[J-Character] Himitsu Sentai Gorenger: ปฐมบทตำนานนักรบ 5 สี

[J-Character] Himitsu Sentai Gorenger: ปฐมบทตำนานนักรบ 5 สี

เริ่มโดย etatae333, 17 กันยายน 2026, 15:04:36

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

[J-Character]
Himitsu Sentai Gorenger
ปฐมบทแห่งตำนานนักรบห้าสี




วันที่ 5 เมษายน 1975 ละครโทรทัศน์เทคนิคพิเศษเรื่อง Himitsu Sentai Gorenger
เริ่มออกอากาศทางสถานี NET ซึ่งปัจจุบันคือ TV Asahi ผลิตโดย Toei และสร้างจาก
แนวคิดของ 'โชทาโร อิชิโนโมริ' ผู้ให้กำเนิด Cyborg 009 และ Kamen Rider


เรื่องออกอากาศต่อเนื่องถึงวันที่ 26 มีนาคม 1977 รวมทั้งหมด 84 ตอน นับเป็นซีรีส์ที่มีจำนวนตอน
มากที่สุดในประวัติศาสตร์ซูเปอร์เซ็นไต แม้คำว่า "ซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์" จะยังไม่ได้ถูกใช้เป็นชื่อแฟรนไชส์
อย่างเป็นระบบในช่วงแรก แต่ภายหลัง Toei ได้รับรองให้ Gorenger เป็นผลงานลำดับแรกของซีรีส์
อย่างเป็นทางการ

แนวคิดสำคัญของเรื่องคือการเปลี่ยนจากฮีโร่เดี่ยวมาเป็นฮีโร่ห้าคนที่มีสี บุคลิก ความสามารถ
และอาวุธแตกต่างกัน ทุกคนต้องอาศัยการประสานงานจึงจะเอาชนะศัตรูได้ รูปแบบดังกล่าว
กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของซูเปอร์เซ็นไตในเวลาต่อมา


จุดเริ่มต้นของขบวนการโกเรนเจอร์

เมื่อองค์กรชั่วร้ายระดับโลก กองทัพกางเขนดำ หรือ Black Cross Army เริ่มดำเนิน
แผนยึดครองโลก องค์การสหประชาชาติจึงจัดตั้งองค์กรพิทักษ์สันติภาพนานาชาติ
ชื่อ EAGLE ขึ้นเพื่อต่อต้านภัยคุกคามดังกล่าว


กองทัพกางเขนดำเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ต่อสาขาทั้งห้าของ EAGLE ในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ฮอกไกโด โทโฮคุ
คันโต คันไซ และคิวชู เจ้าหน้าที่ในแต่ละฐานถูกสังหารเกือบทั้งหมด แต่มีผู้รอดชีวิตจากแต่ละสาขารวมกันห้าคน

เอโดงาวะ กงปาจิ ผู้บัญชาการสูงสุดของ EAGLE เขตญี่ปุ่น จึงรวบรวมผู้รอดชีวิตทั้งห้ามายังฐานลับ
ใต้ร้านขายขนม Snack Gon และจัดตั้งหน่วยรบพิเศษขึ้นในชื่อ Himitsu Sentai Gorenger

พวกเขาไม่ได้รับพลังจากเวทมนตร์หรือการดัดแปลงร่างกาย แต่ใช้อุปกรณ์และชุดรบพิเศษของ EAGLE
เมื่อสมาชิกหมุนตัวพร้อมตะโกนว่า "Go!" ชุดของโกเรนเจอร์จะปรากฏขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้



สมาชิกทั้งห้าและสีที่กลายเป็นต้นแบบ


ไคโจ สึโยชิ – อาคาเรนเจอร์ สีแดง
ผู้รอดชีวิตจากสาขาคันโตและหัวหน้าของโกเรนเจอร์ พี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาประจำฐาน
ถูกหน้ากากทองสังหาร ไคโจจึงมีแรงผลักดันส่วนตัวในการต่อสู้กับกองทัพกางเขนดำ

เขาเป็นผู้นำที่สุขุม เด็ดขาด และเชี่ยวชาญงานสายลับ อาวุธสำคัญคือ Red Bute ซึ่งสามารถ
เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลายลักษณะ สีแดงและตำแหน่งผู้นำของไคโจกลายเป็นต้นแบบ
สำคัญของเรดเรนเจอร์ในยุคต่อมา



ชินเม อากิระ – อาโอเรนเจอร์ สีน้ำเงิน
ผู้รอดชีวิตจากสาขาโทโฮคุและรองหัวหน้าทีม เขาเป็นนักแม่นปืนและนักบินฝีมือเยี่ยม รับหน้าที่
ควบคุมยานรบหลักของทีม ไม่ว่าจะเป็น Variblune หรือ Varidorin

อาวุธประจำตัวคือคันธนู Blue Cherry ผู้รับบทชินเมคือ ฮิโรชิ มิยาอุจิ ซึ่งเคยรับบท
คาเซมะ ชิโร หรือ Kamen Rider V3 มาก่อน และต่อมาได้รับบท Big One ใน
JAKQ Dengekitai



โออิวะ ไดตะ – คิเรนเจอร์ สีเหลือง
ผู้รอดชีวิตจากสาขาคิวชูและสมาชิกจอมพลังของทีม เดิมทำงานในหน่วยเทคนิคความแม่นยำ
จึงมีทั้งความสามารถด้านเครื่องจักร การถอดรหัส และการคำนวณ แม้ภายนอกจะดูซื่อและเป็น
ตัวสร้างอารมณ์ขัน แต่เขาไม่ได้เป็นเพียงสมาชิกกำลังสูงของทีมเท่านั้น

โออิวะพูดสำเนียงคิวชู เรียกตัวเองว่า "โออิดง" และชื่นชอบข้าวแกงกะหรี่เป็นพิเศษ ลักษณะนี้
ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นภาพจำที่ถูกนำไปล้อเลียนและอ้างอิงในผลงานเซนไตยุคหลัง



เพ็กกี มัตสึยามะ – โมโมเรนเจอร์ สีชมพู
ผู้รอดชีวิตจากสาขาฮอกไกโดและสมาชิกหญิงเพียงคนเดียวของทีม เธอทำงานในหน่วยวิเคราะห์ทางเคมี
เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด การวิเคราะห์สาร และงานด้านเทคนิค

อาวุธที่เป็นเอกลักษณ์คือระเบิดรูปทรงต่าง ๆ รวมถึง Momo Card และต่างหูระเบิดซึ่งมาพร้อม
ประโยคเตือนอันโด่งดังว่า "พร้อมหรือยัง?" การวางให้สมาชิกสีชมพูรับผิดชอบด้านวัตถุระเบิด
และวิทยาศาสตร์ แสดงให้เห็นว่าเพ็กกีไม่ได้มีบทบาทเพียงผู้ช่วยของสมาชิกชาย



อาสึกะ เคนจิ – มิโดเรนเจอร์ สีเขียว
ผู้รอดชีวิตจากสาขาคันไซและสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด เขาเป็นเจ้าหน้าที่หน้าใหม่ที่มีความคล่องตัวสูง
เหมาะกับการสอดแนม การจู่โจม และการต่อสู้ที่ต้องอาศัยความเร็ว

อาวุธประจำตัวคือ Mido Merang บูมเมอแรงสีเขียวซึ่งสามารถใช้โจมตีระยะไกลได้ แม้จะมี
ประสบการณ์น้อยกว่าสมาชิกคนอื่น แต่อาสึกะค่อย ๆ เติบโตเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทีมสามารถไว้วางใจได้



เอกลักษณ์ของชุดนักรบห้าสี

ชุดของโกเรนเจอร์ออกแบบให้ใช้สีหลักของสมาชิกอย่างชัดเจน บริเวณหมวกมีช่องมองลายรูพรุน
คล้ายรังผึ้งและมีสัญลักษณ์ประจำตัวอยู่บนหน้าผาก อาคาเรนเจอร์ใช้ดาวหนึ่งดวง อาโอเรนเจอร์
มีสัญลักษณ์คล้ายลูกศร คิเรนเจอร์ใช้รูปตัว V โมโมเรนเจอร์เป็นรูปหัวใจ และมิโดเรนเจอร์ใช้บูมเมอแรง


สิ่งที่โกเรนเจอร์สร้างเป็นมาตรฐานไม่ใช่เพียงการแบ่งสมาชิกตามสี แต่รวมถึงการให้แต่ละสีมีหน้าที่
และบุคลิกแตกต่างกัน สีแดงเป็นผู้นำ สีน้ำเงินเป็นมือขวาที่สุขุม สีเหลืองเป็นจอมพลัง สีชมพูเป็น
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสีเขียวเป็นสมาชิกหนุ่มที่ว่องไว

สูตรดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้เหมือนเดิมทุกเรื่อง แต่กลายเป็นภาษาภาพที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจบทบาท
ของสมาชิกแต่ละคนได้อย่างรวดเร็ว



Gorenger Storm และ Gorenger Hurricane


ท่าไม้ตายแบบทีมในช่วงแรกเรียกว่า Gorenger Storm สมาชิกทั้งห้าจะส่งต่อวัตถุระเบิดรูปทรง
ลูกบอลตามลำดับ ก่อนให้อาคาเรนเจอร์เป็นผู้เตะหรือโจมตีครั้งสุดท้ายใส่ศัตรู

ต่อมาท่าไม้ตายได้รับการพัฒนาเป็น Gorenger Hurricane ซึ่งใช้ลูกบอลติดระเบิดที่
สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นวัตถุซึ่งตรงกับจุดอ่อนของศัตรูแต่ละราย เช่น อาหาร เครื่องมือ
หรือสิ่งของที่ดูตลกขบขัน ก่อนระเบิดทำลายหน้ากากปีศาจจากภายใน

จุดสำคัญของท่านี้คือไม่มีสมาชิกคนใดสามารถใช้ได้ตามลำพัง ทุกคนต้องส่งบอลต่อกันอย่างถูกจังหวะ
จึงเป็นท่าไม้ตายที่แสดงแนวคิดเรื่องการทำงานเป็นทีมของโกเรนเจอร์ได้ชัดเจนที่สุด



ยานรบแห่ง EAGLE ในยุคที่ยังไม่มีหุ่นยนต์ยักษ์



Gorenger ยังไม่มีหุ่นยนต์ยักษ์หรือการประกอบร่างแบบเซนไตยุคหลัง ยานหลักในช่วงแรกคือ
Variblune เครื่องบินขนาดใหญ่ซึ่งอาโอเรนเจอร์รับหน้าที่เป็นนักบิน และสามารถลำเลียง
สมาชิกหรือเครื่องจักรเข้าพื้นที่ปฏิบัติการได้


Variblune ถูกทำลายในตอนที่ 42 ก่อนถูกแทนที่ด้วย Varidorin ในตอนที่ 43 ยานลำใหม่
มีรูปร่างคล้ายนกขนาดยักษ์และติดอาวุธมากกว่าเดิม นอกจากนี้ทีมยังมี Varitank ยานภาคพื้นดิน
สำหรับภารกิจหนัก และยานพาหนะขนาดเล็กอย่าง Gorenger Machine กับ Star Machine

หุ่นยนต์ยักษ์ประจำทีมยังไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสูตรเซนไตจนกระทั่ง Battle Fever J
ในปี 1979 ดังนั้นเสน่ห์ของ Gorenger จึงอยู่ที่การต่อสู้ภาคพื้นดิน อุปกรณ์สายลับ และยานรบ
มากกว่าการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์ยักษ์





กองทัพกางเขนดำและเหล่าหน้ากากปีศาจ

กองทัพกางเขนดำเป็นองค์กรชั่วร้ายระดับนานาชาติที่มีเป้าหมายทำลายมนุษยชาติและยึดครองโลก
พวกมันใช้ทั้งการก่อวินาศกรรม อาวุธวิทยาศาสตร์ สารเคมี การลักพาตัว และการแทรกซึมทางการเมือง


ศัตรูประจำตอนเรียกว่า หน้ากากปีศาจ แต่ละตนมีศีรษะซึ่งออกแบบตามสิ่งของ สัตว์ อาวุธ หรือแนวคิดต่าง ๆ
ตั้งแต่หน้ากากเหล็ก หน้ากากระเบิด หน้ากากโทรทัศน์ ไปจนถึงหน้ากากเครื่องดนตรี ความแปลกประหลาด
ของศัตรูช่วยให้เรื่องสามารถสลับระหว่างบรรยากาศสายลับจริงจังกับอารมณ์ขันแบบการ์ตูนได้อย่างลงตัว




จอมบัญชาการกางเขนดำ

ผู้นำสูงสุดขององค์กรปรากฏตัวในชุดคลุมสีขาว มีตรากางเขนสีดำขนาดใหญ่ปิดบังใบหน้า และเรียกใน
ภาษาญี่ปุ่นว่า Kuro Jūji Sōtō หรือจอมบัญชาการกางเขนดำ

ในช่วงแรกเขาสั่งการหน้ากากปีศาจโดยตรง ก่อนแต่งตั้งแม่ทัพระดับสูงขึ้นมาควบคุมการรบกับ
โกเรนเจอร์เป็นช่วง ๆ ความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเขาถูกเก็บไว้จนถึงตอนสุดท้าย

แม่ทัพสำคัญ

แม่ทัพที่เข้ามารับหน้าที่ตามลำดับประกอบด้วย

หน้ากากสุริยัน แม่ทัพจากกองกำลังแอฟริกา - ผู้เข้ามาบัญชาการหน้ากากปีศาจช่วงแรก
แม่ทัพเทมูจิน หน้ากากมนุษย์เหล็ก - ผู้นำกองทัพเหล็กซึ่งใช้ยุทธวิธีแบบทหาร
แม่ทัพแมกแมน หน้ากากภูเขาไฟ - ผู้นำกองกำลังภูเขาไฟและผู้ควบคุมป้อมนาวารอน
แม่ทัพใหญ่หน้ากากทอง - แม่ทัพคนสุดท้าย ผู้เข้ามาควบคุมสงครามในช่วงท้ายของเรื่อง

ก่อนระบบแม่ทัพจะเริ่มขึ้น จอมบัญชาการกางเขนดำเคยสั่งการหน้ากากปีศาจด้วยตนเอง ดังนั้นหน้ากากสุริยัน
จึงไม่ใช่ศัตรูคนแรกของซีรีส์ แต่เป็นแม่ทัพใหญ่คนแรกที่เข้ามาควบคุมการรบอย่างต่อเนื่อง

ทหารโซลเดอร์



ทหารระดับล่างของกองทัพกางเขนดำเรียกว่า Zolder สวมชุดสีดำและมีตรากางเขนอยู่บนหน้ากาก
พวกมันมักปรากฏตัวเป็นกลุ่มเพื่อเข้าต่อสู้กับโกเรนเจอร์ พร้อมเสียงร้อง "โฮ่ย!" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว



การเปลี่ยนตัวคิเรนเจอร์และการสูญเสียสมาชิก



ในตอนที่ 55 โออิวะ ไดตะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้ไปเป็นครูฝึกประจำสาขาคิวชู
ตำแหน่งคิเรนเจอร์จึงถูกส่งต่อให้ คุมะโนะ ไดโกโร ซึ่งรับหน้าที่เป็นคิเรนเจอร์คนที่สอง


คุมะโนะมีนิสัยและรูปร่างใกล้เคียงกับโออิวะ แต่เป็นคนละตัวละคร เขาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับทีมจนถึง
ตอนที่ 67 ก่อนถูกหน้ากากที่เปิดกระป๋องสังหารระหว่างพยายามนำสารสำคัญกลับคืนมา นับเป็นหนึ่ง
ในการเสียชีวิตของสมาชิกเซนไตที่สร้างความตกใจแก่ผู้ชมในยุคนั้น

หลังทราบข่าว โออิวะกลับมาร่วมทีมอีกครั้งเพื่อไว้อาลัยและแก้แค้นให้คุมะโนะ
ก่อนรับตำแหน่งคิเรนเจอร์ต่อไปจนจบซีรีส์

(สาเหตุเบื้องหลังการเปลี่ยนตัวเกี่ยวข้องกับตารางงานของ บากุ ฮาตาเกยามะ ผู้รับบทโออิวะ ซึ่งต้องหยุดพัก
จากการถ่ายทำช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเขียนให้คิเรนเจอร์คนที่สองเสียชีวิต และให้คนแรกกลับมา
เป็นการตัดสินใจด้านบทที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่แผนเปลี่ยนตัวชั่วคราวซึ่งประกาศไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น)




การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับปราสาทกางเขนดำ



ในตอนสุดท้าย โกเรนเจอร์ค้นพบว่าจอมบัญชาการกางเขนดำมีจุดอ่อนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย
สิ่งนี้ถูกซ่อนไว้ในชื่อของสมาชิกทั้งห้า ได้แก่ ไคโจ–ชินเม–โออิวะ–เพ็กกี–อาสึกะ เมื่อนำพยางค์แรก
ของชื่อมารวมกันจะได้เสียงใกล้เคียงคำว่า "คาชิโอเปีย" ในภาษาญี่ปุ่น


ทั้งห้าจึงใช้กระบวนท่า Cassiopeia Scrum ทำลายร่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่หลังจากนั้นจึง
พบว่าจอมบัญชาการเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกล และตัวตนที่แท้จริงของมันเชื่อมโยงกับ ปราสาทกางเขนดำ
ป้อมปราการลอยฟ้าขนาดมหึมา

เมื่อการโจมตีจากภายนอกไม่สามารถทำลายเกราะของปราสาทได้ โกเรนเจอร์จึงบรรทุกวัตถุระเบิดไว้ใน
Varidorin และยาน Star Machine ก่อนส่งยานไร้คนขับพุ่งเข้าโจมตีจากภายใน การระเบิดทำลาย
ปราสาทกางเขนดำพร้อมกับจอมบัญชาการ ส่งผลให้สงครามซึ่งดำเนินมานานเกือบสองปีสิ้นสุดลง



ความนิยมและอิทธิพลในประเทศญี่ปุ่น



Gorenger กลายเป็นรายการยอดนิยมเกินกว่าที่ทีมงานคาดการณ์ไว้ ตามประวัติของ Toei รายการทำ
เรตติ้งเฉลี่ยประมาณ 16.1 เปอร์เซ็นต์ และถูกขยายระยะเวลาออกอากาศจนมีจำนวนถึง 84 ตอน


ข้อมูลรวบรวมเรตติ้งโทรทัศน์ญี่ปุ่นระบุว่าตอนที่ 41 ทำเรตติ้งสูงสุดประมาณ 22.3 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าว
มักถูกอ้างว่าเป็นเรตติ้งรายตอนสูงที่สุดของซูเปอร์เซ็นไต อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสูงสุดนี้มาจากฐานข้อมูล
รวบรวมเรตติ้งในภายหลัง ไม่ใช่สถิติที่ Toei ประกาศไว้ในหน้าผลงานอย่างเป็นทางการ จึงควรเขียนโด
ยระบุแหล่งที่มา ไม่ควรใช้คำว่า "สถิติอย่างเป็นทางการ" โดยไม่มีคำอธิบาย

ความนิยมของรายการทำให้มีทั้งภาพยนตร์ฉายโรง เพลง ของเล่น จักรยาน เครื่องแต่งกาย และสินค้า
ที่เลียนแบบอุปกรณ์ในเรื่องออกจำหน่ายจำนวนมาก ขณะเดียวกัน โชทาโร อิชิโนโมริยังวาดมังงะ
Gorenger สำหรับ Weekly Shonen Sunday และนิตยสารสำหรับเด็กของ Shogakukan ในปี 1975
ซึ่งมีรายละเอียดบางส่วนแตกต่างจากละครโทรทัศน์



Gorenger ในประเทศไทย

ชื่อภาษาไทยที่ใช้กันแพร่หลายคือ "ขบวนการ 5 จอมพิฆาต โกเรนเจอร์" หรือเรียกอย่างย่อว่า "ขบวนการห้าสี"
แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการออกอากาศครั้งแรกในประเทศไทยยังไม่พบผังรายการหรือเอกสารสถานีที่น่าเชื่อถือ
เพียงพอจะยืนยันว่าฉายทางช่อง 7 ในปีใด


มีข้อมูลจากความทรงจำของผู้ชมและชุมชนนักสะสมว่าเคยมีฉบับพากย์ไทยและวิดีโอวางจำหน่ายก่อนยุคดีวีดี
แต่ไม่ควรระบุช่วง "ปลาย พ.ศ. 2510" เพราะ พ.ศ. 2510–2519 ครอบคลุมช่วงก่อนและระหว่างที่รายการ
ยังออกอากาศในญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นถ้อยคำที่ไม่ชัดเจนทางเวลา

ช่วงที่ตรวจสอบข้อมูลได้ชัดเจนกว่าคือการออกอากาศฉบับลิขสิทธิ์ของ Rose Media ทาง ททบ.5
ในรายการ แก๊งการ์ตูน ทุกเช้าวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2552 ถึง 19 กันยายน 2553
พร้อมการจัดจำหน่ายในรูปแบบ VCD และ DVD



ตัวละครที่ผู้ชมชาวไทยจดจำได้มากคนหนึ่งคือคิเรนเจอร์ ด้วยรูปร่างใหญ่ อารมณ์ขัน สำเนียงการพูด
และความชื่นชอบข้าวแกงกะหรี่ แต่ไม่ควรสรุปว่าตัวละครสีเหลืองของเซนไตทุกเรื่องหลังจากนั้นต้องเป็น
คนตลกหรือชอบรับประทานอาหาร เพราะบทบาทของสมาชิกสีเหลืองมีการเปลี่ยนแปลง
ไปตามแนวคิดของแต่ละเรื่อง



มรดกของนักรบห้าสี



Gorenger วางรากฐานให้กับแนวคิดฮีโร่เป็นทีม การแบ่งสมาชิกด้วยสี การประกาศตัวพร้อมกัน อาวุธเฉพาะบุคคล
ยานพาหนะประจำทีม และท่าไม้ตายที่ต้องอาศัยความร่วมมือ แม้องค์ประกอบอย่างหุ่นยนต์ยักษ์ การเพิ่มสมาชิก
คนที่หก และการเปลี่ยนร่างด้วยอุปกรณ์พกพาจะเกิดขึ้นในผลงานยุคหลัง แต่โครงสร้างพื้นฐานของ "ทีมฮีโร่หลายสี"
สามารถย้อนกลับมาหา Gorenger ได้เสมอ


แฟรนไชส์ Power Rangers ไม่ได้ดัดแปลง Gorenger โดยตรง แต่เริ่มต้นจากการนำภาพการต่อสู้ของ
Kyoryu Sentai Zyuranger (ปี 1992) มาสร้างเป็น Mighty Morphin Power Rangers

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีโครงสร้างทีมฮีโร่หลากสีที่ Gorenger ริเริ่มและผลงานเซนไตหลายยุคช่วยพัฒนาต่อมา
รูปแบบของ Power Rangers ที่ผู้ชมทั่วโลกรู้จักก็คงไม่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

โกเรนเจอร์ยังกลับมาปรากฏในผลงานครบรอบและภาพยนตร์รวมฮีโร่บางเรื่อง เช่น Gokaiger Goseiger
Super Sentai 199 Hero Great Battle และผลงานที่นำอาคาเรนเจอร์มาเป็นตัวแทนของเซนไต
รุ่นบุกเบิก แต่ไม่ได้ปรากฏเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์เซนไตยุคใหม่ทุกเรื่องตามที่มักเข้าใจกัน



เกร็ดน่ารู้



ที่มาของชื่อ Gorenger
ชื่อ "Gorenger" เชื่อมโยงกับคำว่า go ซึ่งหมายถึงเลขห้าในภาษาญี่ปุ่น และคำว่า ranger
ที่หมายถึงหน่วยลาดตระเวนหรือหน่วยปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม ในชื่อภาษาญี่ปุ่นสะกดว่า
Gorenger ไม่ใช่ Go-Ranger แบบชื่อทีมเซนไตยุคหลัง


ผู้นำสองรูปแบบ
ไคโจเป็นผู้นำและผู้ตัดสินใจหลักของทีม ขณะที่ชินเมทำหน้าที่รองหัวหน้า นักแม่นปืน และนักบิน
ทั้งสองไม่ได้แข่งขันแย่งตำแหน่งกันอย่างจริงจัง แต่มีบุคลิกที่แตกต่างกันและสามารถรับ
ช่วงบัญชาการแทนกันได้

สองคิเรนเจอร์
คิเรนเจอร์เป็นสีแรกในประวัติศาสตร์เซนไตที่มีผู้แปลงร่างมากกว่าหนึ่งคน โออิวะ ไดตะเป็นคิเรนเจอร์คนแรก
คุมะโนะ ไดโกโรเป็นคนที่สอง และโออิวะกลับมารับตำแหน่งอีกครั้งหลังการเสียชีวิตของคุมะโนะ

ครบรอบ 50 ปี
วันที่ 5 เมษายน 2025 เป็นวันครบรอบ 50 ปีของการออกอากาศตอนแรก Toei จึงนำผลงานกลับมาเผยแพร่
และจัดกิจกรรมรำลึกหลายรูปแบบ รวมถึงการวางจำหน่าย Blu-ray Box ฉบับใหม่ซึ่งบรรจุครบทั้ง 84 ตอน



friendly
0
funny
0
informative
0
agree
0
disagree
0
pwnt
0
like
0
dislike
0
late
0
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
No reactions
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ: กระทู้นี้จะไม่แสดงจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแล

ชื่อ:
อีเมล:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง