอดีต สวมตัวตนใหม่



ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู้ร้านลึกลับ กรณ์ก็เริ่มกระบวนการ "ลบตัวตนเก่า" อย่างเป็นระบบ
และเหี้ยมเกรียมที่สุดเพื่อล็อกความปลอดภัยให้ตัวเองตามกฎเหล็ก เขาตระหนักดีว่าการ
จะหนีจากอดีตเขาต้องทำอย่างเด็ดขาดและปราศจากความอาลัยอาวรณ์


กรณ์เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังที่ทำการอำเภอ ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่
ทางกฎหมายทั้งหมดเป็น "กฤติน" เพื่อสลัดชื่อเดิมที่เคยติดตัวมาตั้งแต่เกิดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
จากนั้นในค่ำคืนที่เงียบสงัด เขาเดินไปที่สะพานข้ามแม่น้ำปิง นำซิมการ์ดโทรศัพท์เบอร์เดิม
ที่เคยใช้ติดต่อเพื่อนพ้อง ญาติพี่น้อง และคนรู้จักทั้งหมด หักครึ่งแล้วโยนทิ้งลงสู่กระแสน้ำเชี่ยว
กรากสีดำทึบ ก่อนจะหันมาใช้โทรศัพท์และเบอร์ VIP ใหม่เอี่ยมที่ลงทะเบียนภายใต้ชื่อกฤติน

ความพยายามของเขายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เขากดลบบัญชีโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง
เป็นการถาวร ทั้ง Facebook ที่เคยเก็บภาพถ่ายวันวานกับครอบครัว Instagram
ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตอันแสนซอมซ่อ และกลุ่ม Line สมัยเรียนทั้งหมด

เขาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพียงใบเดียว ย่องออกจากห้องเช่าราคาถูกกลางดึกโดยไม่บอกกล่าว
เพื่อนบ้านหรือโทรลาผู้ใด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ
กฤติน อย่างสมบูรณ์แบบ


บทที่ 4: รุ่งโรจน์บนความเงียบงัน



ผลลัพธ์ของนาฬิกาพกโบราณช่างรวดเร็วและหอมหวานจนน่าใจหาย พอร์ตการเก็งกำไรของ
"กฤติน" พุ่งทะยานราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการ ทุกการลงทุนสร้างผลตอบแทน
มหาศาลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์


ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขากลายเป็นเศรษฐีพันล้านคนใหม่ในแวดวงสังคมชั้นสูง
ย้ายเข้าสู่เพนต์เฮาส์สุดหรูราคาเหยียบร้อยล้านใจกลางกรุงเทพมหานคร แวดล้อมไปด้วย
ผู้ดีและนักธุรกิจระดับประเทศที่พยายามเข้ามาประจบสอพลอ

กฤตินท่องจำคำเตือนใส่สมองตลอดเวลาว่า "กรณ์คนเก่าได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว"

เขากลายเป็นคนเย็นชา ไร้ไมตรี และสลัดคราบมนุษย์ผู้มีมนุษยสัมพันธ์ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
หากมีใครในวงสังคมเก่าบังเอิญส่งข้อความอีเมลมาทักทายหรือพยายามค้นหาเขา กฤติน
จะกดบล็อกและลบทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะอ่าน เขาสร้างกำแพงสูงชันกักขังตัวเองไว้
ในหอคอยแห่งความร่ำรวย ดำเนินชีวิตมุ่งไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ภายใต้เสียงเดิน
"แกร๊ก... แกร๊ก..." ของนาฬิกาพกโบราณที่พกติดตัวตลอดเวลา


บทที่ 5: สัญชาตญาณอันทรยศ

ความพยายามหนีอดีตของกฤตินเกือบจะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าเขาลืมไปว่า
สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งเย่อหยิ่งและทำงานรวดเร็วกว่าสมอง
ที่ผ่านการคิดคำนวณเสมอ


เย็นวันหนึ่ง ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านหนาตาในห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมือง
กฤตินในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับกำลังก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยเพื่อตรงไปยัง
ลานจอดรถ VIP ทันใดนั้น เสียงแหบเครืออันแสนคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
ของหญิงชราคนหนึ่งก็ตะโกนฝ่าเสียงฝูงชนขึ้นมาจากเบื้องหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

"กรณ์... ใช่กรณ์ลูกแม่ไหม?!"



น้ำเสียงของมารดาผู้แก่ชราที่เขาละทิ้งมา... ก่อนที่สมองและสติสัมปชัญญะของ
กฤตินจะทันคิดคำนวณถึงกฎข้อห้าม สัญชาตญาณดิบในก้นบึ้งของความเป็นมนุษย์
กลับทรยศเขาอย่างเลือดเย็น ร่างกายของเขาหยุดก้าวเดินโดยอัตโนมัติ และสะบัดหัว
เหลียวกลับไปสบตาเข้ากับดวงตาฝ้าฟางของหญิงชราผู้นั้นเข้าอย่างจัง

เสี้ยววินาทีที่สบตากัน... เสียง "แกร๊ก!!!" แหลมสูงดังสะท้อนก้องมาจากนาฬิกา
พกโบราณในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาจนหน้าอกของเขาสั่นสะท้าน!


บทที่ 6: ห้วงเวลาซ้อนทับขยี้วิญญาณ

กฤตินตระหนักถึงภัยพิบัติทันที เขาสลัดตัวหนีเตลิดออกมาวิ่งพล่านกลับมาที่เพนต์เฮาส์
ของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ล็อกประตูแน่นหนาแต่ทว่าสายเกินไปแล้ว กฎเหล็กได้ถูก
ทำลายลงโดยสัญชาตญาณอันโง่เขลา


ภายในห้องทำงานอันหรูหรา แสงไฟดับวูบลงแทนที่ด้วยเสียงฟ้าร้องครามครัน เข็มวินาที
ของนาฬิกาพกโบราณบนโต๊ะเริ่มหมุนย้อนกลับและเดินหน้าสลับไปมาอย่างรวดเร็วจนเกิด
แสงแฟลร์สีเหลืองสลัว มิติรอบตัวของเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนน่าคลื่นไส้ กฤตินก้มมองมือตัวเอง
แล้วต้องกรีดร้องด้วยความสยดสยองขีดสุด เมื่อร่างกายของเขาเกิดภาวะ

"การซ้อนทับของกาลเวลา (Time Overlay)"



เงามืดของตัวเขาในอดีตนับร้อย ๆ ร่าง—ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กน้อยร้องไห้, ชายหนุ่มวัยรุ่นที่สิ้นหวัง,
และร่างอันซูบซีดซอมซ่อสมัยก่อนร่ำรวย—ค่อย ๆ แยกตัวและโผล่มาซ้อนทับกันในพื้นที่เดียวกัน
ทุกร่างส่งเสียงกรีดร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจากการบีบอัดของกาลเวลา แรงดึงดูดหมุนวน
ม้วนเอาเนื้อหนัง กล้ามเนื้อ และโครงกระดูกของกรณ์ทุกช่วงอายุให้หดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ บิดเบี้ยว
กลายเป็นเกลียวเนื้อที่ไม่มีกลิ่นคาวเลือด แต่ถูกม้วนรวมและดูดกลืนหายวับเข้าไปในช่องว่าง
ที่หน้าปัดนาฬิกาพกทองเหลืองในพริบตาเดียว


เมื่อความมืดและพายุฝนผ่านพ้นไป... บนพื้นห้องเพนต์เฮาส์ว่างเปล่า ไม่มีร่างของกฤติน หรือ กรณ์
หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงนาฬิกาพกโบราณทองเหลืองที่เปิดฝาอ้าออกวางนิ่งสนิทอยู่

บัดนี้ บนแผ่นหน้าปัดทองเหลืองสลัก ลวดลายอักขระได้แปรเปลี่ยนเป็นรูปภาพนูนต่ำ
รูปใบหน้ามนุษย์ของกรณ์ที่กำลังเบิกตากว้างและอ้าปากกรีดร้องด้วยความสยดสยองขีดสุด
ติดแน่นเป็นเนื้อเดียวกับหน้าปัดนาฬิกาไปชั่วนิรันดร์ ตัวตนและกาลเวลาของเขาถูกกักขัง
และชดใช้กรรม และที่น่าเวทนาที่สุด... ในโลกปัจจุบัน

ความทรงจำของทุกคนเกี่ยวกับ "กรณ์" และ "กฤติน" ได้ถูกลบหายไปจากใจของผู้คน
อย่างสิ้นเชิง แม้แต่มารดาผู้ชราของเขาก็ไม่จดจำชื่อนี้อีกต่อไป ราวกับเขาไม่เคยได้ถือ
กำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เลยตั้งแต่แรกเริ่ม
friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง